Stellantis ขยายความร่วมมือกับ Qualcomm ในปี 2026 โดยใช้แพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เป็นรากฐานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของระบบ STLA Brain เพื่อรองรับระบบช่วยขับ Level 2+ แบบไม่ต้องจับพวงมาลัยในหลายแบรนด์ ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากข้อตกลงปี 2022 และเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุน €60 พันล้าน “faSTLAne 2030” ที่มุ่งสร้างรถย...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the new expanded partnership between Stellantis and Qualcomm, how will Snapdragon Digital Chassis and the Snapdragon Ride Pilot ADAS. Article summary: Stellantis and Qualcomm’s expanded 2026 partnership makes Qualcomm’s Snapdragon Digital Chassis a core technology layer for Stellantis’ next-generation vehicle architectures, tying cockpit, connectivity, compute and driv. Topic tags: general, general web. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "* Information on our Company, leadership and strategy as well as how we do business. We are committed to building a better future in a new era of sustainable mobility. # Stellantis" source context "Stellantis and Qualcomm Collaborate to Power New Vehicle Platforms with Snapdragon Digital Chassis Solutions | Stellanti" Reference
Stellantis และ Qualcomm ประกาศขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยียานยนต์ในปี 2026 โดยวางให้แพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis ของ Qualcomm เป็นชั้นโครงสร้างการประมวลผลหลักสำหรับรถยนต์ยุคใหม่ของ Stellantis ที่พัฒนาในแนวคิด software‑defined vehicle หรือรถที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์เป็นศูนย์กลาง เป้าหมายคือการสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีร่วมกันสำหรับรถในเครือ Stellantis ทั้ง 14 แบรนด์ทั่วโลก พร้อมรองรับระบบช่วยขับขั้นสูงระดับ Level 2+ แบบไม่ต้องจับพวงมาลัย (hands‑free) ที่สามารถขยายใช้ได้ในหลายรุ่นและหลายตลาด
ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากข้อตกลงก่อนหน้าระหว่างสองบริษัท และสอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านของ Stellantis ไปสู่สถาปัตยกรรมคอมพิวต์รวมศูนย์ในรถภายใต้แพลตฟอร์ม STLA Brain ของบริษัท
หัวใจของความร่วมมือคือ Snapdragon Digital Chassis ซึ่งเป็นชุดแพลตฟอร์มยานยนต์ที่รวมระบบสำคัญหลายส่วนเข้าด้วยกัน เช่น
ภายใต้ข้อตกลงใหม่ Stellantis มีแผนใช้เทคโนโลยีนี้กับ สถาปัตยกรรมรถรุ่นถัดไปของบริษัท เพื่อสร้างรากฐานเทคโนโลยีที่สามารถใช้ร่วมกันในหลายแบรนด์ เช่น Jeep, Peugeot, Fiat หรือ Maserati
แนวคิดสำคัญคือการมี แพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมกันที่ขยายได้ (scalable platform) ซึ่งช่วยให้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ได้เร็วขึ้น ลดต้นทุน และทำให้ระบบต่าง ๆ ในรถ เช่น อินโฟเทนเมนต์ การเชื่อมต่อ และ ADAS สามารถทำงานบนระบบประมวลผลเดียวกันได้
แนวทางนี้สะท้อนเทรนด์ใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่กำลังเปลี่ยนจาก ECU จำนวนมากในรถ ไปสู่ คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงแบบรวมศูนย์ สำหรับรถที่กำหนดคุณสมบัติผ่านซอฟต์แวร์
ฝั่ง Stellantis ได้พัฒนาโครงสร้างซอฟต์แวร์ของตนเองชื่อ STLA Brain ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มระบบปฏิบัติการและสถาปัตยกรรมคอมพิวต์สำหรับรถรุ่นใหม่
ในความร่วมมือกับ Qualcomm โครงสร้างเทคโนโลยีสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ดังนี้
เมื่อรวมกันแล้ว ระบบนี้จะช่วยให้ Stellantis สามารถ ติดตั้งความสามารถด้านการช่วยขับที่คล้ายกันในหลายแบรนด์และหลายเซกเมนต์รถ ในขณะที่ยังคงปรับประสบการณ์ผู้ใช้ให้แตกต่างตามเอกลักษณ์ของแต่ละแบรนด์ได้
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสาธารณะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดสำคัญ เช่น
ความร่วมมือในปี 2026 นี้เป็นการต่อยอดจากข้อตกลงหลายปีที่ประกาศครั้งแรกในปี 2022 ซึ่ง Stellantis เลือกใช้ Snapdragon Automotive Platforms เพื่อเป็นหน่วยประมวลผลหลักสำหรับแพลตฟอร์ม STLA Brain และ STLA SmartCockpit โดยเริ่มใช้กับรถรุ่นใหม่ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป
โครงการดังกล่าวถูกออกแบบให้ใช้งานกับ ทั้ง 14 แบรนด์ของ Stellantis และมุ่งสร้างประสบการณ์ในรถที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อัปเดตซอฟต์แวร์ได้ และขยายฟีเจอร์ในอนาคตได้ โดยการใช้งานชุดแรกคาดว่าจะเริ่มจากรถ Maserati
การประกาศในปี 2026 จึงถือเป็นการ ขยายบทบาทของ Qualcomm จากระบบบางส่วนไปสู่โครงสร้างดิจิทัลหลักของรถรุ่นใหม่
อีกองค์ประกอบหนึ่งในระบบเทคโนโลยีของ Stellantis คือบริษัท aiMotive ซึ่ง Stellantis เข้าซื้อกิจการในปี 2022 เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ
เทคโนโลยีของ aiMotive ครอบคลุมหลายด้าน เช่น
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมการพัฒนาแพลตฟอร์ม STLA AutoDrive ของ Stellantis
แม้ในอุตสาหกรรมจะมีการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีของ aiMotive อาจทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม ADAS ของ Qualcomm ได้ลึกขึ้น แต่ ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่ยืนยันการโอนกิจการ aiMotive ไปยัง Qualcomm หรือกำหนดบทบาทอย่างชัดเจนในความร่วมมือปี 2026 โดยปัจจุบัน aiMotive ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนาการขับขี่อัตโนมัติของ Stellantis
ดีลกับ Qualcomm ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของ Stellantis ที่ประกาศในงาน Investor Day 2026 ภายใต้ชื่อ “faSTLAne 2030” ซึ่งเป็นแผนลงทุนมูลค่า 60,000 ล้านยูโร เพื่อเร่งการเติบโตและความสามารถทำกำไรของบริษัทในทศวรรษนี้
หนึ่งในเสาหลักของแผนคือการสร้างระบบเทคโนโลยีรถยนต์ยุคใหม่ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี
สำหรับ Stellantis ความร่วมมือกับ Qualcomm มีบทบาทสำคัญในการ
นอกจากนี้ Stellantis ยังขยายความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีอื่น เช่น Applied Intuition เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์และการจำลองระบบสำหรับ STLA Brain ซึ่งสะท้อนแนวทางการสร้าง ระบบนิเวศพันธมิตรเทคโนโลยีรอบแพลตฟอร์มหลักของบริษัท
แม้ภาพรวมเชิงกลยุทธ์จะชัดเจน แต่ยังมีรายละเอียดหลายด้านที่ยังไม่ได้เปิดเผย เช่น
สิ่งที่ชัดเจนในตอนนี้คือ Stellantis กำลังเดินหน้าไปสู่ แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์รถยนต์แบบรวมศูนย์และขยายได้ทั่วทั้งบริษัท โดยมี Snapdragon Digital Chassis ของ Qualcomm เป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของระบบประมวลผลและระบบช่วยขับในรถรุ่นอนาคตของเครือ Stellantis
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Stellantis ขยายความร่วมมือกับ Qualcomm ในปี 2026 โดยใช้แพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เป็นรากฐานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของระบบ STLA Brain เพื่อรองรับระบบช่วยขับ Level 2+ แบบไม่ต้องจับพวงมาลัยในหลายแบรนด์
Stellantis ขยายความร่วมมือกับ Qualcomm ในปี 2026 โดยใช้แพลตฟอร์ม Snapdragon Digital Chassis เป็นรากฐานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของระบบ STLA Brain เพื่อรองรับระบบช่วยขับ Level 2+ แบบไม่ต้องจับพวงมาลัยในหลายแบรนด์ ความร่วมมือนี้ต่อยอดจากข้อตกลงปี 2022 และเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุน €60 พันล้าน “faSTLAne 2030” ที่มุ่งสร้างรถยนต์แบบ software‑defined และมาตรฐานแพลตฟอร์มดิจิทัลร่วมกันทั่วทั้งเครือ Stellantis