Google ระบุว่าระบบ AI Overviews กำลัง “ตีความคำค้นที่เกี่ยวกับการกระทำบางคำผิดพลาด” แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดของบั๊กนี้
สิ่งที่สังเกตได้คือ โมเดลภาษา (Large Language Models) ถูกฝึกมาให้ตีความคำสั่งของผู้ใช้ เช่นคำว่า
ดังนั้นเมื่อคำค้นมีเพียงคำกริยาที่ดูเหมือนคำสั่ง ระบบอาจ จัดหมวดหมู่คำค้นผิด ว่าเป็นคำสั่งที่ต้องปฏิบัติ แทนที่จะเป็นคำที่ต้องอธิบายความหมาย
ลักษณะนี้คล้ายกับปัญหาด้านความปลอดภัยของ AI ที่เรียกว่า prompt injection ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อโมเดลทำตามคำสั่งที่ฝังอยู่ในข้อมูลอินพุต แทนที่จะทำงานตามวัตถุประสงค์เดิมของระบบ
ในกรณีนี้คำค้นไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ความกำกวมของภาษาเพียงคำเดียวก็ทำให้ระบบตีความผิดได้
AI Overviews ถูกออกแบบให้ ครอบพื้นที่ด้านบนของหน้าผลการค้นหา หากระบบคิดว่าสามารถสร้างสรุปคำตอบให้ผู้ใช้ได้
เมื่อระบบเข้าใจคำค้นผิดว่าเป็นคำสั่ง มันจึงสร้างข้อความตอบสนองแบบสนทนาแทนข้อมูลจริง ทำให้กล่อง AI มีเนื้อหาน้อยหรือดูเหมือนว่างเปล่า และผลลัพธ์พจนานุกรมถูกดันลงไปด้านล่างของหน้า
สำหรับผู้ใช้จึงดูเหมือนว่า Google “ลืมวิธีให้คำจำกัดความคำศัพท์” ทั้งที่ข้อมูลจริงยังอยู่ในหน้าเดียวกัน
ตั้งแต่เริ่มเปิดใช้ในวงกว้าง ฟีเจอร์นี้เคยมีตัวอย่างคำตอบที่ผิดพลาดจนกลายเป็นไวรัลหลายครั้ง
เช่น
Google ยอมรับภายหลังว่าบางคำตอบของ AI Overviews อาจ “แปลก ไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นประโยชน์” และอธิบายว่าปัญหาบางส่วนเกิดจากการตีความคำค้นผิด เนื้อหาล้อเลียนบนอินเทอร์เน็ต หรือกรณีที่มีข้อมูลคุณภาพสูงบนเว็บไม่เพียงพอ
บั๊ก “disregard” จึงถือเป็นอีกตัวอย่างของความท้าทายในการนำ AI มาผสานกับระบบค้นหา
จนกว่าบริษัทจะอัปเดตระบบ ผู้ใช้สามารถเลี่ยงปัญหาได้ด้วยวิธีง่าย ๆ เช่น
1. เปลี่ยนไปใช้แท็บ Web
เลือกตัวกรอง Web ใต้ช่องค้นหา เพื่อตัดองค์ประกอบ AI และแสดงลิงก์เว็บแบบดั้งเดิมแทน
2. เพิ่มคำว่า “-ai” ต่อท้ายการค้นหา
โอเปอเรเตอร์ลบ (-) สามารถช่วยลดโอกาสที่ AI Overview จะปรากฏในผลลัพธ์
3. เลื่อนลงผ่านกล่อง AI
คำจำกัดความจริงมักยังอยู่ด้านล่าง เพียงแต่ถูกดันลงไปใต้กล่อง AI
4. ใช้คำค้นที่ชัดเจนขึ้น
เช่น “define disregard” หรือ “disregard meaning” เพื่อช่วยให้ระบบเข้าใจว่าเป็นการค้นหาคำจำกัดความ
เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาพื้นฐานของการผสาน AI เข้ากับระบบค้นหา
เมื่อสองแนวคิดนี้รวมกัน ความกำกวมของภาษา—even แค่คำเดียว—ก็อาจทำให้ระบบเข้าใจเจตนาของผู้ใช้ผิดได้
Google ระบุว่ากำลังทำงานเพื่อแก้ไขปัญหานี้ แต่กรณี “disregard” ก็เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า แม้แต่ฟีเจอร์ AI ในระบบค้นหาระดับโลก ก็ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงอีกมาก
Comments
0 comments