| Xiaomi SkyNomad N90 Max | 7 ที่นั่ง | 299,900 หยวน | ประมาณ 44,170 ดอลลาร์ | ถูกกว่าราว 11.5% |
| Tesla Model Y L | 6 ที่นั่ง | 339,000 หยวน | — | — |
N70 Max มีราคาต่ำกว่า Model Y L อยู่ประมาณ 79,100 หยวน ขณะที่ N90 Max ถูกกว่าประมาณ 39,100 หยวน โดยราคาของ Xiaomi ยังอยู่ใกล้เคียงกับ Li Auto L6 ซึ่งเริ่มต้นที่ 249,800 หยวน
อย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็น ราคาพรีเซลของรุ่น Max ไม่ใช่ราคาจำหน่ายสุดท้ายของทุกรุ่นย่อย Xiaomi ระบุว่าจะเปิดตัวรุ่น Standard และ Pro เพิ่มเติมในภายหลัง
N70 Max และ N90 Max ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ EREV ประกอบด้วยแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
ในชีวิตประจำวัน รถสามารถใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพื่อเดินทางโดยไม่ต้องพึ่งน้ำมัน แต่เมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดหรือเดินทางไกล เครื่องยนต์จะช่วยผลิตไฟฟ้าเพื่อเพิ่มระยะทาง ลดข้อกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง
Xiaomi ระบุว่ามีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ แบตเตอรี่ LFP ขนาด 52 kWh ในรุ่นเริ่มต้น และแบตเตอรี่ลิเธียมแบบไตรภาค หรือ NMC ขนาด 76 kWh ในรุ่นสเปกสูง
N70 Max รุ่นแบตเตอรี่ความจุสูงยังมีอัตราการใช้พลังงานต่ำสุด 15.85 kWh ต่อ 100 กม. ตามข้อมูลที่เผยแพร่
ตัวเลขทั้งหมดเป็นผลการทดสอบตามมาตรฐาน CLTC ของจีน ซึ่งโดยทั่วไปมีแนวโน้มให้ตัวเลขสูงกว่าการใช้งานจริง ดังนั้นระยะทางที่ทำได้บนถนนจริงอาจต่ำกว่าตัวเลขที่ประกาศ
| รุ่น | ยาว (มม.) | กว้าง (มม.) | สูง (มม.) | ระยะฐานล้อ (มม.) | น้ำหนักรถ (กก.) |
|---|---|---|---|---|---|
| N90 Max | 5,285 | 1,998 | 1,825 | 3,080 | 2,800 |
| N70 / N70 Max | 4,960 | 1,998 | 1,785 | 2,950 | — |
N90 Max เป็นรุ่นใหญ่กว่า มีตัวถังยาว 5,285 มม. และฐานล้อยาว 3,080 มม. โดยมีทั้งรูปแบบ 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง
Xiaomi ยังเน้นแนวคิดห้องโดยสารแบบ ปรับการจัดวางพื้นที่ได้ หรือ “space-reconfigurable” เพื่อให้ผู้ใช้เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานภายในรถให้เหมาะกับการโดยสารหรือการขนสัมภาระมากขึ้น
การเปิดตัว SkyNomad ทำให้ Xiaomi เข้ามาแข่งขันโดยตรงในตลาด SUV พรีเมียมสำหรับครอบครัว ซึ่งเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงในจีน กลยุทธ์ของบริษัทคือเสนอรถ 5 และ 7 ที่นั่งในราคาต่ำกว่า Model Y L พร้อมชูระยะทางรวมระดับเดียวกับรถเดินทางไกลและห้องโดยสารที่ยืดหยุ่นกว่า
ระบบ EREV ยังเป็นทางเลือกสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการประสบการณ์ขับรถไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน แต่ไม่ต้องการพึ่งสถานีชาร์จเพียงอย่างเดียวเมื่อเดินทางระยะไกล
รถทั้งสองรุ่นยังอยู่ในช่วงพรีเซล และจะเริ่มส่งมอบในเดือนกันยายน 2026 จึงยังไม่มีผลทดสอบระยะทางจากการใช้งานจริงหรือรีวิวอิสระในช่วงเปิดตัว ราคาสุดท้ายของรุ่น Standard และ Pro ก็ยังไม่เปิดเผย ขณะเดียวกัน Tesla อาจปรับราคา Model Y L เพื่อตอบโต้การแข่งขันในตลาดจีนได้เช่นกัน