Bitcoin ร่วงทะลุแนว $60,000 ดิ่งลง 53% จากจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนตุลาคม 2025 ท่ามกลางมรสุมการเทขาย ทั้งปริมาณการซื้อขายที่ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี และเงินทุนไหลออกจาก Bitcoin ETF ติดต่อกันยาวนานถึง 5 สัปดาห์ สัปดาห์ของวันที่ 7 มิถุนายน เป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดของ Bitcoin นับตั้งแต่วิกฤต FTX เมื่อปี 2022 โดย...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What key indicators and analyst perspectives currently characterize the cryptocurrency bear market as of early June 2026, including the coll. Article summary: Here is the evidence-based breakdown of the key indicators and analyst perspectives characterizing the crypto bear market as of early June 2026:. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "A crypto bear market is a prolonged period of declining prices, weakening participation, and broad loss of confidence across the market. It is" source context "Is 2026 a Crypto Bear Market? Detailed 3-Scenario Outlook With Proven Market Signals - Mudrex Learn" Reference image 2: visual subject "A crypto bear market is a prolonged period of declining prices, weakening participation, and b
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญกับช่วงขาลงที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 ราคา Bitcoin ได้ร่วงหลุดแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ $60,000 ลงไปแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่การปรับฐานระยะสั้นธรรมดา แต่เป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างที่เห็นได้จากปริมาณการซื้อขายที่หดหาย การถอนทุนครั้งประวัติศาสตร์จากกองทุนสถาบัน และข้อมูลออนเชนที่บ่งชี้ว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วง "การกระจายเหรียญ" (Distribution Phase) ที่ยืดเยื้อ แรงเทขายที่มีชนวนเหตุจากการขายของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ หรือ "วาฬ" ทำให้ Bitcoin มากกว่าครึ่งหนึ่งที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดต้องขาดทุน (Unrealized Loss)
การเคลื่อนไหวของราคาในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 นั้นน่าตกใจ Bitcoin แตะจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ประมาณ $59,073 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ซึ่งลดลงประมาณ 53% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ราว $126,198 เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ความรวดเร็วในการร่วงลงก็รุนแรงไม่แพ้กัน โดยในสัปดาห์เดียว (ปิด 7 มิถุนายน) ราคาดิ่งลงไปประมาณ 16% นับเป็นสัปดาห์ที่ทรุดหนักที่สุดนับตั้งแต่การล่มสลายของกระดานเทรด FTX ในเดือนพฤศจิกายน 2022
เบื้องหลังราคาที่ร่วงหล่นคือตลาดที่เงียบเหงาไร้ผู้คน บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Santiment รายงานว่า ปริมาณการซื้อขายสกุลเงินคริปโตหลักหดตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองปี สภาวะที่ปริมาณการซื้อขายเหือดแห้งนี้สะท้อนให้เห็นตลาดที่ "ความตื่นเต้นและความเชื่อมั่นได้หายไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว"
แม้ว่าการไร้ความสนใจในระดับนี้มักเป็นสัญญาณของความอ่อนล้าสูงสุดของนักลงทุน แต่ Santiment ให้แง่คิดว่า ในอดีต ภาวะปริมาณการซื้อขายต่ำสุดในรอบหลายไตรมาสนั้น มักเกิดขึ้นก่อนราคาจะดีดตัวกลับขึ้นไป แทนที่จะนำไปสู่การเริ่มต้นของตลาดหมีรอบใหม่
กระดูกสันหลังของสถาบันที่เคยหนุนให้ Bitcoin ปรับตัวขึ้น ตอนนี้กลายเป็นแหล่งสำคัญของแรงขาย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญกับการแห่ถอนทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเงินทุนไหลออกไปถึง $1.72 พันล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 มิถุนายนเพียงสัปดาห์เดียว เท่ากับว่ามีเงินไหลออกต่อเนื่องยาวนานถึง ห้าสัปดาห์ กองทุน IBIT ของ BlackRock เป็นผู้นำขบวนแห่ถอนทุน โดยเสียเงินไปถึง $448.6 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว
ขนาดของการถอนทุนครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ โดยยอดเงินไหลออกสะสมจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในปี 2026 พุ่งสูงถึงประมาณ $4.5 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมากกว่าเงินไหลเข้าเพียง $1.8 พันล้านดอลลาร์ที่เข้ามาในปีเดียวกันหลายเท่าตัว
การลดความเสี่ยงของสถาบันครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการขายอย่างหนักหน่วงของนักลงทุนระยะยาว (Long-Term Holders) ข้อมูลออนเชนยืนยันว่ากลุ่มนักลงทุนรายใหญ่หรือวาฬ ได้เทขาย Bitcoin ออกไปกว่า 21,000 BTC ในช่วงที่ราคาร่วงลง ชนวนเหตุที่ทำให้ Bitcoin หลุด $60,000 ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน มาจากการเปิดเผยว่า Strategy (ชื่อเดิม MicroStrategy) ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่ถือ Bitcoin มากที่สุด ได้ขาย Bitcoin ในคลังสำรองของตนออกไปบางส่วน
การเคลื่อนไหวนี้ได้ทำลายความเชื่อมั่นของตลาด และกระตุ้นให้เกิดการบังคับขาย (Liquidation) เป็นลูกโซ่
ตามรายงานของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน CryptoQuant ตลาดไม่ได้แค่ย่อลง แต่กำลังอยู่ใน "ช่วงการกระจายเหรียญที่ยืดเยื้อ" สัญญาณออนเชนที่น่าตกใจที่สุดคือการหดตัวของอุปสงค์โดยรวม โดยเมื่อรวมตำแหน่งในตลาดฟิวเจอร์สแบบไม่จำกัดเวลา (Perpetual Futures) เข้ากับการซื้อขายในตลาดสปอตแล้ว CryptoQuant คำนวณได้ว่าความต้องการซื้อ Bitcoin ทั้งหมดหดตัวลงถึง 652,000 BTC ภายในสัปดาห์เดียวในต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์ที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบสี่ปี
สำหรับอุปสงค์ที่เฉพาะเจาะจงในกลุ่ม ETF เมื่อวัดย้อนหลัง 30 วัน พบว่ามีการเปลี่ยนทิศทางเป็นติดลบถึง 74,000 BTC
ภาวะสุญญากาศของอุปสงค์นี้กำลังสร้างความเสียหายแบบขาดทุนคามือเป็นวงกว้างทั่วทั้งเครือข่าย Bitcoin มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณ Bitcoin ทั้งหมดที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดถูกถืออยู่ในสถานะ ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) ปัจจุบันราคาซื้อขายอยู่สูงกว่าราคาต้นทุนเฉลี่ยของทุกคนในตลาด (Realized Price) เพียงประมาณ 9% เท่านั้น ซึ่งเป็นโซนที่จุดต่ำสุดของตลาดหมีในอดีตเคยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง
Julio Moreno หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CryptoQuant ได้ชี้ไปที่ราคาต้นทุนเฉลี่ย $53,600 ว่าเป็น "จุดต่ำสุดที่มีความเป็นไปได้" แต่ก็ได้เตือนอย่างชัดเจนว่า นี่ไม่ใช่การยืนยันว่าตลาดจะจบรอบขาลงแล้ว เขาตั้งข้อสังเกตว่า การขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (Realized Losses) ในช่วง 30 วันที่ผ่านมามีเพียง 187,000 BTC ซึ่งยังไม่ใช่ระดับของการยอมจำนนอย่างรุนแรง (Capitulation Event) ที่เคยเกิดขึ้น ณ จุดต่ำสุดของรอบขาลงที่ผ่านมา
ท่ามกลางเงื่อนไขของอุปสงค์ที่ซบเซาอย่างหนัก มีนักวิเคราะห์บางส่วนที่ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณเชิงโครงสร้างที่อาจสนับสนุนการกลับตัวของตลาดได้
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ (200-Week Moving Average): ขณะที่ราคาร่วงลงอย่างหนัก เส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ได้ไต่ขึ้นเหนือระดับ $61,000 ก่อตัวเป็นแนวรับสำคัญขึ้นมา เหล่าเทรดเดอร์จำนวนมากระบุว่าแนว $60,000 และเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์นี้ คือสมรภูมิรบชี้ชะตาระหว่างฝั่งกระทิงและฝั่งหมี แม้ว่าในอดีต เส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์จะถูกมองว่าเป็นระดับมูลค่าในระยะยาว แต่นักเทรดก็ตั้งข้อสังเกตว่าโครงสร้างราคาของ Bitcoin ในปัจจุบัน มีความคล้ายคลึงกับตลาดหมีในเดือนมีนาคม 2022 อย่างน่าใจหาย โดยมีเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (200-Day MA) ที่ระดับราว $82,400 ทำหน้าที่เป็นแนวต้านขาขึ้นที่แข็งแกร่งเหนือขึ้นไป
ความอ่อนล้า ไม่ใช่การยอมจำนน: Santiment ให้ความเห็นว่า ปริมาณการซื้อขายที่ต่ำสุดในรอบสองปีนี้ ชี้ให้เห็นถึงจุดสูงสุดของความไม่รู้ไม่ชี้ของนักลงทุน (Apathy) การวิเคราะห์ในอดีตของพวกเขาชี้ให้เห็นว่าการกลับตัวของตลาดกระทิงในหลายๆ ครั้ง มักเริ่มต้นขึ้นในช่วงที่กิจกรรมในตลาดซบเซาแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกของนักลงทุนบนโลกโซเชียลลดลงฮวบฮาบ จากระดับ "กระทิง" จัดๆ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม มาสู่ระดับ "หมี" จัดๆ ในวันที่ 3 มิถุนายน ความผันผวนทางอารมณ์เช่นนี้ มักเกิดขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของตลาด
การปรับฐานอย่างเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น: Maartunn นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ให้มุมมองที่กว้างขึ้น โดยตั้งข้อสังเกตว่า การปรับฐานลง 53% จากจุดสูงสุดตลอดกาลของรอบนี้ ถือว่าตื้นกว่าเมื่อเทียบกับการร่วงลง 80-85% ที่เคยเห็นในรอบมหภาคก่อนหน้านี้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบ่งชี้ถึงตลาดที่ค่อยๆ มีวุฒิภาวะขึ้น และมีระดับแนวรับจากสถาบันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
โดยสรุปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดคือการชักกะเย่อระหว่าง "อุปสงค์ในปัจจุบันที่กำลังพังทลาย" กับ "รูปแบบการฟื้นตัวในอดีต" จุดราคาต้นทุนเฉลี่ยที่ $53,600 ถูกอ้างถึงมากที่สุดว่าเป็น "พื้น" ที่เป็นไปได้ แต่หนทางไปถึงจุดนั้นไม่ได้รับประกัน และตลาดก็ยังขาดแรงซื้อขายปริมาณมหาศาลในแบบ "ยอมจำนน" ที่จะเป็นสัญญาณยืนยันจุดต่ำสุด ในตอนนี้ แนวต้านทางจิตวิทยาที่ $60,000 และเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ คือเครื่องพิสูจน์ความเป็นจริงระยะสั้นของตลาด
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Bitcoin ร่วงทะลุแนว $60,000 ดิ่งลง 53% จากจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนตุลาคม 2025 ท่ามกลางมรสุมการเทขาย ทั้งปริมาณการซื้อขายที่ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี และเงินทุนไหลออกจาก Bitcoin ETF ติดต่อกันยาวนานถึง 5 สัปดาห์
Bitcoin ร่วงทะลุแนว $60,000 ดิ่งลง 53% จากจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนตุลาคม 2025 ท่ามกลางมรสุมการเทขาย ทั้งปริมาณการซื้อขายที่ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี และเงินทุนไหลออกจาก Bitcoin ETF ติดต่อกันยาวนานถึง 5 สัปดาห์ สัปดาห์ของวันที่ 7 มิถุนายน เป็นสัปดาห์ที่เลวร้ายที่สุดของ Bitcoin นับตั้งแต่วิกฤต FTX เมื่อปี 2022 โดยมีเงินทุนไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF เกือบ 1.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอุปสงค์หดตัวลงอย่างรุนแรงถึง 652,000 BTC ภาย...
สัญญาณจากอดีตชี้ความหวังริบหรี่ CryptoQuant มองแนวรับสำคัญที่ราคาเฉลี่ยต้นทุน $53,600 แต่นักวิเคราะห์จาก Santiment ชี้ว่า ปริมาณการซื้อขายที่ต่ำสุดในรอบหลายปีในอดีตมักเป็นสัญญาณนำก่อนที่ตลาดจะฟื้นตัว [12][50]