Willy Woo นักวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ประเมินว่ามี โอกาส 90% ที่ตลาดคริปโตผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว เหตุผลหลักคือสภาพคล่องจากนักลงทุนระยะยาวเริ่มไหลกลับ ซึ่งเขามองว่าเป็นโครงสร้างของ ตลาดขาขึ้นระยะแรก มากกว่าช่วงปลายของตลาดหมี
15
อย่างไรก็ดี นี่คือการประเมินความน่าจะเป็นของนักวิเคราะห์ ไม่ใช่หลักประกันว่า Bitcoin จะไม่ปรับลงอีก และ Woo เองก็ยอมรับว่ายังบอกไม่ได้ว่าขาขึ้นจะยาวนานเพียงใด เพราะขึ้นอยู่กับว่ากระแสเงินลงทุนจะยังแข็งแรงต่อเนื่องหรือไม่
30
แก่นของมุมมอง: ดูสภาพคล่อง มากกว่าดูปฏิทิน
กรอบวิเคราะห์ของ Woo ให้น้ำหนักกับโครงสร้างสภาพคล่องของ Bitcoin ได้แก่ ใครกำลังนำเงินเข้าตลาด เงินนั้นมีความต่อเนื่องเพียงใด และกระแสเงินกำลังแข็งแรงหรืออ่อนตัวลง เขามองว่าการกลับมาของสภาพคล่องจากนักลงทุนระยะยาวเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญที่สุด
15
เขาจงใจลดน้ำหนักของแบบจำลองรอบ halving ทุก 4 ปี แม้ยอมรับว่ารูปแบบดังกล่าวเคยใช้ระบุจุดต่ำสุดได้ดีในอดีต ขณะที่นักวิเคราะห์ที่อิงรอบประวัติศาสตร์ประเมินโอกาสที่จุดต่ำสุดเกิดขึ้นแล้วเพียงราว 40% ซึ่งต่างจากตัวเลข 90% ของ Woo อย่างชัดเจน
30
ความเห็นต่างนี้จึงไม่ใช่แค่ฝ่ายหนึ่งมองบวก แต่อีกฝ่ายมองลบ แต่เป็นการให้น้ำหนักกับหลักฐานคนละชุด
- แนวทางของ Woo: สภาพคล่องปัจจุบัน กระแสเงินลงทุน การเข้ามาของสถาบัน และโครงสร้างตลาดบนเชน
- แนวทางอิงวัฏจักร: เปรียบเทียบจังหวะหลังราคาทำจุดสูงสุดและหลัง halving กับอดีต
ทั้งสองวิธียืนยันจุดต่ำสุดได้ไม่เด็ดขาด และแนวคิดวัฏจักร 6–8 ปีของ Woo ยังเป็นเพียงสมมติฐานว่าตลาดกำลังเปลี่ยนโครงสร้าง ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าได้มาแทนที่วัฏจักร 4 ปีแล้ว
19
เหตุใด Woo จึงมองว่า halving อาจมีอิทธิพลลดลง
การ halving เดือนเมษายน 2024 ทำให้อุปทาน Bitcoin ใหม่ต่อปีลดเหลือราว 164,250 BTC หรือประมาณ 0.82% ของอุปทาน ส่วน halving ในปี 2028 คาดว่าจะลดการออกเหรียญใหม่ต่อปีลงอีก เหลือราว 82,125 BTC หรือประมาณ 0.4%
17
18
ข้อโต้แย้งของ Woo คือ เมื่ออุปทานใหม่ส่วนเพิ่มมีขนาดเล็กลง ปัจจัยอื่นอาจเคลื่อนย้ายเงินทุนได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น spot ETF การจัดสรรเงินของบริษัทและสถาบัน ภาวะสินเชื่อ และสภาพคล่องทั่วโลก เขาจึงเสนอว่า Bitcoin อาจเคลื่อนไหวตามจังหวะ 6–8 ปี ที่คล้ายวัฏจักรหนี้และสภาพคล่องของการเงินดั้งเดิม มากกว่าจะยึดนาฬิกา halving อย่างเคร่งครัด
21
25
ไม่ได้หมายความว่า halving หมดความสำคัญเสียทีเดียว แต่หมายความว่าน้ำหนักสัมพัทธ์ของมันอาจลดลง เมื่อ Bitcoin เชื่อมโยงกับทุนสถาบันและภาวะเศรษฐกิจมหภาคมากขึ้น
20
ภาพตลาดในช่วงที่เกิดการถกเถียง
Bitcoin ซื้อขายใกล้ 76,000 ดอลลาร์ และต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ราว 38% ในช่วงที่ประเด็นนี้ถูกหยิบมาถกเถียง
4
1
วันที่ 15 กันยายน วุฒิสภาสหรัฐลงมติ 50 ต่อ 49 เสียง ไม่ให้เดินหน้าร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งมีเป้าหมายสร้างกติกาคริปโตให้ชัดเจนขึ้น หลังจากนั้น Bitcoin ลดลงราว 3% ขณะที่ spot Bitcoin ETF ในสหรัฐมีเงินไหลออกสุทธิในวันเดียวราว 450 ล้านดอลลาร์
1
11
สำหรับสมมติฐานของ Woo ข่าวลบไม่ได้ล้มล้างแนวคิดเรื่องจุดต่ำสุดโดยอัตโนมัติ ประเด็นสำคัญกว่าคือ ผู้ซื้อและเงินทุนระยะยาวจะรับแรงกระแทกเหล่านี้ได้หรือไม่ โดยไม่ทำให้โครงสร้างราคาและกระแสเงินเสื่อมลงอย่างต่อเนื่อง
CryptoQuant ระวังมากกว่า: อาจเป็นฐานกลางวัฏจักร
ผู้ร่วมวิเคราะห์ของ CryptoQuant ให้กรอบที่ระมัดระวังกว่าการฟันธงว่าเป็นจุดต่ำสุดของทั้งวัฏจักร โดยมองว่าภาพรวมคล้ายการสร้าง ฐานกลางวัฏจักร มากกว่าจุดต่ำสุดสุดท้ายของตลาดหมี
4
46
ข้อมูล on-chain ที่สนับสนุนมุมมองนี้คือสัดส่วน UTXO ของ Bitcoin ที่อยู่ในภาวะขาดทุนลดจากเกือบ 60% เหลือประมาณ 27% ตาม Crypto Dan ผู้ร่วมวิเคราะห์ของ CryptoQuant ซึ่งอาจสะท้อนว่าแรงกดดันจากการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในวงกว้างลดลง
37
แต่ความเสี่ยงยังไม่หายไป Bitcoin ถูกมองว่ากำลังเคลื่อนไหวระหว่างสองระดับต้นทุนสำคัญ
- ประมาณ 71,300 ดอลลาร์: ต้นทุนของอุปทานที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นแนวรับ
- ประมาณ 79,800 ดอลลาร์: ต้นทุนเงินลงทุนที่อาจกลายเป็นแนวต้าน เพราะผู้ที่ขาดทุนอาจเลือกขายเมื่อราคาเสมอตัว
37
40
กล่าวอีกแบบคือ สภาพ on-chain ที่ดีขึ้นไม่ได้ตัดโอกาสของการย่อตัวลึกกว่าเดิม หรือการฟื้นตัวที่สะดุดออกไป
สัญญาณใดจะยืนยัน หรือทำให้มุมมองขาขึ้นอ่อนลง
ควรมองข้อเสนอของ Woo เป็นชุดเงื่อนไขที่ตรวจสอบได้ มากกว่าจะเป็นคำทำนายครั้งเดียว
สัญญาณที่หนุนมุมมองของ Woo
- Bitcoin ยืนได้ใกล้หรือเหนือระดับต้นทุนอุปทานที่ยังเคลื่อนไหวอยู่แถว 71,300 ดอลลาร์
37
- สัดส่วน UTXO ที่ขาดทุนยังอยู่ในระดับจำกัด แทนที่จะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
37
- กระแสเงินของ spot Bitcoin ETF ในสหรัฐทรงตัวและกลับมาไหลเข้าสุทธิอย่างต่อเนื่อง
37
- ราคาดูดซับแรงขายบริเวณ 79,800 ดอลลาร์ ได้ แทนที่จะถูกปฏิเสธซ้ำ ๆ
40
สัญญาณที่ท้าทายมุมมองนี้
- ราคาหลุดต่ำกว่าแนวต้นทุน 71,300 ดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง
37
- ปริมาณอุปทานที่อยู่ในภาวะขาดทุนเพิ่มขึ้น บ่งชี้แรงกดดันที่ขยายวง
37
- การไถ่ถอน ETF ต่อเนื่อง สะท้อนว่าอุปสงค์จากสถาบันกำลังอ่อนลง ไม่ใช่ฟื้นตัว
37
- ราคาไม่ผ่านหรือถูกขายกดซ้ำบริเวณ 79,800 ดอลลาร์
40
เงิน ETF เดือนสิงหาคมสำคัญอย่างไร และทำไมต้องแก้ความเข้าใจเรื่องกรกฎาคม
spot Bitcoin ETF ในสหรัฐมีเงินไหลเข้าสุทธิ 3.52 พันล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นยอดรายเดือนสูงสุดของปี หลังเดือนมิถุนายนมีเงินไหลออกสุทธิราว 4.51 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้ชี้ว่าอุปสงค์สถาบันสามารถกลับมาได้รวดเร็ว
51
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนับเดือนกรกฎาคมรวมกับเดือนมิถุนายนว่าเป็นช่วงเงินไหลออก ข้อมูลอ้างอิงจาก SoSoValue ระบุว่าเดือนกรกฎาคมมีเงินไหลเข้าสุทธิเล็กน้อย 172.4 ล้านดอลลาร์ และเป็นการยุติการไหลออกต่อเนื่องสองเดือนก่อนหน้า
58
การพุ่งขึ้นของเงินไหลเข้าในเดือนสิงหาคมสนับสนุนความเป็นไปได้ของระบอบอุปสงค์ที่ดีขึ้น แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าจะยืนระยะได้ เหตุการณ์เงินไหลออกวันเดียวราว 450 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 15 กันยายน แสดงให้เห็นว่าทิศทางเงินทุนของกองทุนสามารถกลับตัวได้เร็วเพียงใด
1
บทสรุป
ตัวเลข 90% ของ Woo ควรถูกอ่านเป็น สมมติฐานว่าด้วยสภาพคล่องและโครงสร้างตลาด เขาเห็นสภาพคล่องจากนักลงทุนระยะยาวกลับมา จึงเชื่อว่า Bitcoin น่าจะเข้าสู่ระยะต้นของตลาดขาขึ้น แม้กรอบเวลาตามวัฏจักรเดิมจะยังชี้ถึงความไม่แน่นอน
15
30
บททดสอบที่แท้จริงไม่ใช่การที่ Bitcoin จะไร้ความผันผวน แต่คือแรงกดดันจากเหรียญที่ขาดทุนยังต่ำหรือไม่ แนวรับ 71,300 ดอลลาร์จะยืนได้หรือไม่ และอุปสงค์จาก ETF จะต่อเนื่องมากพอรับแรงขายกับข่าวลบหรือเปล่า หากเงื่อนไขเหล่านี้ไม่เป็นไปตามคาด สมมติฐานขาขึ้นนี้ก็จะน่าเชื่อถือน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
37
40