ทั้ง AMD และ ASML มีเส้นทางสู่มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ได้ แต่ต้องอาศัยเงื่อนไขสำคัญหลายข้อ กรณีของ AMD ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนคำมั่นซื้อ Helios และการเติบโตของรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ 107% ให้เป็นยอดขายระบบ AI ที่ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ASML มีฐานธุรกิจที่ป้องกันได้มากกว่าจากบทบาทสำคัญในกระบวนการผลิตชิปขั้นสู...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the investment case for Advanced Micro Devices (AMD) and ASML Holding becoming the next semiconductor companies to surpass a $1 tril. Article summary: AMD and ASML have plausible paths to $1 trillion by 2028, but neither outcome is assured: AMD requires sustained AI-accelerator share gains and earnings delivery, while ASML requires a continued fabrication-equipment upc. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
AMD และ ASML เป็นสองวิธีที่ต่างกันอย่างมากในการรับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI
ความต่างนี้เป็นหัวใจของโจทย์มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์: AMD ต้องเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและแปลงการเติบโตเป็นกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ส่วน ASML ต้องรักษาสถานะ “คอขวด” ทางเทคโนโลยีไว้ ขณะที่ลูกค้าขยายกำลังการผลิตชิปขั้นสูง
จำนวนบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งมีมูลค่าตลาดเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์อาจเปลี่ยนไปตามราคาหุ้นรายวัน และขึ้นอยู่กับนิยามว่าให้นับธุรกิจใดอยู่ในกลุ่มชิปบ้าง รายงานล่าสุดระบุว่ามี 5 บริษัทที่เคยอยู่เหนือเกณฑ์ดังกล่าว โดย SK Hynix เคยผ่านระดับนี้แต่ต่อมาถอยลงมาต่ำกว่าเส้น 1 ล้านล้านดอลลาร์ รายชื่อที่มักถูกอ้างถึงในกรอบกว้างนี้คือ Nvidia, TSMC, Broadcom, Micron Technology และ SK Hynix 21
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ว่าในวันใดมีสมาชิกกี่ราย แต่เป็นตลาดยอมให้มูลค่าระดับนี้แก่บริษัทที่ยืนอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของห่วงโซ่ AI ไม่ว่าจะเป็นชิปเร่งความเร็ว กำลังผลิตโรงงานชิป ระบบเครือข่าย หรือหน่วยความจำ
เรื่องราวการลงทุนของ AMD กำลังย้ายจากการพึ่งพาวัฏจักรพีซีแบบเดิม ไปสู่ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์มากขึ้น ในไตรมาส 2 ปี 2026 บริษัทมีรายได้รวม 11.536 พันล้านดอลลาร์ และรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ 6.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 107% จากปีก่อน 35 ตัวเลขนี้สะท้อนว่าโปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ EPYC และตัวเร่งความเร็ว Instinct ไม่ใช่เพียงความหวังในอนาคตอีกต่อไป
Helios คือระบบ AI ระดับแร็กของ AMD ซึ่งรวม GPU Instinct MI455X, CPU EPYC เจเนอเรชัน 6, ระบบเครือข่าย Pensando และซอฟต์แวร์ ROCm ไว้ด้วยกัน AMD ระบุว่าแพลตฟอร์มนี้ให้จำนวนโทเคนสำหรับงานอนุมานต่อเงิน 1 ดอลลาร์ได้มากกว่าแพลตฟอร์มคู่แข่งชั้นนำสูงสุด 30% อย่างไรก็ดี นี่เป็นคำกล่าวอ้างด้านประสิทธิภาพจากบริษัทเอง ไม่ใช่ผลทดสอบอิสระ 46
คำถามเชิงพาณิชย์คือ ลูกค้าจะเปลี่ยนจากการประเมินระบบและคำมั่นที่ประกาศแล้ว ไปสู่การติดตั้งจริงในปริมาณมากและสั่งซื้อซ้ำได้หรือไม่ รายงานเชื่อมโยง Helios กับ OpenAI, Anthropic, Meta และ Microsoft ขณะที่ Anthropic มีแผนติดตั้ง GPU ตระกูล MI450 สูงสุด 2 กิกะวัตต์ 41 หากการติดตั้งขยายตัว AMD อาจได้รายได้มากกว่าการขายชิปเร่งความเร็วแบบแยกชิ้น เพราะสามารถขายระบบระดับแร็กที่บูรณาการมากกว่าได้
ฝ่ายบริหาร AMD ประเมินว่าตลาดรวมที่เข้าถึงได้ของชิป AI อาจแตะ 2–3 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 แต่ควรมองว่าเป็นประมาณการของบริษัท ไม่ใช่ฉันทามติของทั้งอุตสาหกรรม 36
มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ไม่ได้เกิดจากการเติบโตแรงเพียงไม่กี่ไตรมาส AMD ต้องพิสูจน์ว่า Helios ขยายกำลังขายได้อย่างคุ้มทุน รักษาความสามารถแข่งขันด้านประสิทธิภาพ จัดหาซัพพลายได้เพียงพอ และสร้างประสบการณ์ซอฟต์แวร์กับการสนับสนุนลูกค้าที่ทำให้การเปลี่ยนจากระบบของ Nvidia เป็นทางเลือกที่ใช้งานได้จริง
อุปสรรคด้านมูลค่ายังสูงอยู่ บทวิเคราะห์หนึ่งประเมินว่าหากมีหุ้นคงค้างราว 1.63 พันล้านหุ้น ราคาหุ้นที่สูงกว่า 613 ดอลลาร์จะทำให้มูลค่าตลาด AMD เกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ 47 อีกรายงานอ้างการคาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้นอาจเพิ่มจาก 2.65 ดอลลาร์เป็น 15.61 ดอลลาร์ และหุ้นซื้อขายที่ราว 66 เท่าของกำไรล่วงหน้า
37 ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นต้องพึ่งการเพิ่มขึ้นของกำไรอย่างมาก ไม่ใช่แค่การที่ตลาดยอมให้ค่า P/E สูงขึ้น
AMD ไม่จำเป็นต้องโค่น Nvidia จึงจะประสบความสำเร็จ แต่ต้องได้ส่วนแบ่งมากพอในตลาดตัวเร่งความเร็ว งานอนุมาน CPU และระบบ AI ระดับแร็ก เพื่อทำให้การเติบโตปัจจุบันกลายเป็นกำลังทำกำไรที่ยั่งยืน
กรณีของ ASML มีลักษณะเชิงโครงสร้างมากกว่า เครื่องลิโธกราฟีของบริษัทใช้ผลิตชิปตรรกะและชิปหน่วยความจำระดับแนวหน้า ทำให้ ASML อยู่ต้นน้ำของผู้ได้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์ AI จำนวนมาก คำถามไม่ได้อยู่ที่ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI สำคัญต่อ ASML หรือไม่ แต่อยู่ที่ลูกค้าจะเปลี่ยนความต้องการนั้นเป็นคำสั่งซื้อเครื่องมือมูลค่าสูงได้เร็วเพียงใด
ASML รายงานยอดขายสุทธิไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ 9.3 พันล้านยูโร และปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายสุทธิทั้งปีเป็น 43–45 พันล้านยูโร 1 สำหรับไตรมาส 3 บริษัทคาดยอดขายสุทธิ 11–12 พันล้านยูโร และอัตรากำไรขั้นต้น 55–57%
12
ASML วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตเครื่อง EUV แบบ Low-NA ในปี 2027 อีก 30% จากระดับราว 65 เครื่องในปี 2026 และกำลังพิจารณาเพิ่มอีก 30% ในปี 2028 นอกจากนี้ยังมีแผนในทิศทางเดียวกันสำหรับเครื่อง DUV แบบ immersion ซึ่งเริ่มจากราว 130 เครื่องในปี 2026 12
แผนดังกล่าวมีความหมาย เพราะเป็นสัญญาณของความต้องการลูกค้าและอาจบ่งชี้เพดานรายได้ในอนาคต อีกทั้งทำให้ข้อเสนอการลงทุนใน ASML ไม่ได้พึ่ง High-NA EUV เพียงอย่างเดียว บริษัทยังได้ประโยชน์จากความต้องการเครื่อง Low-NA EUV และ DUV ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
นักวิเคราะห์บางรายตอบรับเชิงบวก Morgan Stanley ปรับราคาเป้าหมายเป็น 1,660 ยูโรและคงคำแนะนำ Overweight โดยอ้างความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อกำลังส่งมอบ EUV ขณะที่ Bernstein ปรับราคาเป้าหมายเป็น 2,500 ยูโรและคงคำแนะนำ Outperform หลังผลประกอบการไตรมาส 2 โดยเน้นพัฒนาการด้านรายได้ กำลังผลิต และมาร์จิน 14
11
การที่ Intel ใช้ High-NA EUV ผลิตโปรเซสเซอร์ Core Ultra Series 3 บางส่วน เป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนความพร้อมสู่การผลิตจริงของ ASML 6 แต่การนำ High-NA มาใช้ยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอในลูกค้าทุกราย
TSMC ระบุว่า ณ ตอนนี้ไม่มีแผนใช้ High-NA EUV ในการผลิตชิปก่อนปี 2029 เนื่องจากเครื่องแต่ละตัวมีราคาสูงกว่า 350 ล้านยูโร 49 เรื่องนี้ไม่ได้ลบโอกาสของ ASML ในเครื่อง Low-NA EUV และ DUV แต่ลดความมั่นใจว่า High-NA จะเป็นจุดเปลี่ยนด้านรายได้และมาร์จินในระยะใกล้ตามที่นักลงทุนบางส่วนคาดหวัง
ส่วนตัวเลขที่อ้างว่ามีการประมวลผลเวเฟอร์ด้วย High-NA EUV ร่วมกับ Intel มากกว่า 1 ล้านแผ่น ยังไม่มีหลักฐานยืนยันจากแหล่งข้อมูลที่แข็งแรงกว่า จึงไม่ควรใช้เป็นฐานของวิทยานิพนธ์การลงทุน
ASML มีกรณีด้านตำแหน่งธุรกิจที่ป้องกันได้มากกว่า ธุรกิจลิโธกราฟีของบริษัทฝังตัวอยู่ในกระบวนการผลิตชิปขั้นสูง และทั้งการปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายกับแผนเพิ่มกำลังผลิตชี้ถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน ความเสี่ยงหลักคือวัฏจักรรายจ่ายลงทุนของอุตสาหกรรมชิป มาตรการควบคุมการส่งออก การดำเนินงานด้านซัพพลายเชน และการตัดสินใจลงทุนของลูกค้ากลุ่มที่กระจุกตัว
AMD มีอัตราทดเชิงการดำเนินงานสูงกว่า แต่ภาระการพิสูจน์ก็สูงกว่าเช่นกัน การเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และคำมั่นต่อ Helios ทำให้เส้นทางสู่ธุรกิจ AI ที่ใหญ่ขึ้นมีความเป็นไปได้ แต่การประเมินมูลค่าต้องอาศัยการเปลี่ยนคำมั่นของลูกค้าให้เป็นคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่อง รวมถึงการรับมือข้อได้เปรียบของ Nvidia ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบนิเวศ
สรุปแบบตรงไปตรงมา: AMD คือการเดิมพันว่าบริษัทจะชิงส่วนแบ่งตลาด AI และขยายกำไรได้สำเร็จ ขณะที่ ASML คือการเดิมพันแบบ “ขายพลั่วและจอบ” ในยุคตื่นทอง AI ซึ่งตั้งอยู่บนความเป็นผู้นำด้านลิโธกราฟี AMD อาจแตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้เร็วกว่า หาก Helios กลายเป็นทางเลือกระดับแพลตฟอร์มที่ขยายได้จริง แต่ ASML อาจมีเส้นทางที่ทนทานกว่า หากการลงทุนในชิปตรรกะและหน่วยความจำขั้นสูงยังแข็งแกร่ง โดยไม่ว่ากรณีใด มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ยังเป็นผลลัพธ์ที่ต้องพิสูจน์ ไม่ใช่สิ่งที่ควรตั้งสมมติฐานไว้ล่วงหน้า
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ทั้ง AMD และ ASML มีเส้นทางสู่มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ได้ แต่ต้องอาศัยเงื่อนไขสำคัญหลายข้อ
ทั้ง AMD และ ASML มีเส้นทางสู่มูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ได้ แต่ต้องอาศัยเงื่อนไขสำคัญหลายข้อ กรณีของ AMD ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนคำมั่นซื้อ Helios และการเติบโตของรายได้ดาต้าเซ็นเตอร์ 107% ให้เป็นยอดขายระบบ AI ที่ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง
ASML มีฐานธุรกิจที่ป้องกันได้มากกว่าจากบทบาทสำคัญในกระบวนการผลิตชิปขั้นสูง แต่ยังเผชิญความเสี่ยงจากวัฏจักรการลงทุนโรงงานชิปและการรับ High NA EUV ที่อาจช้ากว่าคาด