สิ่งที่น่าสนใจคือโครงสร้างเงินทุนที่ไม่ธรรมดา เพราะนอกเหนือจากเงินลงทุนในส่วนของหุ้นแล้ว General Catalyst ยังได้ให้คำมั่นเพิ่มเติมว่าจะสนับสนุนเม็ดเงินอีกสูงสุด 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่าน Customer Value Fund ส่งผลให้ Factorial เข้าถึงเงินทุนเพื่อการเติบโตได้รวมกันมากกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านกลยุทธ์ครั้งสำคัญและการขยายธุรกิจ
การระดมทุนครั้งนี้ไม่ใช่แค่การอัดฉีดเงินสด แต่เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ต่อการปรับตำแหน่งทางการตลาดขั้นพื้นฐานของบริษัท Factorial กำลังทิ้งอัตลักษณ์เดิมในฐานะผู้ให้บริการซอฟต์แวร์บริหารทรัพยากรบุคคล (HR SaaS) เพื่อก้าวไปสู่สิ่งที่เรียกว่า แพลตฟอร์มปฏิบัติการกำลังคนด้วย AI (AI Workforce Operations Platform) อย่างเต็มตัว
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ Factorial One ระบบครบวงจรที่สร้างขึ้นบนแนวคิดโมเดล AI Agent คู่ (Two-Agent Model) โดย AI Agent ตัวแรกถูกออกแบบมาเพื่อจัดการงานเชิงปฏิบัติการ เช่น ระบบเงินเดือน การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการจัดตารางงาน ในขณะที่ AI Agent ตัวที่สองจะมุ่งเน้นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ด้านกำลังคน ซึ่งรวมถึงการวางแผนบุคลากรและข้อมูลเชิงลึกด้านประสิทธิภาพการทำงาน
Jordi Romero ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Factorial ได้ให้ภาพของการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าเป็นวิวัฒนาการที่จำเป็น โดยระบุว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นการพิสูจน์แนวคิดของบริษัทที่ว่า "อนาคตของการทำงานนั้นขับเคลื่อนด้วย AI โดยกำเนิด" และการฝัง AI Agent เข้าไปในกระบวนการทำงานด้านกำลังคนโดยตรงจะสร้างแพลตฟอร์มที่เป็นผู้กำหนดหมวดหมู่ใหม่ ไม่ใช่แค่การอัปเดตผลิตภัณฑ์แบบค่อยเป็นค่อยไป
ด้าน General Catalyst ก็สะท้อนเหตุผลในทิศทางเดียวกัน โดยอธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงของ Factorial ว่าเป็นโอกาสแห่งยุคในวงการซอฟต์แวร์องค์กรของยุโรป พวกเขามองว่าสถาปัตยกรรม AI Agent คู่และแพลตฟอร์ม Factorial One คือการยกระดับแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง มากกว่าแค่การขยายคุณสมบัติเพิ่มเติม
องค์ประกอบสำคัญอีกประการของดีลนี้คือรูปแบบการลงทุนผ่าน Customer Value Fund ของ General Catalyst ซึ่งถูกนำมาใช้กับ Factorial เป็นครั้งแรก รูปแบบการให้เงินทุนนี้มอบเงินทุนเพื่อการเติบโตที่มีความยืดหยุ่นและไม่ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมลดลง (Non-dilutive) โดยผลตอบแทนจากการลงทุนจะผูกโยงกับคุณค่าที่สร้างให้แก่ลูกค้า เช่น รายได้ของลูกค้า หรือผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เกิดขึ้น แทนที่จะผูกกับมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น
โครงสร้างนี้ถูกอธิบายว่าเป็นขั้นตอนทางการเงินที่เสริมซึ่งกันและกัน ช่วยให้ Factorial สามารถขยายขนาดทีมขายและการตลาดได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสัดส่วนความเป็นเจ้าของที่ลดลงหรือการเผาผลาญเงินสดที่เพิ่มขึ้น เงินทุนสูงสุด 540 ล้านดอลลาร์จากกองทุนนี้ทำงานควบคู่ไปกับเงินทุนในรอบ Series D ทำให้บริษัทมีอาวุธทางการเงินที่ทรงพลังในการดำเนินวิสัยทัศน์ พร้อมกับรักษาโครงสร้างเงินทุนที่ยั่งยืนมากขึ้น
เงินทุนก้อนนี้จะถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงให้กับแผนการเติบโตเชิงรุกในยุโรป Factorial จะเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในเมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี และมีแผนที่จะจ้างงานเชิงรุกในตลาดเยอรมนี ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูงลำดับต่อไปสำหรับซอฟต์แวร์ด้านกำลังคนที่ขับเคลื่อนด้วย AI
นอกเหนือจากเยอรมนีแล้ว บริษัทยังตั้งเป้าที่จะขยายสถานะทางการตลาดให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในฝรั่งเศส อิตาลี และโปรตุเกส ด้วยการลงทุนในทีมขาย ทีมดูแลความสำเร็จของลูกค้า และทีมวิศวกรในท้องถิ่น
การเดิมพันครั้งนี้ของ General Catalyst และนักลงทุนรายอื่นๆ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นว่า โมเดล AI Agent คู่ของ Factorial ไม่ใช่แค่เพียงฟีเจอร์ใหม่ แต่คือการเปลี่ยนโฉมหน้าของซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กรในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทอย่างแท้จริง
อ้างอิงจากรายงานของ Tech Funding News, Sifted, Tech.eu, The Next Web และ PRNewswire เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026
Comments
0 comments