การเดินทางระหว่างวันที่ 7–12 กันยายน 2026 ของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม ทำให้รัสเซีย ฝรั่งเศส และความร่วมมือด้านอวกาศอยู่ในวาระการทูตเดียวกัน การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนรัสเซียระดับรัฐครั้งแรกของผู้นำที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดทั้งในพรรคและรัฐเวียดนามนับตั้งแต่ปี 1991 และต่อยอดจากการยกระดับความสัมพันธ์เวียดนาม–ฝรั่งเศสเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านในปี 2024
4
14
ประเด็นสำคัญด้านเวลา คือคณะได้ออกจากกรุงฮานอยเมื่อ 7 กันยายนแล้ว แต่ผลที่เป็นรูปธรรมจากวาระหารือในรัสเซียยังไม่ควรถูกมองว่าเกิดขึ้นแล้ว หากยังไม่มีแถลงการณ์ภายหลังการพบปะ
3
กำหนดการ: รัสเซีย ฝรั่งเศส และเวทีอวกาศที่ปารีส
กระทรวงการต่างประเทศเวียดนามระบุว่า นายโต เลิม พร้อมนางโง เฟือง ลี ภริยา และคณะผู้แทนระดับสูง เดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียระดับรัฐ เยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอวกาศที่กรุงปารีส ระหว่างวันที่ 7–12 กันยายน 2026 ตามคำเชิญของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส
3
6
ช่วงการเยือนฝรั่งเศสอยู่ระหว่าง 10–12 กันยายน ส่วนการประชุมสุดยอดอวกาศที่ปารีสเป็นความริเริ่มของประธานาธิบดีมาครง จัดขึ้นวันที่ 9–10 กันยายน โดยมีเป้าหมายส่งเสริมการหารือ กำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างประเทศ และวางบรรทัดฐานการกำกับดูแลกิจการอวกาศ
2
เหตุใดช่วงเยือนรัสเซียจึงมีความหมายเชิงประวัติศาสตร์
การที่ผู้นำเวียดนามซึ่งดำรงตำแหน่งสูงสุดทั้งในพรรคและรัฐเยือนรัสเซียระดับรัฐเป็นครั้งแรกนับจากปี 1991 ทำให้ช่วงเยือนกรุงมอสโกมีความหมายเชิงสัญลักษณ์และการเมืองเป็นพิเศษ ฝ่ายเวียดนามมองว่าการเดินทางนี้เป็นโอกาสสร้างหมุดหมายใหม่ในความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านกับรัสเซีย
4
ในเชิงเนื้อหา การเยือนเปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายทบทวนกรอบความร่วมมือเดิม และกำหนดทิศทางระยะยาวพร้อมมาตรการที่ชัดเจนสำหรับระยะต่อไป เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำเวียดนามระบุว่า ทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะหารือครอบคลุมทุกมิติของความร่วมมือทวิภาคี รวมถึงแนวทางระยะยาว
5
ประเด็นความร่วมมือรัสเซีย–เวียดนามที่มีอยู่เดิมครอบคลุมการหารือทางการเมือง การค้าและเศรษฐกิจ กลาโหม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษา วัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน
38
45 อย่างไรก็ดี รายชื่อเอกสารที่จะลงนาม เป้าหมายการค้าใหม่ หรือการตัดสินใจเฉพาะด้านพลังงานนิวเคลียร์ ควรรอการยืนยันจากประกาศทางการหลังการหารือ
การค้าและพลังงาน: ฉากหลังของการเจรจา
ในการหารือเมื่อเดือนมิถุนายน ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่ามูลค่าการค้าทวิภาคีในปีก่อนเพิ่มขึ้นราว 5.7–5.8% แตะระดับมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และแนวโน้มการขยายตัวยังดำเนินต่อในปี 2026 เขายังระบุว่าพลังงานเป็นหนึ่งในเสาหลักของความร่วมมือ โดยมีบริษัทของรัสเซีย เช่น Rosatom, Gazprom และ Zarubezhneft ดำเนินงานในเวียดนาม
32
ตัวเลขดังกล่าวเป็นบริบทสำคัญของการเจรจา ไม่ใช่เป้าหมายใหม่ที่ได้รับการยืนยันสำหรับการเยือนครั้งนี้ เช่นเดียวกับความเป็นไปได้ของความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นิงห์ถ่วน 1 ซึ่งอาจมีนัยเชิงยุทธศาสตร์หากมีการประกาศร่วมกัน แต่ข้อมูลก่อนการเดินทางในชุดแหล่งข่าวนี้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันคำมั่นหรือข้อตกลงขั้นสุดท้าย
ส่วนข้อมูลเรื่องการมอบรางวัลสันติภาพนานาชาติเลฟ ตอลสตอย แก่นายโต เลิม เอกสารทางการก่อนการเดินทางที่อยู่ในชุดข้อมูลนี้ยังไม่ได้ยืนยันวัน เวลา สถานที่ หรือรายละเอียดของการยกย่อง จึงไม่ควรนำเสนอว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว
ฝรั่งเศส: เปลี่ยนกรอบหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ให้เป็นความร่วมมือใหม่
เวียดนามและฝรั่งเศสยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างการเยือนปารีสของนายโต เลิม ในเดือนตุลาคม 2024 โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะเพิ่มความร่วมมือในสาขาที่ฝรั่งเศสมีจุดแข็ง เช่น โครงสร้างพื้นฐาน อวกาศและการบิน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และพลังงานหมุนเวียน
14
ดังนั้น การเยือนในเดือนกันยายน 2026 จึงไม่ใช่เพียงพิธีการ แต่เป็นโอกาสผลักดันกรอบความสัมพันธ์ที่ยกระดับแล้วให้กลายเป็นโครงการความร่วมมือในสาขายุทธศาสตร์ ตามความเห็นของโอลิวิเยร์ โบรเชต์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำเวียดนาม
1
เวทีอวกาศเพิ่มมิติใดให้การเดินทาง
การเข้าร่วมการประชุมที่ปารีสเพิ่มมิติพหุภาคีและเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับภารกิจครั้งนี้ วาระที่ประกาศไว้ก่อนการประชุมให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอวกาศ นวัตกรรม ความยั่งยืน และธรรมาภิบาลอวกาศระหว่างประเทศ
2
สำหรับเวียดนาม เวทีนี้เป็นช่องทางเชื่อมต่อความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศ เทคโนโลยีดาวเทียม และวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี รวมถึงร่วมถกเถียงกติกาที่กำลังหล่อหลอมภาคส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม ควรแยกให้ชัดระหว่างโอกาสในการหารือบนเวที กับโครงการความร่วมมือเฉพาะโครงการ ซึ่งจะนับเป็นผลสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีการยืนยันอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่ต้องจับตาหลังจบทริป
การเดินทางครั้งนี้สะท้อนแนวทางการทูตหลายทิศทางของเวียดนาม ได้แก่ การตอกย้ำความสัมพันธ์ระยะยาวกับรัสเซีย การต่อยอดความร่วมมือกับฝรั่งเศสซึ่งเป็นหุ้นส่วนในยุโรป และการเข้าสู่วาระธรรมาภิบาลเทคโนโลยีระดับโลกผ่านเวทีอวกาศ
สิ่งที่ควรติดตามจึงไม่ใช่เพียงถ้อยแถลงเรื่องมิตรภาพหรือหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ แต่คือการมีเอกสารข้อตกลง กลไกทางการเงิน โครงการวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยี ข้อตกลงการค้า หรือพันธสัญญาด้านพลังงานที่มีแผนดำเนินงานชัดเจนออกมาหรือไม่