Cambridge Aerospace เป็นสตาร์ทอัพเทคโนโลยีด้านกลาโหมสัญชาติอังกฤษ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 250 คน
โดยผู้ก่อตั้งและซีอีโอคือ Steven Barrett อดีตศาสตราจารย์วิศวกรรมศาสตร์จาก MIT และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีโดรน ซึ่งประกาศการระดมทุนครั้งนี้ผ่านการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว Financial Times
ทีมผู้บริหารยังประกอบด้วย Chris Sylvan อดีตผู้บริหาร Anduril และ Junaid
หัวใจสำคัญของธุรกิจคือระบบสกัดกั้นนำวิถีด้วยเรดาร์ราคาถูกที่ออกแบบมาเพื่อทำลายโดรนโจมตี โดยเฉพาะโดรนที่ผลิตจำนวนมาก อาทิ โดรนตระกูล Shahed ของอิหร่าน
Skyhammer คือผลิตภัณฑ์แรกของบริษัท ซึ่งอยู่ในระหว่างการผลิตและมีการใช้งานจริงแล้ว เป็นระบบสกัดกั้นนำวิถีด้วยเรดาร์มีระยะยิงเกิน 30 กิโลเมตร ความเร็วสูงกว่า 0.7 มัค บริษัทอ้างว่าราคาต่อหน่วยของ Skyhammer อยู่ที่หลักหมื่นดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นเพียง 1 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของราคาขีปนาวุธสกัดกั้นแบบดั้งเดิม
แนวคิดคือต้องถูกพอที่จะยิงเป็นจำนวนมากเพื่อสู้กับฝูงโดรนราคาถูก
Looking Glass คือระบบเฝ้าระวังแบบครอบคลุมพื้นที่วงกว้าง อธิบายว่าเป็นระบบเรดาร์แบบ multi-static ที่ใช้เครื่องส่งและเครื่องรับแยกตามตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เพื่อตรวจจับและติดตามภัยคุกคาม
Cambridge Aerospace เป็นผู้จัดหาให้กระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร (UK MoD) ซึ่งได้มีการส่งมอบ Skyhammer ภายใต้สัญญาแล้ว ในเดือนเมษายน 2026 UK MoD ประกาศสัญญามูลค่าหลายล้านปอนด์เพื่อซื้อ Skyhammer หลายร้อยชุด โดยเฉพาะเพื่อทำลายโดรนจู่โจมตระกูล Shahed
จากนั้นในเดือนกรกฎาคม 2026 บริษัทได้รับสัญญาเพิ่มเติมภายใต้โครงการ Low-Cost Effectors and Autonomous Platforms (LEAP) ซึ่งเป็นโครงการร่วม 5 ชาติ
Steven Barrett ซีอีโอ ระบุว่าเงินทุนจะถูกใช้ใน 4 ด้านหลัก:
แม้จะมีฐานอยู่ในเคมบริดจ์ อังกฤษ แต่กลุ่มนักลงทุนสะท้อนความทะเยอทะยานในตลาดกลาโหมระดับนานาชาติ DFJ Growth ซึ่งเป็นผู้นำรอบนี้ ตั้งอยู่ในซานฟรานซิสโก และเป็นผู้สนับสนุน SpaceX ในยุคแรก การมีนักลงทุนจากสหรัฐฯ ร่วมกับกองทุนยุโรป บ่งบอกว่า Cambridge Aerospace กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้จัดหาให้กับพันธมิตร NATO ไม่ใช่แค่สหราชอาณาจักร
การประเมินมูลค่าของ Cambridge Aerospace ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 1.3 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2026 สู่ 3.4 พันล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2026 สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกระบวนการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ ที่หันมาใช้ระบบราคาถูกและใช้แล้วทิ้งได้ (expendable) เพื่อรับมือกับการโจมตีด้วยโดรนจำนวนมากได้อย่างคุ้มค่ากว่าขีปนาวุธแบบดั้งเดิม การเดิมพันของบริษัทที่ backed ด้วยเงินทุนรวมกว่า 630 ล้านดอลลาร์คือ อนาคตของการป้องกันภัยทางอากาศอยู่บนพื้นฐานของระบบสกัดกั้นราคาถูกที่ยิงออกไปเป็นปริมาณมาก ไม่ใช่การพึ่งพาอาวุธราคาแพงเพียงไม่กี่ชิ้น