| พฤติกรรมผู้ซื้อ | ผู้ให้บริการคลาวด์ล็อกซัพพลายผ่านสัญญาระยะยาว |
| พฤติกรรมซัพพลายเออร์ | กำลังผลิต DRAM ยังถูกโยกไปสู่งานที่เกี่ยวกับเซิร์ฟเวอร์ |
ดังนั้นคำว่า ‘เกือบสองเท่า’ ต้องอ่านพร้อมหมายเหตุสำคัญ: การเพิ่มขึ้น 58–63% ถือว่าหนักมาก แต่ยังไม่ใช่ +100% ตามตัวเลขอ้างอิง Q2 ของ TrendForce และไม่ควรแปลว่าราคาสัญญา DRAM มือถือทุกรายการจะเพิ่มขึ้นเท่ากันทั้งหมด .
หลักฐานที่ชัดที่สุดชี้ไปที่ดีมานด์จากเซิร์ฟเวอร์ AI TrendForce ระบุว่าราคาสัญญาหน่วยความจำถูกดันสูงขึ้น เพราะผู้ให้บริการคลาวด์หรือ CSPs กำลังล็อกซัพพลายผ่านข้อตกลงระยะยาว ขณะเดียวกันผู้ผลิต DRAM ก็ยังจัดสรรกำลังผลิตไปยังแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น .
เรื่องนี้กระทบมือถือโดยตรง เพราะผู้ผลิตสมาร์ทโฟนไม่ได้ซื้อหน่วยความจำอยู่ในตลาดที่แยกขาดจากเซิร์ฟเวอร์ เมื่อกำลังผลิตและลำดับความสำคัญถูกดึงไปทางสินค้าเซิร์ฟเวอร์มากขึ้น ผู้ผลิตมือถือจึงต้องเจอสภาพซัพพลายที่ตึงขึ้น แม้ดีมานด์สมาร์ทโฟนเองจะไม่ได้พุ่งแรงแบบเดียวกับดีมานด์ AI .
IDC อธิบายภาพใหญ่นี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่าราคา DRAM เพิ่มขึ้นอย่างมากเพราะดีมานด์จากศูนย์ข้อมูล AI ยังสูงกว่าซัพพลาย และผลกระทบกำลังลามไปถึงตลาดสมาร์ทโฟนและพีซี .
สัญญาณจากแหล่งข้อมูลชี้ว่าแรงขึ้นราคาครั้งนี้เป็นเรื่องของการจัดสรรซัพพลายมากกว่าการที่คนแห่ซื้อสมาร์ทโฟนจนตลาดขาดของ TrendForce ระบุชัดว่าซัพพลายเออร์ยังย้ายกำลังผลิต DRAM ไปสู่งานที่เกี่ยวข้องกับเซิร์ฟเวอร์ แม้บางตลาดปลายทางยังมีความเสี่ยงด้านดีมานด์ .
พูดอีกแบบคือ มือถือกำลังถูกปรับราคาตามการแข่งขันกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ตลาดสมาร์ทโฟนไม่จำเป็นต้องเป็นต้นเหตุของราคาที่พุ่ง แต่เป็นหนึ่งในตลาดที่ต้องรับแรงกดดันจากการแย่งซัพพลาย.
หน่วยความจำเป็นต้นทุนก้อนใหญ่พอที่แบรนด์มือถือมองข้ามไม่ได้ IDC ประเมินว่าในสมาร์ทโฟนระดับกลาง หน่วยความจำอาจคิดเป็น 15–20% ของ bill of materials หรือ BOM ซึ่งหมายถึงต้นทุนชิ้นส่วนรวมของเครื่อง ส่วนสมาร์ทโฟนเรือธงระดับสูงอยู่ราว 10–15% .
TrendForce ยังเตือนว่าราคาหน่วยความจำที่พุ่งขึ้นคาดว่าจะกดดันการผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2026 อย่างหนัก และราคาขายปลีกที่สูงขึ้นอาจชนกับขีดจำกัดที่ผู้บริโภคยอมรับได้ .
ผลลัพธ์จึงอาจออกได้หลายทาง เช่น แบรนด์ยอมให้มาร์จิ้นบางลง ขึ้นราคาบางรุ่น ปรับแผนผลิตให้ระวังมากขึ้น หรือเลือกสเปกหน่วยความจำที่อนุรักษ์นิยมกว่าเดิม แต่หลักฐานที่มีไม่ได้บอกว่าจะเกิดผลแบบเดียวกันกับมือถือทุกรุ่น ทุกแบรนด์ หรือทุกตลาด .
ราคา DRAM มือถือพุ่งในไตรมาส 2 ปี 2026 เพราะตลาดหน่วยความจำกำลังถูกจัดลำดับความสำคัญใหม่รอบโครงสร้างพื้นฐาน AI ผู้ซื้อฝั่งคลาวด์ล็อกซัพพลายล่วงหน้า ซัพพลายเออร์โยกกำลังผลิตไปทางงานเซิร์ฟเวอร์ และผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องแข่งขันในตลาดที่จัดสรรของได้ยากขึ้น .
สำหรับผู้บริโภคและผู้ผลิตอุปกรณ์ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า AI กระทบต้นทุนหน่วยความจำมือถือหรือไม่ แต่คือ ต้นทุนที่สูงขึ้นจะถูกส่งต่อออกมาในรูปแบบใด ระหว่างราคาขายปลีกที่สูงขึ้น การผลิตที่ระมัดระวังขึ้น หรือการปรับตัวเลือกหน่วยความจำในสมาร์ทโฟนปี 2026 .