โครงสร้างที่กำลังพูดคุยกันคือ Google จะขอสิทธิ์ใช้เทคโนโลยีของ Mechanize และจ้างวิศวกรบางส่วนเข้าทำงาน แทนการซื้อบริษัททั้งหมด รูปแบบดังกล่าวสะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเพื่อแย่งทั้งบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI สำหรับการเขียนโปรแกรม รวมถึงอธิบายได้ว่าทำไมสตาร์ตอัประยะเริ่มต้นที่ระดมทุนมาเพียงราว 9 ล้านดอลลาร์ จึงมีมูลค่าดีลที่พุ่งขึ้นไปถึงระดับพันล้านดอลลาร์ได้
Business Insider รายงานโดยอ้างข้อมูลจากบุคคล 4 คนที่คุ้นเคยกับการเจรจา โดยรายละเอียดที่เปิดเผยมีดังนี้
Google เคยใช้แนวทางคล้ายกันกับ Windsurf และ Character AI โดยผสมการให้สิทธิ์ใช้เทคโนโลยีกับการดึงตัวบุคลากร แทนการซื้อกิจการทั้งหมด รูปแบบนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการรวมกิจการ และอาจหลีกเลี่ยงการตรวจสอบด้านการแข่งขันที่มักเกิดขึ้นกับดีลซื้อกิจการขนาดใหญ่ได้
Mechanize ก่อตั้งขึ้นในปี 2025 โดย Tamay Besiroglu ผู้ร่วมก่อตั้ง Epoch AI, Matthew Barnett และ Ege Erdil
บริษัทไม่ได้เน้นทำผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคหรือผู้ช่วยเขียนโค้ดโดยตรง แต่ทำงานอยู่ในชั้นโครงสร้างพื้นฐานของ AI โดยพัฒนา:
เป้าหมายระยะยาวของ Mechanize คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ AI เอเจนต์ด้านการเขียนโค้ดมีความน่าเชื่อถือมากพอสำหรับการใช้งานจริงในองค์กร ไม่ใช่เพียงแค่การสาธิตที่ดูดีในห้องทดลองหรือเดโม
เมื่อเดือนเมษายน 2026 บริษัทเพิ่งระดมทุนรอบ Seed ได้ 9.1 ล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าประเมิน 500 ล้านดอลลาร์ ขนาดของรอบระดมทุนดังกล่าวอยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 99 เมื่อเทียบกับรอบ Seed ของบริษัทลักษณะใกล้เคียงกัน 2,334 รอบ นับว่าใหญ่ผิดปกติสำหรับบริษัทระยะเริ่มต้น
หากดีลมูลค่ามากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เกิดขึ้นจริง ตัวเลขดังกล่าวจะสูงกว่ามูลค่าประเมินในรอบ Seed ราว 3 เท่า ภายในเวลาเพียงกว่า 3 เดือน
Google, Microsoft และ GitHub รวมถึง OpenAI ต่างเร่งแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำด้านเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI การได้ทั้งเทคโนโลยีประเมินผลและผู้เชี่ยวชาญจาก Mechanize อาจช่วยให้ Google ลัดขั้นตอนบางส่วนในการพัฒนาความสามารถด้านการเขียนโค้ดของโมเดล
บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หันมาใช้โครงสร้างที่คล้ายการซื้อทีมงาน หรือ acqui-hire ควบคู่กับการทำสัญญาอนุญาตใช้เทคโนโลยี แทนการซื้อกิจการทั้งบริษัท แนวทางนี้อาจช่วยลดแรงกดดันด้านกฎหมายการแข่งขัน รักษาแรงจูงใจของผู้ก่อตั้ง และลดความเสี่ยงจากการผนวกรวมองค์กร
ข่าวการเจรจาเกิดขึ้นในช่วงที่ Google เผชิญการสูญเสียบุคลากรด้าน AI รวมถึง Jeff Dean หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ที่กำลังออกจากบริษัทหลังทำงานมานาน 27 ปี เพื่อร่วมก่อตั้งกิจการด้าน AI เชิงวิทยาศาสตร์ชื่อ Discovery Loop
เมื่อพิจารณาร่วมกับขนาดทีมของ Mechanize ซึ่งมีเพียงราว 35 คน มูลค่าดีลที่อาจสูงกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์จึงสะท้อนว่าทั้งเทคโนโลยีเฉพาะทางและผู้เชี่ยวชาญด้าน AI coding กำลังมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างมาก
สิ่งสำคัญคือต้องย้ำว่า ดีลนี้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาและยังไม่มีการสรุปขั้นสุดท้าย โดยมีความไม่แน่นอนหลายด้าน
| ประเด็นที่ยังไม่แน่นอน | รายละเอียด |
|---|---|
| การเจรจาอาจล้มเหลว | แหล่งข่าวระบุว่าการพูดคุยยังดำเนินอยู่และเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงยังไม่มีข้อตกลงที่เสร็จสมบูรณ์ |
| ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ | ดีลขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีซึ่งมีความสำคัญต่อการแข่งขันอาจถูกตรวจสอบ โดยเฉพาะเมื่อ Google อยู่ภายใต้การจับตาด้านกฎหมายการแข่งขันอยู่แล้ว |
| โครงสร้างการจ่ายเงินยังไม่ชัดเจน | ยังไม่ทราบว่ามูลค่ามากกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์จะจ่ายล่วงหน้าทั้งหมด หรือผูกกับการบรรลุเป้าหมาย การอยู่ต่อของพนักงาน หรือผลการดำเนินงาน |
| อาจมีข้อเสนอจากคู่แข่ง | บริษัทเทคโนโลยีรายอื่นอาจยื่นข้อเสนอแข่งขันก่อนที่ Google จะปิดดีลได้ |
ทั้ง Google และ Mechanize ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นต่อการเจรจาดังกล่าวต่อสาธารณะ
โดยสรุป Google กำลังพยายามซื้อ “ทางลัด” เพื่อยกระดับความสามารถด้าน AI coding ด้วยราคาที่สูงมาก ผ่านโครงสร้างซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้าซื้อกิจการทั้งบริษัท แต่ในเวลานี้ยังไม่ควรมองว่าดีลเกิดขึ้นแล้ว เพราะเงื่อนไขยังเปลี่ยนได้ และยังมีทั้งความเสี่ยงด้านกฎระเบียบกับการแข่งขันจากบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น