ที่สำคัญคือ Fund IV ไม่ใช่แหล่งเงินทุนใหม่เพียงแหล่งเดียวของบริษัท หากรวมกับกองทุน North American Seed Fund มูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (เปิดตัวในปลายปี 2025) และกองทุนเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ (Special Purpose Vehicles) อีกหลายกองทุนแล้ว บริษัทได้ระดมทุนใหม่รวมกันมากกว่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งจะใช้สนับสนุนผู้ประกอบการตั้งแต่ระยะ Seed ไปจนถึง Series B
ไวต์สตาร์แคปปิตอล ปัจจุบันบริหารสินทรัพย์รวมกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และลงทุนในบริษัทมาแล้วกว่า 100 แห่ง กองทุน Fund IV จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับตลาดใน อเมริกาเหนือและยุโรป โดยดำเนินงานผ่านสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก, ลอนดอน, ปารีส, มอนทรีออล, โตรอนโต และมิลาน
นอกจากนี้บริษัทยังมีสำนักงานในโตเกียวและสิงคโปร์ ทำให้เป็นแพลตฟอร์มการลงทุนระดับโลกอย่างแท้จริง
พอร์ตการลงทุนของบริษัทประกอบด้วยบริษัทมากกว่า 100 แห่ง และมีการลงทุนที่ประสบความสำเร็จ (Exits) มากกว่า 22 ครั้ง ผลงานที่โดดเด่นได้แก่ Dialogue Health Technologies (ซื้อกิจการโดย Sun Life) และ Freshly (ขายให้ Nestlé)
บริษัทที่มีชื่อเสียงในพอร์ตอื่น ๆ เช่น Butternut Box, Vention, FINN
สำหรับ Fund IV นั้น ได้เริ่มลงทุนไปแล้วใน 6 บริษัท รวมถึง Sequen (นิวยอร์ก), Tetrix (มอนทรีออล), Veesion (ปารีส), OatFi, AMI Labs และ Trayd
หัวใจสำคัญของกลยุทธ์ไวต์สตาร์แคปปิตอลคือการสนับสนุนผู้ประกอบการที่มี 'ความทะเยอทะยานระดับนานาชาติ' ในรอบ Series A และ B ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ความสามารถ และผลิตภัณฑ์ที่จะเติบโตไปทั่วโลก บริษัทเรียกแนวทางนี้ว่า 'นานาชาติตั้งแต่วันแรก' โดยใช้เครือข่ายสำนักงานทั่วโลกเพื่อช่วยผู้ประกอบการขยายธุรกิจข้ามพรมแดน
ฌอง-ฟร็องซัวส์ มาร์กู (Jean-François Marcoux) ผู้ร่วมก่อตั้ง กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ La Presse โดยเน้นย้ำถึงความสนใจของกองทุนในด้านการป้องกันประเทศ (Defense), หุ่นยนต์ (Robotics) และแอปพลิเคชัน AI ในภาคอุตสาหกรรม กองทุน IV นี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการลงทุนระยะเริ่มต้นและการเติบโตในอเมริกาเหนือและยุโรป โดยมี AI เป็นตัวกรองสำคัญในการพิจารณาแหล่งดีลต่าง ๆ