Tom Lee เชื่อว่า Ethereum มีโอกาสทำผลงานเหนือ Bitcoin จากการนำสินทรัพย์ของ Wall Street ขึ้นบล็อกเชน และการทำธุรกรรมระหว่าง AI ที่ทำงานได้เอง BitMine รายงานว่าถือ ETH จำนวน 5.82 ล้านเหรียญ หรือราว 4.8% ของอุปทานที่ระบุไว้ โดยนำประมาณ 87% ไป stake ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในระดับองค์กร แต่ยังไม่ใช่หลักฐานอิสระว่า ETH จะ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Tom Lee’s case that Ethereum will outperform Bitcoin in the coming years as asset tokenization by Wall Street and autonomous, or age. Article summary: Tom Lee’s thesis is that Ethereum—not Bitcoin—has the greater exposure to a prospective institutional blockchain-adoption cycle: Wall Street tokenizing real-world financial assets and autonomous AI agents using blockchai. Topic tags: general, government, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, ch
มุมมองเชิงบวกของ Tom Lee ต่อ Ethereum ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ตัวขับเคลื่อนรอบขาขึ้นครั้งต่อไปของตลาดคริปโตอาจเปลี่ยนไปจากเดิม
ในสายตาของเขา Bitcoin ยังคงมีบทบาทใกล้เคียงสินทรัพย์การเงินหรือทุนสำรอง ขณะที่ Ethereum เปิดรับความต้องการใหม่จากสองด้านมากกว่า ได้แก่ การที่ Wall Street นำสินทรัพย์ทางการเงินขึ้นมาอยู่บนบล็อกเชน และการที่ซอฟต์แวร์เอเจนต์ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI ทำธุรกรรมระหว่างกันเอง
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงสมมติฐานด้านการลงทุน ไม่ใช่หลักฐานว่า Ethereum จะต้องทำผลงานเหนือ Bitcoin คำถามสำคัญคือ Tokenization และ Agentic AI จะสร้างกิจกรรมจริงได้มากพอหรือไม่ และ Ethereum จะรองรับความต้องการดังกล่าวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเพียงใด
Lee มองว่า หุ้น พันธบัตร กองทุน และเครื่องมือทางการเงินประเภทอื่นอาจถูกออกโทเคน โอน หรือใช้เป็นหลักประกันบนเครือข่ายบล็อกเชนมากขึ้นในอนาคต
Ethereum มีความน่าสนใจในภาพนี้ เพราะถูกออกแบบให้เป็นเครือข่ายชำระบัญชีที่ตั้งโปรแกรมได้ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นสินทรัพย์เพื่อเก็บมูลค่าเท่านั้น หากโมเดลนี้เกิดขึ้นบน Ethereum หรือเครือข่ายที่เข้ากันได้กับ Ethereum (Ethereum-compatible networks) ETH อาจมีบทบาทหลายด้าน ทั้งใช้จ่ายค่าธรรมเนียมธุรกรรม ใช้เป็นหลักประกัน และช่วยรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายผ่านระบบ Proof of Stake
ส่วน Agentic AI อาจเพิ่มความต้องการอีกชั้น หากซอฟต์แวร์เอเจนต์สามารถชำระเงิน ประสานงาน หรือปิดธุรกรรมได้เองโดยไม่ต้องให้มนุษย์อนุมัติทุกขั้นตอน
แต่การนำสินทรัพย์ขึ้นบล็อกเชนไม่ได้หมายความว่า Ethereum จะเป็นผู้ชนะโดยอัตโนมัติ สถาบันการเงินอาจเลือกใช้เครือข่ายคู่แข่ง หน่วยงานกำกับดูแลอาจจำกัดการใช้งานบางประเภท และความสามารถในการรองรับธุรกรรม ความปลอดภัย รวมถึงต้นทุนของเครือข่ายจะเป็นตัวกำหนดว่า มูลค่าทางเศรษฐกิจจะไหลกลับมายัง ETH มากน้อยเพียงใด
อัตราส่วน ETH/BTC ใช้วัดมูลค่าของ Ether หนึ่งเหรียญเมื่อเทียบกับ Bitcoin หนึ่งเหรียญ หากอัตราส่วนปรับขึ้น แปลว่า ETH แข็งแกร่งกว่า BTC ในเชิงเปรียบเทียบ แต่หากปรับลง ก็หมายความว่า Bitcoin ทำผลงานเหนือ Ethereum ในช่วงเวลาดังกล่าว
อัตราส่วนนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.02994 พร้อมทะลุเหนือแนวโน้มขาลงระยะยาว Lee ตีความการเคลื่อนไหวดังกล่าวว่าอาจเป็นสัญญาณระยะแรกที่ตลาดเริ่มประเมินว่า การใช้งาน Ethereum จะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบกับรอบก่อน ความแข็งแกร่งครั้งนี้ยังอยู่ห่างจากจุดสูงสุดเดิมมาก อัตราส่วน ETH/BTC เคยขึ้นไปประมาณ 0.08 ในปี 2021 ทำให้ระดับ 0.02994 ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดดังกล่าวราว 63% การเคลื่อนไหวล่าสุดจึงสะท้อนการเปลี่ยนทิศทาง มากกว่าจะเป็นการกลับไปสู่ระดับเดียวกับรอบที่ Ethereum แข็งแกร่งที่สุด
Lee ใช้ประวัติศาสตร์ของ Ethereum มาอธิบายว่า ETH มักได้แรงหนุนเมื่อแอปพลิเคชันเฉพาะบนเครือข่ายสร้างความต้องการเพิ่มขึ้น เขายกตัวอย่างการระดมทุนผ่าน ICO ในช่วงปี 2017–18, NFT ในช่วงปี 2020–21 และ Stablecoin ในระยะหลัง โดยมองว่าหลักทรัพย์ที่ถูกแปลงเป็นโทเคนและ Agentic AI อาจเป็นแหล่งความต้องการรอบถัดไป และอาจมีขนาดใหญ่กว่าเดิม
กลยุทธ์บริหารคลังสินทรัพย์ของ BitMine คือภาพสะท้อนความเชื่อมั่นของ Lee ที่ชัดเจนที่สุด เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม บริษัทระบุว่าถือ ETH จำนวน 5,815,164 เหรียญ มูลค่าประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์ โดยอ้างอิงราคา ETH ที่ 1,893 ดอลลาร์ และคิดเป็นประมาณ 4.8% ของอุปทาน ETH ที่บริษัทระบุไว้ 120.7 ล้านเหรียญ
BitMine ยังรายงานว่าได้นำ ETH จำนวน 5,067,309 เหรียญ หรือประมาณ 87% ของสินทรัพย์ที่ถืออยู่ ไป stake และคาดการณ์รายได้จากการ stake ที่ประมาณ 250 ล้านดอลลาร์ต่อปีในรูปแบบ annualized ขณะที่กรณี stake เต็มจำนวนอาจสร้างรายได้ 287 ล้านดอลลาร์ บริษัทระบุว่าได้ซื้อ ETH ทุกสัปดาห์นับตั้งแต่เริ่มกลยุทธ์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2025 แม้ว่าการซื้อครั้งล่าสุดจะมีขนาดเล็กกว่าบางครั้งก่อนหน้า
ในกรอบความคิดของ Lee การถือ ETH จึงไม่ใช่เพียงการเก็งกำไรจากราคาที่เพิ่มขึ้น แต่ยังอาจสร้างรายได้จากการ stake พร้อมเปิดรับการเติบโตของเครือข่ายที่เขาคาดว่าจะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่สำคัญ
แต่การสะสม ETH ของ BitMine ยังคงเป็นการตัดสินใจของบริษัทที่มี Lee ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน Ethereum เป็นผู้นำ การดำเนินการดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของบริษัท ไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองว่าตลาดจะนำ Ethereum ไปใช้งานในระดับที่ Lee คาดหวัง
BitMine ยังซื้อหุ้นสามัญคืนจำนวน 1.7 ล้านหุ้นในสัปดาห์ล่าสุด และมียอดซื้อคืนรวมมากกว่า 20.8 ล้านหุ้นนับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ภายใต้โครงการซื้อหุ้นคืนที่ได้รับอนุมัติวงเงิน 4,000 ล้านดอลลาร์
การซื้อหุ้นคืนอาจสะท้อนว่าฝ่ายบริหารมองว่าหุ้น BMNR มีราคาต่ำกว่ามูลค่า แต่ควรแยกประเด็นนี้ออกจากสมมติฐาน Ethereum เพราะการที่บริษัทซื้อหุ้นของตัวเองเป็นการตัดสินใจจัดสรรเงินทุนของบริษัท ไม่ใช่ความต้องการ ETH จากสถาบันการเงินที่เป็นอิสระ หรือการยืนยันว่า Tokenization และการใช้งาน AI กำลังเกิดขึ้นจริงแล้ว
ในช่วงที่ Lee นำเสนอแนวคิดนี้ บรรยากาศตลาดระยะสั้นยังมีทั้งปัจจัยบวกและลบ กองทุน Spot ETH ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ 2.26 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์วันที่ 10–14 สิงหาคม ถือเป็นการสิ้นสุดช่วงเงินไหลเข้าสุทธิติดต่อกันห้าสัปดาห์
ETH ซื้อขายใกล้ระดับ 1,893 ดอลลาร์ แม้ยังอยู่เหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โพเนนเชียล (EMA) 20 วันและ 50 วัน ซึ่งบ่งชี้ว่ามีแรงพยุงระยะสั้น แต่ยังต่ำกว่า EMA 100 วันที่ประมาณ 1,918 ดอลลาร์ ระดับดังกล่าวทำหน้าที่เป็นแนวต้าน หลังราคาพยายามทะลุขึ้นหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ
ภาพรวมจึงควรแยกพิจารณาเป็นสามชั้น:
Lee มอง Ethereum เป็นชั้นชำระบัญชีที่มีศักยภาพสำหรับระบบการเงินซึ่งสามารถตั้งโปรแกรมได้มากขึ้น โดยมีการนำสินทรัพย์ของ Wall Street ขึ้นบล็อกเชนและ Agentic AI เป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมรอบใหม่ของเครือข่าย BitMine ซึ่งถือ ETH ราว 5.82 ล้านเหรียญ ทำให้แนวคิดนี้มีคำมั่นเชิงองค์กรในขนาดที่โดดเด่น
อัตราส่วน ETH/BTC ให้การสนับสนุนบางส่วนต่อมุมมองดังกล่าว แต่ระดับ 0.02994 ยังต่ำกว่าประมาณ 0.08 ที่เคยทำได้ในปี 2021 อย่างมาก จนกว่าการใช้งานจริงจะนำไปสู่กิจกรรมบนเครือข่ายที่ยั่งยืน ผลงานที่เหนือกว่าอย่างต่อเนื่อง และเงินลงทุนจากสถาบันที่สม่ำเสมอ หลักฐานในตอนนี้จึงสนับสนุนเพียงฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ของ Ethereum ไม่ใช่ข้อสรุปว่า ETH จะ outperform Bitcoin อย่างแน่นอน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Tom Lee เชื่อว่า Ethereum มีโอกาสทำผลงานเหนือ Bitcoin จากการนำสินทรัพย์ของ Wall Street ขึ้นบล็อกเชน และการทำธุรกรรมระหว่าง AI ที่ทำงานได้เอง
Tom Lee เชื่อว่า Ethereum มีโอกาสทำผลงานเหนือ Bitcoin จากการนำสินทรัพย์ของ Wall Street ขึ้นบล็อกเชน และการทำธุรกรรมระหว่าง AI ที่ทำงานได้เอง BitMine รายงานว่าถือ ETH จำนวน 5.82 ล้านเหรียญ หรือราว 4.8% ของอุปทานที่ระบุไว้ โดยนำประมาณ 87% ไป stake ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในระดับองค์กร แต่ยังไม่ใช่หลักฐานอิสระว่า ETH จะ outperform
สัญญาณระยะสั้นยังผสมกัน: กองทุน Spot ETH ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ 2.26 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETH ยังต่ำกว่าแนวต้านบริเวณ 1,918 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเส้น EMA 100 วัน