หากไม่มีการเข้าถือหุ้นของเบอร์ลิน ฝรั่งเศสอาจกลายเป็นผู้ถือหุ้นรัฐรายใหญ่ที่สุดหลัง IPO ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เยอรมนีต้องการหลีกเลี่ยง
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมิร์ซ มีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับการเข้าไปถือหุ้นใน KNDS
รายงานข่าวระบุว่ากระทรวงต่าง ๆ มีมุมมองต่างกันเกี่ยวกับ
บางฝ่ายสนับสนุนการถือหุ้นประมาณ 40% ขณะที่บางฝ่ายต้องการสัดส่วนที่น้อยกว่า หรือกังวลต่อบทบาทของรัฐก่อน IPO
สุดท้าย การตกลงที่ระดับ 40% กลายเป็น จุดกึ่งกลางทางการเมือง เพราะ
แม้ทั้งสองรัฐบาลจะเริ่มต้นด้วยการถือหุ้นขนาดใหญ่ แต่โครงสร้างในระยะยาวจะเปลี่ยนไป
ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
แนวทางนี้ช่วยให้บริษัทเปิดรับนักลงทุนเอกชนมากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐยังคงรักษาการควบคุมเชิงยุทธศาสตร์
การเข้าตลาดของ KNDS ถูกคาดว่าจะเป็นหนึ่งใน IPO ด้านกลาโหมที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปในช่วงไม่กี่ปี
ข้อมูลเบื้องต้นที่มีรายงาน ได้แก่
การเข้าตลาดจะช่วยให้ผู้ถือหุ้นเดิมสามารถขายหุ้นบางส่วน และเปิดทางให้บริษัทระดมทุนจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อย
แม้โครงสร้างการถือหุ้นระหว่างสองรัฐบาลจะเริ่มชัดเจนแล้ว แต่ IPO ยังต้องผ่านขั้นตอนสำคัญบางอย่างก่อน
หนึ่งในประเด็นหลักคือ การตรวจสอบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับสัญญาอาวุธกับกาตาร์ในอดีต ซึ่งต้องเสร็จสิ้นก่อนที่บริษัทจะสามารถเผยแพร่หนังสือชี้ชวน (prospectus) สำหรับนักลงทุนได้
ดังนั้น กำหนดเวลา มูลค่าบริษัท และรายละเอียดด้านธรรมาภิบาลยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนการเสนอขายหุ้นจริง
ดีล KNDS สะท้อนแนวโน้มใหม่ในยุโรปที่รัฐบาลกลับมามีบทบาทโดยตรงในบริษัทกลาโหมที่สำคัญ
การที่เยอรมนีและฝรั่งเศสถือหุ้นเท่ากัน พร้อมคงสิทธิออกเสียงเท่ากัน แสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือด้านกลาโหมของยุโรปกำลังผสานระหว่างภาคเอกชนกับการกำกับเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐมากขึ้น
Comments
0 comments