ในทางกลับกัน การใช้งานแบบซอฟต์แวร์ของ Xiaomi ไม่ต้องใช้แผงหน้าจอแบบพิเศษ นั่นหมายความว่ามันอาจถูกส่งต่อไปยังอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วจำนวนมากผ่านการอัปเดตระบบแบบ Over-the-Air (OTA) โดยไม่ต้องรอซื้อมือถือรุ่นเรือธงใหม่ ฟีเจอร์นี้คาดว่าจะเปิดตัวครั้งแรกใน HyperOS 4 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการรุ่นถัดไปบนพื้นฐาน Android ของ Xiaomi โดย Lu Weibing ประธานของ Xiaomi ได้ยืนยันในระหว่างการรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 ว่าระบบจะพร้อมเปิดตัวในช่วงปลายฤดูร้อนนี้
ข้อมูลจากหลายแหล่งชี้ไปที่กรอบเวลาเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคม 2026 ซึ่งอาจจะตรงกับการเปิดตัว Xiaomi 18 Series พอดี
ทั้งสองแนวทางเป็นตัวแทนของปรัชญาที่แตกต่างกันในการนำเสนอฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัว นี่คือการเปรียบเทียบในทางปฏิบัติ
ประสิทธิภาพด้านความเป็นส่วนตัว: การควบคุมมุมมองด้วยพิกเซลทางกายภาพอย่าง Flex Magic Pixel มีแนวโน้มที่จะมีความสม่ำเสมอและข้ามผ่านได้ยากกว่าโซลูชันซอฟต์แวร์ใดๆ ในการใช้งานบนหน้าจอความสว่างต่ำหรือคอนเทนต์ที่มีคอนทราสต์สูง การกรองด้วยอัลกอริทึมอาจมีปัญหาในการบล็อกการมองจากด้านข้างได้ไม่ดีเท่าฮาร์ดแวร์เฉพาะทาง แนวทางของ Samsung เป็นการจำกัดแสงที่จะไปถึงสายตาผู้มองจากด้านข้าง ในขณะที่โซลูชันซอฟต์แวร์พยายาม "หลอก" สายตาเป็นหลัก ซึ่งหมายความว่ามันมีข้อจำกัดด้านความน่าเชื่อถืออยู่โดยธรรมชาติ
ความพร้อมใช้งานบนอุปกรณ์: นี่คือจุดแข็งของกลยุทธ์ Xiaomi โซลูชันของ Samsung จำกัดอยู่แค่ Galaxy S26 Ultra ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่คาดว่าจะมีราคาประมาณ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือมากกว่านั้น แต่ฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ของ Xiaomi ผ่าน HyperOS 4 มีศักยภาพที่จะทำงานบนอุปกรณ์ Xiaomi, Redmi และ Poco ที่มีอยู่มากมายหลายรุ่น เห็นได้ชัดว่าฟีเจอร์ที่มาในรูปแบบการอัปเดต OTA ฟรีนั้นเข้าถึงคนได้กว้างกว่าฟีเจอร์ที่ฝังมากับหน้าจอของมือถือเรือธงราคาแพง
ผลกระทบต่อแบตเตอรี่และประสิทธิภาพ: การควบคุมความเป็นส่วนตัวระดับฮาร์ดแวร์ทำงานที่ระดับไดรเวอร์หน้าจอ ซึ่งเพิ่มภาระการประมวลผลน้อยมาก ในขณะที่การใช้ซอฟต์แวร์จำเป็นต้องประมวลผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจต้องใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และอาจส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่แม้จะไม่มากนักแต่ก็วัดผลได้ ต้นทุนด้านประสิทธิภาพที่แน่นอนจะกระจ่างก็ต่อเมื่อฟีเจอร์นี้เปิดตัวจริง แต่มันก็เป็นเรื่องที่ผู้ใช้ที่เปิดโหมดความเป็นส่วนตัวไว้เป็นเวลานานต้องนำมาพิจารณา
ความสมบูรณ์ของเทคโนโลยี: โซลูชันของ Samsung คือฮาร์ดแวร์เฉพาะที่ถูกสร้างมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ในขณะที่ของ Xiaomi ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในการใช้งานจริง ประสิทธิภาพอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นของโทรศัพท์ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติหน้าจอ การปรับแต่งเฟิร์มแวร์ และสภาพแวดล้อม ณ จุดนี้ ฟีเจอร์ทั้งหมดยังมาจากรายงานของนักปล่อยข่าวลือเท่านั้น — ยังไม่มีวิธีไหนผ่านการทดสอบอิสระในระยะยาว และ Xiaomi ก็ยังไม่ได้สาธิตเวอร์ชันของตัวเองอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
Xiaomi ไม่ได้อยู่ลำพังในความพยายามไล่ตามผู้นำด้าน Privacy Display นี้ รายงานจากเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่า Vivo, Oppo และผู้ผลิตจีนรายอื่นๆ ก็กำลังพัฒนาหน้าจอ Privacy Display ระดับฮาร์ดแวร์เช่นกัน โดยอุปกรณ์รุ่นแรกคาดว่าจะมาถึงประมาณเดือนกันยายน 2026
ทิปสเตอร์ Digital Chat Station ระบุชื่อ Vivo และ Oppo โดยเฉพาะว่าเป็นแบรนด์ที่กำลังทำงานกับหน้าจอป้องการการแอบมองแบบฮาร์ดแวร์ของตัวเอง ซึ่งสร้างไว้ในหน้าจอโดยตรงแทนที่จะเป็นชั้นซอฟต์แวร์ หากไทม์ไลน์เป็นไปตามนั้น ตลาดอาจแยกออกเป็นสองค่ายชัดเจนภายในปลายปี 2026 คือ Samsung, Vivo และ Oppo ที่ใช้หน้าจอ Privacy Display แบบเนทีฟฮาร์ดแวร์ กับ Xiaomi ที่ใช้เวอร์ชันซอฟต์แวร์ซึ่งพร้อมใช้งานบนอุปกรณ์หลากหลายรุ่นของตัวเอง
ความสนใจที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ การถูกคนข้างๆ บนรถไฟฟ้าหรือในร้านกาแฟแอบมองข้อมูลธนาคาร แชทส่วนตัว หรือเอกสารงาน เป็นปัญหาความเป็นส่วนตัวที่ผู้ผลิตโทรศัพท์พยายามแก้ไขโดยไม่ต้องใช้แผ่นกรองหน้าจอเสริม การสร้างฟีเจอร์นี้เข้าไปในตัวเครื่องเลย ไม่ว่าจะด้วยฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ จะช่วยลดความยุ่งยากและทำให้ความเป็นส่วนตัวกลายเป็นความสามารถระดับระบบ ไม่ใช่แค่อุปกรณ์เสริมที่ซื้อมาทีหลังอีกต่อไป
นอกเหนือจาก Privacy Display แล้ว HyperOS 4 กำลังจะเป็นหนึ่งในการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่สำคัญที่สุดของ Xiaomi ในรอบหลายปี ข้อมูลหลุดและคำแถลงอย่างเป็นทางการบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายอย่าง:
อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่ใช้งาน HyperOS 3 ในปัจจุบันคาดว่าจะได้รับการอัปเดตเป็น HyperOS 4 แม้ว่า Xiaomi จะยังไม่ได้เผยแพร่รายชื่ออุปกรณ์ที่มีสิทธิ์อย่างเป็นทางการก็ตาม บริษัทได้ขยายการสนับสนุน HyperOS เป็นระยะเวลาถึง 5 ปีในหลายรุ่น ซึ่งบ่งบอกถึงความพร้อมใช้งานที่กว้างขวางเมื่อการอัปเดตเริ่มทยอยปล่อยออกมา
ฟีเจอร์ Privacy Display นี้ยังไม่เคยถูกประกาศหรือสาธิตอย่างเป็นทางการโดย Xiaomi รายละเอียดทั้งหมดมาจากนักปล่อยข่าวลือ — โดยหลักคือ Yogesh Brar และ Digital Chat Station — และจากการรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่ง Lu Weibing ได้ยืนยันไทม์ไลน์การเปิดตัว HyperOS 4 ในช่วงปลายฤดูร้อน โดยไม่ได้ระบุเจาะจงถึง Privacy Display การมีอยู่ รายละเอียดการนำไปใช้ และช่วงเวลาเปิดตัวของฟีเจอร์นี้ ยังคงไม่ได้รับการยืนยันจนกว่า Xiaomi จะออกแถลงการณ์หรือการสาธิตสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ