เวียดนามและไทยบรรลุแผนปฏิบัติการร่วม 6 ปี (2026 2031) ตั้งเป้าดันการค้าทวิภาคีแตะ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หลังจากตัวเลขการค้าในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 พุ่งขึ้น 24% [1] [5] หัวใจสำคัญคือการประกาศใช้กลยุทธ์ 'China+2' อย่างเป็นทางการ เพื่อดึงดูดบริษัทข้ามชาติที่ต้องการกระจายฐานการผลิต เสริมด้วยแผน 'สามเชื่อมโยง'...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What key developments emerged from Vietnamese leader To Lam's May 2026 official visit to Thailand, including the new "China+2" supply chain. Article summary: Here are the key developments from Vietnamese leader To Lam's official visit to Thailand (May 27–29, 2026).. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "According to the press release by the Ministry of Foreign Affairs, at the invitation of Prime Minister of the Kingdom of Thailand Anutin Charnvirakul and his spouse, General Secret" source context "General Secretary and President To Lam’s Visit to Thailand: Advancing Trade, Logistics and Supply Chains | Vietnam Times" Reference image 2: visual subject "According to the press release by the Ministry of Foreign Affairs, at the invitation of P
การเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีเวียดนาม โต เลิม ระหว่างวันที่ 27-29 พฤษภาคม 2026 ได้เปลี่ยนโฉมหน้าความสัมพันธ์ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต แต่คือการแปรเปลี่ยน 'หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน' (Comprehensive Strategic Partnership) ที่เพิ่งยกระดับเมื่อปี 2025 ให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่มีรายละเอียดชัดเจน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการวางตำแหน่งให้ทั้งสองประเทศเป็น เสาหลักคู่ขนานของกลยุทธ์ห่วงโซ่อุปทาน 'China+2' ระดับโลก
ไฮไลต์สำคัญของการเจรจาคือการลงนามแลกเปลี่ยน แผนปฏิบัติการว่าด้วยการดำเนินความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ระหว่างไทยกับเวียดนาม ปี 2026-2031 ซึ่งคณะรัฐมนตรีไทยได้ไฟเขียวร่างแผนดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ก่อนการเยือนเพียงหนึ่งวัน แผนนี้วางอยู่บน 3 เสาหลัก ที่เชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจเข้ากับความมั่นคงที่ยั่งยืน
หัวใจของแผนคือเป้าหมายตัวเลขที่จับต้องได้ นั่นคือการผลักดัน มูลค่าการค้าทวิภาคีให้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยเป้าหมายนี้มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 ตัวเลขการค้าพุ่งทะยานถึง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แตะระดับเกือบ 8,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามหลังยอดรวมทั้งปี 2025 ที่ 22,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจุบัน ไทยคือคู่ค้าอันดับ 1 ของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามคือคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยในภูมิภาค
ประเด็นที่มีนัยยะสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากที่สุด คือการที่ทั้งสองประเทศประกาศเดินหน้าโมเดล 'China+2' อย่างเป็นทางการ โมเดลนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่า บริษัทข้ามชาติจะยังคงรักษาฐานการผลิตในจีนเอาไว้ พร้อมกับขยายฐานการผลิตเสริมอีก 2 แห่งในอาเซียน ซึ่งก็คือ ประเทศไทยและเวียดนาม นั่นเอง
เพื่อให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง ทั้งสองฝ่ายกำลังเร่งเครื่อง ยุทธศาสตร์ 'สามเชื่อมโยง' (Three Connects) ได้แก่:
หลักฐานของบูรณาการนี้เห็นได้ชัดเจนแล้วในขณะนี้ ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 การส่งออก คอมพิวเตอร์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากเวียดนามมายังไทยพุ่งทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นถึง 29.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งชิ้นส่วน 'Made in Vietnam' เหล่านี้กำลังป้อนเข้าสู่สายการผลิตของโรงงานในไทยโดยตรง
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกำลังเปลี่ยนผ่านจากการซื้อขายสินค้าสำเร็จรูป ไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนในห่วงโซ่การผลิตที่แยกจากกันไม่ออก
อนาคตของความเป็นหุ้นส่วนนี้อยู่ที่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต แผนปฏิบัติการที่ได้รับการอนุมัติได้ระบุพันธกิจเฉพาะเจาะจงในการร่วมมือกันด้าน เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) และยานยนต์ไฟฟ้า (EVs) อย่างชัดเจน
กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามยืนยันว่าการเยือนครั้งนี้จะเปิดประตูสู่โอกาสความร่วมมือในเทคโนโลยีขั้นสูง พลังงานสีเขียว และห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคในวงกว้าง
แนวโน้มนี้เห็นได้จากการที่ชิ้นส่วน 'Made in Vietnam' กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญในภาคการผลิตขั้นสูงของไทยมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้ทั้งสองประเทศกำลังทำให้ความร่วมมือนี้เป็นทางการ เพื่อขยายเครือข่ายเข้าไปยังเซมิคอนดักเตอร์และซัพพลายเชนของรถ EV
การรวมตัวทางเศรษฐกิจถูกหนุนด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แผนปฏิบัติการ 2026-2031 มีกรอบการทำงานเพื่อ ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับห่วงโซ่อุปทานที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังคงเดินหน้ากลไกทวิภาคีที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานต่อต้านการค้ายาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ และการลาดตระเวนร่วมทางทะเล
โครงสร้าง '3 เสาหลัก' ของหุ้นส่วนครั้งนี้ตอกย้ำว่าความร่วมมือด้านความมั่นคงไม่ใช่ประเด็นที่แยกออกมาต่างหาก หากแต่เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับพันธมิตรทางเศรษฐกิจ
ทั้งสองชาติยังให้คำมั่นว่าจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ อันเป็นกระดูกสันหลังของความเป็นหุ้นส่วนนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนว ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor - EWEC) ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักที่เชื่อมจากเวียดนามผ่านลาวมายังประเทศไทย
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามระบุว่า การเยือนครั้งนี้จะช่วยใช้ประโยชน์จากจุดยืนทางภูมิยุทธศาสตร์ในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และประธานาธิบดี โต เลิม ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม บันทึกความเข้าใจ (MOU) 4 ฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ตอกย้ำการขับเคลื่อนทางเทคนิคในรายละเอียด
การเยือนภายใต้แนวคิด "บทใหม่ แห่ง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – เวียดนาม: การยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน" นี้ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจากวาระครบรอบที่เป็นพิธีการ ไปสู่ความเป็นรัฐศาสตร์ที่มุ่งเน้นอนาคตอย่างแท้จริง การที่ทั้งสองประเทศเพิ่งยกระดับความสัมพันธ์สู่ระดับสูงสุดในปี 2025 และผลิตแผนปฏิบัติการระยะหลายปีที่มีรายละเอียดออกมาได้อย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณว่ารัฐบาลทั้งสองมองว่า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของตนนั้นเชื่อมโยงกันเป็นหนึ่งเดียว และกำลังเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูง เพื่อสร้างอนาคตร่วมกันในทศวรรษหน้า
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
เวียดนามและไทยบรรลุแผนปฏิบัติการร่วม 6 ปี (2026 2031) ตั้งเป้าดันการค้าทวิภาคีแตะ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หลังจากตัวเลขการค้าในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 พุ่งขึ้น 24% [1] [5]
เวียดนามและไทยบรรลุแผนปฏิบัติการร่วม 6 ปี (2026 2031) ตั้งเป้าดันการค้าทวิภาคีแตะ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หลังจากตัวเลขการค้าในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2026 พุ่งขึ้น 24% [1] [5] หัวใจสำคัญคือการประกาศใช้กลยุทธ์ 'China+2' อย่างเป็นทางการ เพื่อดึงดูดบริษัทข้ามชาติที่ต้องการกระจายฐานการผลิต เสริมด้วยแผน 'สามเชื่อมโยง' ทั้งซัพพลายเชน ธุรกิจท้องถิ่น และการเติบโตที่ยั่งยืน [2] [6]
ความร่วมมือก้าวข้ามการค้าแบบเดิม ขยายสู่เซมิคอนดักเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่ไปกับความมั่นคงทางไซเบอร์และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อสร้างเสถียรภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน [14] [24]