แนวคิดนี้ถูกใช้เป็นกรอบการหารือในการประชุม โดยเน้นว่าประเทศในภูมิภาคควรร่วมมือกันเพื่อขยายการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจ เพื่อให้การเติบโตมีความครอบคลุมมากขึ้น
เจ้าหน้าที่จีนย้ำระหว่างการประชุมว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก การรักษาการค้าเสรีและความร่วมมือพหุภาคี มีความสำคัญอย่างยิ่ง
จีนระบุว่าจะเดินหน้าการเปิดเศรษฐกิจในระดับมาตรฐานสูงขึ้น และสนับสนุนความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกันกับประเทศในเอเชีย‑แปซิฟิก เพื่อช่วยเสริมแรงขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาค
นอกจากนี้ APEC ยังถูกมองว่าเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจหลักของโลกสามารถหารือและประสานนโยบายกันได้ แม้จะมีความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น
ตลอดสองวันของการประชุม รัฐมนตรีการค้าหารือประเด็นหลักหลายด้านที่กำลังมีผลต่อการค้าโลก
1. การบูรณาการเศรษฐกิจในภูมิภาค
ประเทศสมาชิกหารือแนวทางเพิ่มการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในเอเชีย‑แปซิฟิก รวมถึงการเดินหน้าความคิดริเริ่มอย่าง เขตการค้าเสรีเอเชีย‑แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia‑Pacific: FTAAP) เพื่อขยายการค้าในภูมิภาค
2. การสนับสนุนองค์การการค้าโลก (WTO)
ผู้เข้าร่วมย้ำถึงความสำคัญของระบบการค้าโลกที่ยึดตามกฎกติกา โดยมี องค์การการค้าโลก (WTO) เป็นสถาบันหลักของระบบดังกล่าว
3. ความร่วมมือด้านดิจิทัลและเศรษฐกิจเทคโนโลยี
การค้าดิจิทัล เศรษฐกิจดิจิทัล และความพร้อมด้านเทคโนโลยี เช่น AI ถูกหยิบยกขึ้นหารือ เนื่องจากเทคโนโลยีมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากต่อการค้าข้ามพรมแดนและการพัฒนาเศรษฐกิจ
4. เศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืน
อีกประเด็นสำคัญคือการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาในภูมิภาคมีความยั่งยืนในระยะยาว
แม้การประชุมจะเน้นความร่วมมือ แต่บรรยากาศการหารือยังได้รับอิทธิพลจากความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น
รายงานข่าวก่อนการประชุมระบุว่า ผู้แทนการค้าเตรียมหารือถึง ผลกระทบของภาษีและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงข้อถกเถียงเกี่ยวกับดุลการค้าของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น จีน
ประเด็นเหล่านี้สะท้อนความท้าทายที่ภูมิภาคต้องเผชิญในการรักษาสมดุลระหว่างการแข่งขันทางเศรษฐกิจและความร่วมมือระหว่างประเทศ
โดยปกติแล้ว การประชุมรัฐมนตรีการค้าของ APEC ถือเป็น เวทีกลางปีของวัฏจักรนโยบาย APEC ที่ช่วยกำหนดวาระสำคัญก่อนการประชุมระดับผู้นำ
แนวคิดและประเด็นที่ถูกหารือในซูโจวจะถูกนำไปต่อยอดในการประชุม APEC Economic Leaders’ Meeting ที่เมืองเซินเจิ้นในเดือนพฤศจิกายน 2026 ซึ่งผู้นำประเทศจะร่วมกันกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในระยะต่อไป
แม้การประชุมครั้งนี้ไม่ได้สร้างข้อตกลงที่มีผลผูกพัน แต่ถือเป็นสัญญาณสำคัญเกี่ยวกับ ทิศทางเศรษฐกิจของเอเชีย‑แปซิฟิกในปี 2026 โดยประเด็นที่ถูกเน้น เช่น การค้าเสรี ห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น และเศรษฐกิจดิจิทัล มีแนวโน้มจะเป็นหัวใจของวาระ APEC ตลอดทั้งปี
ดังนั้น การหารือที่ซูโจวจึงถูกมองว่าเป็นการวางพื้นฐานสำหรับการเจรจาและความร่วมมือระดับผู้นำในช่วงปลายปี ซึ่งจะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจของภูมิภาคที่มีสัดส่วนการค้าโลกเกือบครึ่งหนึ่ง.
Comments
0 comments