VinDynamics คือดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการฮาร์ดแวร์หุ่นยนต์ บริษัทเทคโนโลยีภายใต้ Vingroup นี้เพิ่งสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว Dyno ผู้ช่วยอัจฉริยะอเนกประสงค์ในงานประชุมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกถึงสองแห่งในต้นเดือนมิถุนายน 2569 ได้แก่ งาน IEEE International Conference on Robotics and Automation (ICRA 2026) ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และงาน Computex Taipei 2026 ณ กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน หุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจต่างๆ เช่น การตรวจตรารักษาความปลอดภัย, การต้อนรับลูกค้า, และการปฏิบัติการในเมืองอัจฉริยะนี้ นับเป็นก้าวแรกของเวียดนามในภาคส่วนหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์
นอกจากตัวหุ่นยนต์แล้ว VinDynamics ยังได้แสดงศักยภาพในเทคโนโลยีหลักของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นแอคชูเอเตอร์แบบพิเศษและมือกลที่มีความคล่องแคล่วสูงอีกด้วย
ภายใต้ความร่วมมือนี้ VinDynamics นำเสนอความเชี่ยวชาญในการออกแบบฮาร์ดแวร์ วิศวกรรมการประกอบหุ่นยนต์ และความทะเยอทะยานที่เพิ่มขึ้นในการผลิตหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ในระดับอุตสาหกรรม
Skild AI คือขุมพลังด้านซอฟต์แวร์และปัญญาประดิษฐ์ บริษัทเป็นผู้บุกเบิกการพัฒนา "สมองกลเอนกประสงค์" ซึ่งเป็นโมเดล AI พื้นฐานที่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ได้หลากหลายรูปทรง สตาร์ทอัพรายนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินอย่างมหาศาล โดยระดมทุนรอบ Series C ได้ถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อต้นปี 2569 นำโดย SoftBank และมีนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Nvidia, Macquarie Capital และ Jeff Bezos (ผ่าน Bezos Expeditions) เข้าร่วมด้วย ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
เทคโนโลยีของ Skild AI ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่ถูกนำไปใช้งานจริงแล้วบนสายการผลิตชิป Blackwell ของ Nvidia และผ่านความร่วมมือกับบริษัทหุ่นยนต์อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่อย่าง ABB Robotics และ Universal Robots ในการร่วมงานกับ VinDynamics ครั้งนี้ Skild AI จะนำซอฟต์แวร์ AI ที่จับต้องได้ของตนมาช่วยเสริมทัพ โดยมุ่งเน้นไปที่ขีดความสามารถในการหยิบจับของหุ่นยนต์ และเทคนิคการถ่ายโอนทักษะจากโลกจำลองสู่โลกความเป็นจริง ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการนำทักษะที่เรียนรู้ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริงมาใช้กับหุ่นยนต์ตัวจริง
ดีลกับ Skild AI ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่มันคือชิ้นส่วนที่สองในแผนการสร้างระบบนิเวศครั้งใหญ่ของ VinDynamics ในเวลาไม่ถึงสองเดือน ก่อนหน้านี้ในเดือนเมษายน 2569 VinDynamics ได้ประกาศจับมือกับ Schaeffler บริษัทเทคโนโลยีการเคลื่อนที่ชั้นนำจากเยอรมนี เพื่อร่วมพัฒนาและเป็นซัพพลายเออร์ชุดเฟืองและแอคชูเอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์เคลื่อนไหวได้อย่างแม่นยำและน่าเชื่อถือ นับเป็นครั้งแรกของ Schaeffler ที่ร่วมมือกับผู้ผลิตหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เมื่อมองภาพรวม พันธมิตรทั้งสองรายนี้เผยให้เห็นกลยุทธ์ที่รัดกุมและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ: VinDynamics ไม่ได้พยายามคิดค้นทุกชิ้นส่วนด้วยตัวเอง แต่กำลังเร่งล้อมแพลตฟอร์ม Dyno ของตนด้วยซัพพลายเออร์ระดับ Tier-1 ของโลก ทั้งจากฝั่งฮาร์ดแวร์ (Schaeffler) และซอฟต์แวร์ AI ขั้นสูง (Skild AI) แนวทางนี้ทำให้บริษัทสามารถกระโดดข้ามการวิจัยและพัฒนาด้วยตัวเองที่อาจใช้เวลาหลายปี และเร่งเส้นทางจากหุ่นยนต์ต้นแบบไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้อย่างรวดเร็ว
การเข้ามาของ VinDynamics เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันในตลาดหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่กำลังทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ การแข่งขันระดับโลกในภาคส่วนนี้ดึงดูดเงินลงทุนมหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์จากบริษัทเทคโนโลยีและการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก การที่ SoftBank, Nvidia, และ Jeff Bezos เข้ามาถือหุ้นใน Skild AI ก็เป็นเครื่องยืนยันถึงอำนาจทางการเงินมหาศาลที่เดิมพันกับภาคส่วนนี้
VinDynamics กำลังวางตำแหน่งตัวเองท่ามกลางคู่แข่งที่รวมถึง Optimus ของ Tesla, Figure AI, 1X Technologies, Agility Robotics, และบริษัทจีนอย่าง UBTech และ Xiaomi ด้วยการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ของตัวเองและลงนามในข้อตกลงความร่วมมือกับผู้นำเทคโนโลยีจากชาติตะวันตกแบบฉับไว VinDynamics กำลังแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างจริงจังในการเปลี่ยนผ่านจากผู้มาใหม่ในระดับภูมิภาค สู่การเป็นคู่แข่งระดับโลกที่น่าเกรงขามในตลาดหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์