เมื่อมีบันทึกการลงทุนใหม่เข้ามา IC Robot ไม่ได้แค่ดึงดีลที่คล้ายกันในอดีตขึ้นมา แต่มันจะตรวจสอบสมมติฐานเทียบกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงตลอด 13 ปี และแสดงความเห็นโต้แย้งออกมา Brocklebank ยกตัวอย่างเป็นรูปธรรมว่า ‘ผมเห็นสมมติฐานเรื่องอัตรากำไรที่บริษัทประเภทนี้ไม่เคยทำได้มาก่อนเลย’ เขาย้ำว่า IC Robot ไม่ใช่สมาชิกที่มีสิทธิ์โหวตในคณะกรรมการ แต่มีบทบาทชัดเจนในฐานะ ‘คู่หูนักโต้แย้ง’ ที่ไม่มีอีโก้ ถูกตั้งโปรแกรมให้จุดประเด็นพูดคุยในหัวข้อเฉพาะที่มีข้อมูลรองรับ
การตัดสินใจสร้าง IC Robot ไม่ได้เป็นแค่เรื่องการปรับปรุงการตัดสินใจดีล แต่มันคือ การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร เช่นกัน Brocklebank จัดให้โปรเจกต์นี้เป็น ‘การเดินหมากภายในองค์กร’ เพราะ Advent จะไปผลักดันให้บริษัทในพอร์ตใช้เอไอไม่ได้เลย หากตัวเองยังไม่ใช้อย่างจริงจัง
คำสั่งภายในนี้นำไปสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานในระดับที่ลึกกว่า เขาอธิบายว่า ‘เราแทบจะก้าวเข้าสู่โลกที่ เราทำงานให้เอไอ แทนที่จะให้เอไอทำงานให้เรา’ โดยอ้างถึงระเบียบวินัยในการจัดระเบียบข้อมูลที่เอไอต้องการจากทุกองค์กร การทลายไซโลข้อมูลเดิมๆ และโน้มน้าวให้ทีมดีลเปลี่ยนกระบวนการทำงานที่ยึดถือกันมานาน เป็นปัญหาเชิงวัฒนธรรมโดยแท้
แม้ IC Robot จะเป็นชิ้นส่วนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2026 แต่มันคือก้าวล่าสุดในการเดินทางที่ Advent เริ่มต้นมานานก่อนกระแสเจเนอเรทีฟเอไอจะบูม บริษัทได้จ้าง Chief Data Science Officer และ Chief Digital Officer มานานก่อนเอไอจะกลายเป็นหัวข้อกระแสหลัก
ระบบเอไอที่จับต้องได้ตัวแรกของพวกเขา คือ Large Language Model ของตัวเองชื่อ ‘Advent GPT’ ซึ่งถูกเทรนจากข้อมูลของบริษัท Brocklebank เรียกมันว่า ‘เวอร์ชันเกียร์หนึ่ง’ และตอนนี้พวกเขาได้พัฒนาไปสู่ ‘Intelligence Engine’ ที่ซับซ้อนกว่า ซึ่งดึงข้อมูลจาก LLM หลายๆ ตัวพร้อมกันเพื่อให้ผลลัพธ์ที่ลึกและละเอียดกว่าเดิม
แรงผลักดันทางเทคโนโลยีนี้ขยายไปถึงบริษัทในพอร์ตของ Advent โดยพวกเขาส่งพนักงานไปนั่งทำงานในบริษัทเหล่านั้นเพื่อขับเคลื่อน ‘การเปลี่ยนผ่านเอไอขั้นพื้นฐาน’ แทนที่จะทำโปรเจกต์เอไอเล็กๆ ที่แยกส่วนออกมา ที่มากกว่านั้น กลยุทธ์นี้ยังเปลี่ยนโฉมการจ้างงาน Advent ปรับการรับสมัครไปหาทีมดีลที่มีประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลอยู่แล้ว จากเดิมที่แยกนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลกับมืออาชีพด้านดีลออกจากกัน
ความเชื่อมั่นใน ‘คู่หูนักโต้แย้ง’ ที่เป็นเอไอเข้ากันได้ดีกับปรัชญาการลงทุนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Brocklebank ที่ว่า ‘ความซับซ้อนคือมิตรของเรา’ เขามองว่าตลาดยุโรปมีโครงสร้างที่ต่างจากสหรัฐฯ อย่างสิ้นเชิง มันเปิดโอกาสในการทำ ‘Transformational Buyout’ หรือการเข้าซื้อกิจการเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ เช่น การแยกซื้อธุรกิจคุณภาพดีออกจากกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่กำลังปรับพอร์ตโฟลิโอ
ตลาดยุโรปเป็นภาพโมเสกของกฎระเบียบที่กระจัดกระจาย มีตลาดการเงินที่พึ่งพาความสัมพันธ์ และเป็นการตัดสินใจแบบ 0 หรือ 1 แทนที่จะมีตลาดทุนที่ลึกและตั้งราคาทุกอย่างได้เหมือนสหรัฐฯ
Advent มีสำนักงานในยุโรปมาตั้งแต่ปี 1989 โดยมี ‘สำนักงานในพื้นที่’ ในลอนดอน, มิลาน, มาดริด, ปารีส และแฟรงก์เฟิร์ต เครือข่ายในท้องถิ่นนี้สร้างความได้เปรียบในการนำทางความซับซ้อน แต่ IC Robot ได้เพิ่มระดับใหม่เข้าไป นั่นคือเครื่องมือสังเคราะห์ข้อมูลที่สามารถมองเห็นรูปแบบข้ามประสบการณ์อันกระจัดกระจายนี้ อาจทำให้เห็นความเสี่ยงหรือทำให้สมมติฐานในแง่ดีที่ทีมงานซึ่งจดจ่ออยู่กับดีลในพื้นที่อาจมองข้ามไป ต้องกลับมาถูกทบทวนอีกครั้ง
ท่ามกลางการลงทุนมหาศาลในเอไอ Brockleback ชัดเจนมากว่าอะไรคือตัวตัดสินว่าใครจะชนะในอุตสาหกรรมนี้ในท้ายที่สุด นั่นคือ ‘ข้อได้เปรียบของมนุษย์’ ที่ไม่อาจถูกทดแทนได้ เขาบอกว่าความฉลาดทางอารมณ์, การตัดสิน, ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ คือคุณสมบัติที่ไม่มีอัลกอริทึมใดเลียนแบบได้
เขาให้คำแนะนำที่เรียบง่ายจนน่าตกใจแก่ลูกชายที่กำลังคิดจะเข้าทำงานในแวดวงการเงินว่า: ‘จงเป็นมนุษย์ ในโลกของเอไอ ผมคิดว่าความเป็นมนุษย์นั้นสำคัญมาก’ ในมุมมองของเขา เอไอทำหน้าที่เป็น ‘เสื้อคลุมพลังวิเศษ’ ที่ให้คนเก่งมีเครื่องมือในการทำสิ่งสุดพิเศษ แต่พลังนั้นจะขยายความเป็นมนุษย์ของผู้ใช้เท่านั้น แก่นแท้ของมนุษย์ผู้ตัดสินใจ เช่น จริยธรรม, ปรีชาญาณ, และความสามารถในการสร้างความไว้ใจ — ได้กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด ก็เพราะในเมื่อสนามแข่งขันในเชิงวิเคราะห์นั้นกำลังถูกทำให้เท่าเทียมกันด้วยเอไอ
Comments
0 comments