หัวใจของโครงการคือแนวคิด Physical AI ซึ่งหมายถึงระบบ AI ที่ไม่เพียงประมวลผลข้อมูล แต่ยังสามารถ รับรู้ คิด และลงมือทำในโลกจริงผ่านเครื่องจักร เช่น โรบอตหรืออุปกรณ์อัตโนมัติ
แนวทางนี้ต่างจาก AI แบบดิจิทัลทั่วไป เพราะต้องรวมการรับรู้จากเซนเซอร์ การควบคุมการเคลื่อนไหว และการตัดสินใจอัตโนมัติเข้าด้วยกัน เพื่อให้เครื่องจักรสามารถทำงานในสภาพแวดล้อมจริงได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำ
ส่วนสำคัญของโครงการคือ เทคโนโลยี simulation และ digital twin ของ Nvidia ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถฝึกและทดสอบโรบอตในโลกเสมือนที่จำลองสภาพแวดล้อมจริงได้ก่อนนำไปใช้งานจริง
การพัฒนาโรบอตผ่านระบบจำลองมีข้อดีหลายด้าน เช่น
แนวทางนี้เรียกว่า “sim‑to‑real” คือการฝึก AI ในโลกเสมือน แล้วนำโมเดลที่ได้ไปใช้งานกับเครื่องจักรจริง ซึ่งเป็นแนวทางหลักในแพลตฟอร์มโรบอตของ Nvidia ที่รวมเครื่องมือ simulation การเรียนรู้ของโรบอต และโมเดล AI สำหรับเครื่องจักรอัตโนมัติ
ตัวอย่างเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือนี้คือ Corleo โรบอตสี่ขาสำหรับการเคลื่อนที่ส่วนบุคคลที่ Kawasaki กำลังพัฒนาอยู่
รายงานระบุว่าเทคโนโลยี simulation ของ Nvidia จะถูกนำมาใช้ ฝึกและทดสอบพฤติกรรมของ Corleo ในโลกเสมือนก่อนทดสอบจริง
Corleo เป็นแนวคิดใหม่ของระบบการเดินทางในอนาคต โดยมีจุดเด่นคือ
แม้ Corleo จะถูกกล่าวถึงในบริบทของเทคโนโลยีที่ใช้ร่วมกัน แต่ข้อมูลสาธารณะยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าโรบอตรุ่นนี้จะมีบทบาทโดยตรงอย่างไรในศูนย์ซานโฮเซนอกเหนือจากการเป็นตัวอย่างของการผสานเทคโนโลยี
ช่วงเริ่มต้น ความร่วมมือระหว่างสองบริษัทจะมุ่งไปที่ สองอุตสาหกรรมหลัก คือ
ตัวอย่างการใช้งานที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
ระบบเหล่านี้ต้องผสานทั้ง AI การรับรู้ (perception), ระบบควบคุมการเคลื่อนไหว และฮาร์ดแวร์โรบอต อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ Kawasaki และ Nvidia รวมความเชี่ยวชาญเข้าด้วยกัน
มีการพูดถึงบริษัทเทคโนโลยีอื่นในระบบนิเวศของ Physical AI เช่น Analog Devices ที่พัฒนาเซนเซอร์ การประมวลผลสัญญาณ และเทคโนโลยีควบคุมสำหรับโรบอตขั้นสูง
อย่างไรก็ตาม รายงานสาธารณะเกี่ยวกับศูนย์ซานโฮเซ ยังไม่ได้ยืนยันบทบาทเฉพาะของ Analog Devices, Microsoft หรือ Fujitsu ในโครงการนี้โดยตรง
ความร่วมมือกับ Kawasaki เป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ของ Nvidia ที่ต้องการผลักดัน AI จากซอฟต์แวร์ดิจิทัลไปสู่ เครื่องจักรที่ทำงานในโลกจริง เช่น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Nvidia ได้เปิดตัวเครื่องมือสำหรับโรบอตจำนวนมาก เช่น แพลตฟอร์ม Isaac, โมเดล AI สำหรับการเรียนรู้ของโรบอต และสภาพแวดล้อม simulation เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ สามารถออกแบบและฝึกโรบอตในโลกเสมือนก่อนนำไปใช้งานจริงได้รวดเร็วขึ้น
การที่ Kawasaki เข้าร่วมโครงการนี้ยังสะท้อนบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะหนึ่งในประเทศที่มีอุตสาหกรรมโรบอตแข็งแกร่งที่สุดในโลก
ผลสำรวจของ Reuters ระบุว่า ประมาณหนึ่งในสามของบริษัทญี่ปุ่นกำลังใช้หรือพิจารณาใช้โรบอตที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเฉพาะบริษัทในอุตสาหกรรมการผลิตและยานยนต์
การรวม วิศวกรรมโรบอตจากญี่ปุ่น เข้ากับ โครงสร้างพื้นฐาน AI ของซิลิคอนแวลลีย์ จึงถูกมองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่อาจเร่งให้โลกก้าวเข้าสู่ยุคของเครื่องจักรอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับมนุษย์ในชีวิตจริง
Comments
0 comments