Xpeng เริ่มผลิต robotaxi ระดับ Level‑4 บนแพลตฟอร์ม GX ใช้ชิป AI Turing ที่พัฒนาเอง 4 ตัว ให้พลังประมวลผลราว 3,000 TOPS และเตรียมทดลองให้บริการในครึ่งหลังปี 2026 [4][10] ระบบขับขี่อัตโนมัติใช้แนวทางเน้นกล้อง (vision‑led) และโมเดล VLA หรือ vision‑language‑action เพื่อแปลงภาพจากกล้องเป็นการควบคุมรถแบบ end‑to‑end [11][1...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Xpeng’s new robotaxi initiative, how do its Level‑4 autonomous cabs powered by four self‑developed Turing AI chips work, when will p. Article summary: Xpeng’s new robotaxi initiative is a move to mass-produce purpose-built Level 4 autonomous taxis using its own vehicle platform, AI chips, and autonomous-driving software stack. Pilot operations are targeted for the seco. Topic tags: general, news, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "XPeng (NYSE: XPEV) announced today that it has rolled the first mass-produced unit of its robotaxi off the production line in Guangzhou. The milestone makes XPeng the first automak" source context "XPeng (XPEV) rolls first mass-produced robotaxi off the line, a China first | Electrek" Reference image 2: visual subject "XPe
Xpeng ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนกำลังขยับบทบาทจากการขายรถ EV ไปสู่การให้บริการ แท็กซี่ไร้คนขับ (robotaxi) โดยบริษัทเริ่มผลิตรถแท็กซี่อัตโนมัติที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับการขับขี่แบบ Level‑4 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการแข่งขันระดับโลกด้านรถยนต์ไร้คนขับ
โครงการนี้ผสานเทคโนโลยีหลักของบริษัทเข้าด้วยกัน ทั้งแพลตฟอร์มรถยนต์ ชิป AI และซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติ หากทำได้สำเร็จ Xpeng อาจกลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญของ Tesla ในการแข่งขันสร้างเครือข่าย robotaxi ขนาดใหญ่
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 Xpeng ประกาศว่ารถ robotaxi คันแรกที่ผลิตจำนวนมากได้ออกจากสายการผลิตในเมืองกวางโจว ประเทศจีน ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตรถยนต์จีนสามารถผลิต robotaxi ในระดับอุตสาหกรรมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีแบบครบวงจรภายในบริษัทเอง
รถรุ่นนี้สร้างบน แพลตฟอร์ม GX ของ Xpeng และออกแบบให้รองรับมาตรฐานการขับขี่อัตโนมัติ Level‑4 (L4) ซึ่งหมายความว่ารถสามารถขับเองได้โดยไม่ต้องมีคนควบคุมภายใต้เงื่อนไขและพื้นที่ที่กำหนด หรือที่เรียกว่า operational design domain
แตกต่างจากหลายโครงการรถไร้คนขับที่ต้องพึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนภายนอก Xpeng เลือกพัฒนาเทคโนโลยีหลักเกือบทั้งหมดเอง ตั้งแต่ฮาร์ดแวร์คอมพิวต์ไปจนถึงซอฟต์แวร์ขับขี่อัตโนมัติ แนวทางนี้ช่วยให้บริษัทควบคุมต้นทุน ข้อมูล และการปรับแต่งระบบได้มากขึ้น
หัวใจของระบบคือ ชิป AI “Turing” ที่ Xpeng พัฒนาเองจำนวน 4 ตัว ซึ่งรวมกันให้พลังประมวลผลประมาณ 3,000 tera operations per second (TOPS) สำหรับการคำนวณภายในรถ
พลังประมวลผลระดับนี้จำเป็นต่อการทำงานสำคัญของระบบขับขี่อัตโนมัติ เช่น
รายงานระบุว่ารถ robotaxi ของ Xpeng ใช้แนวทาง vision‑centric หรือเน้นข้อมูลจากกล้องเป็นหลัก โดยไม่ใช้ LiDAR และไม่พึ่งแผนที่ความละเอียดสูง (HD maps) แต่ใช้ AI วิเคราะห์สภาพถนนแบบเรียลไทม์แทน
ในระดับซอฟต์แวร์ รถใช้โมเดล AI รุ่นใหม่ของบริษัทที่เรียกว่า VLA (vision‑language‑action) รุ่นที่สอง
โมเดลนี้ถูกออกแบบให้แปลงข้อมูลภาพจากกล้องไปเป็นคำสั่งการขับรถโดยตรง เช่น การเลี้ยว การเบรก หรือการเร่งความเร็ว
ระบบขับขี่อัตโนมัติแบบดั้งเดิมมักแบ่งขั้นตอนออกเป็นหลายส่วน เช่น การรับรู้ การวางแผน และการควบคุม แต่แนวทางของ VLA พยายามให้โมเดลเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่แบบ end‑to‑end จากข้อมูลวิดีโอการขับจริงจำนวนมหาศาล
Xpeng อธิบายว่านี่คือส่วนหนึ่งของแนวคิด “physical AI” ที่ AI สามารถโต้ตอบกับโลกจริงผ่านอุปกรณ์อย่างรถยนต์หรือหุ่นยนต์
Xpeng วางแผนเริ่ม ทดลองให้บริการ robotaxi ในครึ่งหลังของปี 2026 โดยคาดว่าจะเริ่มในเมืองกวางโจวก่อน
บริษัทได้รับใบอนุญาตสำหรับการทดสอบรถ Level‑4 บนถนนสาธารณะในเมืองดังกล่าวแล้ว
อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการแบบไร้คนขับเต็มรูปแบบยังต้องใช้เวลาเพิ่มเติม ซีอีโอ He Xiaopeng ระบุว่าการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบอาจเป็นจริงได้ภายใน 1–3 ปี แต่เป็นเพียงเป้าหมายของบริษัท ไม่ใช่กำหนดการที่รับประกัน
การเปิดบริการจริงในวงกว้างยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ การเห็นบริการ robotaxi แบบไร้คนขับเต็มรูปแบบในหลายเมืองอาจเป็น เป้าหมายช่วงปลายทศวรรษนี้ มากกว่าจะเกิดขึ้นทันที
โครงการ robotaxi ของ Xpeng ยังเป็นการตอบโต้เชิงกลยุทธ์ต่อการผลักดันเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติของ Tesla
ระบบ Full Self‑Driving (FSD) ของ Tesla ก็ใช้แนวทางเน้นกล้องและข้อมูลจากรถจำนวนมหาศาลในฝูงรถของบริษัท เช่นเดียวกับแนวคิดที่ Xpeng กำลังพัฒนา
ทั้งสองบริษัทมีจุดร่วมหลายอย่าง เช่น
สำหรับ Xpeng การสร้าง robotaxi ของตัวเองหมายถึงการขยายจากธุรกิจขายรถ EV ไปสู่ แพลตฟอร์มบริการการเดินทางที่ขับเคลื่อนด้วย AI
การผลิต robotaxi จำนวนมากเป็นเพียงก้าวแรก ความท้าทายที่แท้จริงคือการพิสูจน์ว่าระบบขับขี่อัตโนมัติสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย เชื่อถือได้ และคุ้มค่าในสภาพการจราจรเมืองที่ซับซ้อน
เทคโนโลยีชิป AI และซอฟต์แวร์ของ Xpengทำให้บริษัทมีพื้นฐานที่แข็งแรง แต่ความสำเร็จสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับผลการทดสอบในโลกจริง การอนุมัติจากหน่วยงานรัฐ และความสามารถในการขยายกองรถให้ใหญ่พอ
กล่าวอีกอย่างหนึ่ง การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตรถ EV อย่าง Tesla และบริษัทเทคโนโลยีรถยนต์จีนกำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การแข่งขันด้าน AI และการนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงในระดับเมือง
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Xpeng เริ่มผลิต robotaxi ระดับ Level‑4 บนแพลตฟอร์ม GX ใช้ชิป AI Turing ที่พัฒนาเอง 4 ตัว ให้พลังประมวลผลราว 3,000 TOPS และเตรียมทดลองให้บริการในครึ่งหลังปี 2026 [4][10]
Xpeng เริ่มผลิต robotaxi ระดับ Level‑4 บนแพลตฟอร์ม GX ใช้ชิป AI Turing ที่พัฒนาเอง 4 ตัว ให้พลังประมวลผลราว 3,000 TOPS และเตรียมทดลองให้บริการในครึ่งหลังปี 2026 [4][10] ระบบขับขี่อัตโนมัติใช้แนวทางเน้นกล้อง (vision‑led) และโมเดล VLA หรือ vision‑language‑action เพื่อแปลงภาพจากกล้องเป็นการควบคุมรถแบบ end‑to‑end [11][14]
ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และรถยนต์เอง Xpeng กำลังสร้างแพลตฟอร์ม robotaxi ที่อาจแข่งขันกับ Tesla ในตลาด AI และรถยนต์ไฟฟ้าได้โดยตรง [2]