ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฟีเจอร์เดี่ยว ๆ อย่างการเปลี่ยนเลนหรือการเลี้ยวเท่านั้น แต่เป็นชุดพฤติกรรมของ FSD Supervised ทั้งระบบ กฎยุโรปจำนวนมากถูกออกแบบมาสำหรับระบบช่วยขับที่จำกัดกว่า เช่น การประคองเลนหรือครูซคอนโทรลแบบปรับความเร็ว ไม่ใช่ระบบที่ขับเคลื่อนด้วยโครงข่ายประสาทและสามารถช่วยบังคับเลี้ยว เบรก และเปลี่ยนเลนในสถานการณ์ซับซ้อนได้
ตามรายงานที่ให้มา Tesla ต้องพิสูจน์ทั้งความสอดคล้องกับ UN R 171 และขอข้อยกเว้นสำหรับพฤติกรรมที่ยังถูกจำกัดหรือยังไม่มีกฎรองรับชัดเจนในยุโรป ตัวอย่างที่ถูกระบุคือการเปลี่ยนเลนที่ระบบเป็นฝ่ายเริ่มเองในสภาพ hands-off และการใช้งานระบบช่วยขับ Level 2 บนถนนที่กฎปัจจุบันยังไม่ได้ครอบคลุมเต็มที่
ตัวอย่างในอดีตช่วยอธิบายว่าทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ รายงานปี 2026 ระบุว่า UN/ECE Regulation 79 ได้จำกัดความสามารถของ Autopilot ในยุโรปมาตั้งแต่ปี 2019 เช่น การเปลี่ยนเลนต้องเสร็จภายใน 5 วินาทีหลังผู้ขับเริ่มคำสั่ง การช่วยบังคับเลี้ยวในโค้งถูกจำกัดที่ 63 กม./ชม. อัตราเร่งด้านข้างสูงสุดถูกจำกัดที่ 3 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง และฟีเจอร์ Summon ถูกจำกัดระยะไว้ที่ 6 เมตร
บทเรียนคือ Tesla ไม่สามารถถือเอาว่าฟีเจอร์ที่ใช้ได้ในตลาดหนึ่งจะทำงานแบบเดียวกันในยุโรปได้โดยอัตโนมัติ
เส้นทางระยะใกล้ของ Tesla ในยุโรปดูเหมือนจะผ่านเนเธอร์แลนด์ โดยมี RDW ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านยานพาหนะของเนเธอร์แลนด์เป็นจุดสำคัญ Electrek รายงานเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2026 ว่า Tesla เสร็จสิ้นการทดสอบรถขั้นสุดท้ายสำหรับ FSD Supervised กับ RDW และส่งเอกสารที่จำเป็นสำหรับการอนุมัติภายใต้ UN R 171 แล้ว
อีกรายงานระบุว่าเอกสารสำหรับการอนุมัติ UN R 171 และการขอข้อยกเว้นตาม Article 39 ถูกส่งครบแล้ว โดย RDW กำลังดำเนินการทบทวนภายใน
ความสำคัญของเนเธอร์แลนด์อยู่ที่มันถูกมองเป็นประตูด่านแรกสู่การเปิดใช้ในยุโรปวงกว้าง รายงานระบุว่า Tesla พึ่งพา RDW สำหรับการอนุมัติ และการได้ข้อยกเว้นจากเนเธอร์แลนด์อาจเป็นก้าวแรกสู่ความพร้อมใช้งานในสหภาพยุโรปที่กว้างขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไทม์ไลน์ยังไม่นิ่ง รายงานของ Electrek เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2026 ระบุว่าวันอนุมัติที่คาดไว้ในเนเธอร์แลนด์เลื่อนจาก 20 มีนาคมเป็น 10 เมษายน และการอนุมัติในระดับ EU-wide ยังไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนช่วงฤดูร้อน แหล่งข้อมูลชุดนี้จึงยังไม่ยืนยันว่า FSD Supervised ได้รับอนุญาตให้เปิดใช้ทั่วสหภาพยุโรปแล้ว
แม้การอนุมัติระดับประเทศจะเป็นก้าวใหญ่ แต่ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของการเปิดใช้ทั่วสหภาพยุโรป ภูมิทัศน์กฎเกณฑ์ของยุโรปถูกอธิบายว่าเป็นการผสมกันระหว่างกฎหมายระดับประเทศและการกำกับดูแลในระดับ EU สำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติและระบบช่วยขับ
รายงานหนึ่งกล่าวว่าก้าวของเนเธอร์แลนด์ถูกคาดหวังว่าจะนำไปสู่การยอมรับร่วมกัน หรือ mutual recognition ภายในสหภาพยุโรป แต่ถ้อยคำดังกล่าวยังเป็นความคาดหวัง ไม่ใช่การยืนยันว่าเกิดการเปิดใช้แล้ว
ดังนั้นโจทย์ของ Tesla ไม่ใช่แค่ทำให้ FSD วิ่งผ่านเส้นทางสาธิตได้สำเร็จ แต่ต้องสร้างหลักฐานให้พอสำหรับผู้กำกับดูแล อนุมัติระบบภายใต้กรอบ UNECE/EU ที่เกี่ยวข้อง และทำให้การอนุมัติระดับประเทศกลายเป็นเส้นทางทางกฎหมายที่กว้างขึ้นในยุโรป
กฎกำลังขยับเช่นกัน รายงานเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่า Working Party on Automated Vehicles ของ UNECE ได้นำร่างกฎมาใช้เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2026 เพื่อสร้างกรอบ Safety Case แบบมาตรฐานสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติในประเทศสมาชิกมากกว่า 50 ประเทศ
รายงานเดียวกันระบุว่าการลงมติในเดือนมิถุนายน 2026 เป็นจุดเร็วที่สุดที่กฎดังกล่าวอาจมีผล หากเกิดขึ้นจริง กรอบนี้อาจทำให้สภาพแวดล้อมการอนุมัติชัดขึ้นในระยะยาว แต่ไม่ได้หมายความว่า Tesla FSD จะได้รับไฟเขียวอัตโนมัติ
อีกประเด็นคือกรอบใหม่นี้จะเป็นเส้นทางสำหรับผู้ผลิตรถหลายราย ไม่ใช่เฉพาะ Tesla และ Tesla เองก็ยังต้องผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องอยู่ดี
ประเด็นหลักของ Tesla FSD Supervised ในยุโรปจึงอยู่ที่การยอมรับของกฎระเบียบ ไม่ใช่การเปิดสวิตช์ซอฟต์แวร์เพียงครั้งเดียว จากรายงานที่มีอยู่ Tesla ต้องพิสูจน์ความสอดคล้องกับ UN R 171 ขอข้อยกเว้น Article 39 หากจำเป็น และใช้กระบวนการกับ RDW ของเนเธอร์แลนด์เป็นสะพานไปสู่การยอมรับที่กว้างขึ้นในยุโรป
จนกว่าเส้นทางนั้นจะเสร็จสมบูรณ์ FSD Supervised อาจยังเดินหน้าทดสอบและจัดทำเอกสารในยุโรปได้ แต่แหล่งข้อมูลที่ให้มายังไม่ยืนยันว่าระบบได้รับอนุญาตให้เปิดใช้ทั่วสหภาพยุโรปแล้ว