ตรงกันข้ามกับความผันผวนในเกาหลีใต้ ดัชนีอ้างอิงของไต้หวันปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากการ rally ของหุ้นเทคโนโลยีโดยรวมและความต้องการหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่ง การ rally นี้แตกต่างอย่างชัดเจนจากการเทขายหุ้น AI ในกรุงโซล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในธีม AI นั้นให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละตลาดเอเชีย
ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงลง 0.6%–0.9% มาอยู่ที่ประมาณ 63,300–63,755 จุด ลดลงเป็นวันที่สองติดต่อกัน แรงกดดันมาจากการประมูลพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุ 10 ปีที่อ่อนแรง ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 2.9 basis points มาอยู่ที่ 2.828% เข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบประมาณหนึ่งเดือน
การประมูลที่ย่ำแย่บ่งชี้ถึงความต้องการลงทุนที่เปราะบาง ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป
นอกจากนี้ ค่าเงินเยนก็อ่อนค่าลงเป็นครั้งแรกในรอบ 5 วัน ซื้อขายที่ 157.715 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง 0.3% หลังจากที่ทางการโตเกียวและวอชิงตันได้เข้าแทรกแซงตลาดค่าเงินร่วมกัน
ดัชนี MSCI Asia Pacific หุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกลดลง 0.7% โดยมี 8 ใน 11 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวลง เนื่องจากตลาดเอเชียไม่สามารถเข้าร่วมแรงส่งจากการ rally ของหุ้นเทคโนโลยีในวอลล์สตรีทได้
หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและผลประกอบการที่โดดเด่น
ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (ISM Manufacturing PMI) พุ่งขึ้นสู่ระดับ 55.6 ในเดือนกรกฎาคม จาก 53.3 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2022 โดยมีผลผลิตที่เพิ่มขึ้น, คำสั่งซื้อใหม่ที่แข็งแกร่ง และการกลับมาของการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น
Palantir Technologies รายงานรายได้ไตรมาส 2 ที่ 1.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 93% จากปีก่อนหน้า สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.801 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.35 ดอลลาร์สหรัฐ บริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้ทั้งปีเป็นสูงถึง 8.16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และระบุว่าความต้องการจากลูกค้าองค์กรนั้น "ไม่เหมือนใคร" (otherworldly)
หุ้น Palantir พุ่งขึ้น 17.2% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด
และการ rally นี้ช่วยผลักดันให้ S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.7% และ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้นเกือบ 600 จุด ปิดใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ ON Semiconductor ยังช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวก โดยหุ้นเพิ่มขึ้น 7.5% หลังจากคาดการณ์รายได้ไตรมาสถัดไปสูงกว่าที่ตลาดคาด
S&P 500 ปิดที่ 7,644.56 จุด และ Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้นแตะ 53,825.50 จุดระหว่างวัน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในวันอังคาร หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความคิดเห็นทางการทูตเกี่ยวกับอิหร่าน ซึ่งช่วยฟื้นความหวังในการเจรจาและลดความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทานในทันที ดัชนี S&P GSCI สินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลง โดยราคาน้ำมันลดลงจากระดับพรีเมียมจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากการเจรจากับอิหร่านกลับมาดำเนินอีกครั้ง
สรุป: ตลาดหุ้นเอเชียปิดผสมผสานและผันผวนในวันอังคาร โดยความปั่นป่วนของตลาดเกาหลีใต้จากความกังวล AI แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการทำสถิติสูงสุดของไต้หวันและการปรับตัวลงของญี่ปุ่นจากแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ย แนวโน้มเชิงบวกของวอลล์สตรีทที่ขับเคลื่อนโดยการคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Palantir และข้อมูล ISM Manufacturing ที่ดีที่สุดในรอบกว่า 4 ปี ได้สร้างบรรยากาศที่ดี แต่ความสนใจของตลาดตอนนี้จะย้ายไปที่ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์ เพื่อยืนยันแนวโน้มการชะลอตัวอย่างนุ่มนวล (Soft Landing) ของเศรษฐกิจ