กระทรวงการคลังญี่ปุ่นยืนยันตัวเลขทุบสถิติ ทุ่มงบ 11.735 ล้านล้านเยน หรือราว 2.5 ล้านล้านบาท เข้าพยุงค่าเงินเยนระหว่าง 28 เม.ย. กลยุทธ์หลักคือการใช้ประโยชน์จากช่วง “โกลเด้นวีค” ที่ตลาดเบาบาง โดยระลอกแรก 30 เม.ย.

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the full scope and impact of Japan's record ¥11.735 trillion ($73.6 billion) currency intervention between April 28 and May 27, incl. Article summary: Here is the full picture of Japan's record-breaking intervention campaign and its aftermath.. Topic tags: general, general web, academic, government. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Joint U.S.-Japan Yen intervention unlikely until situation gets much worse: IIF" source context "Japan may have fired its yen bazooka twice, but markets are testing Tokyo’s resolve" Reference image 2: visual subject "This photo illustration taken on December 5, 2024 shows new Japanese 10,000 yen notes (currently worth approximately 66 USD), which were released in July 2024 with a portrait of fi" source context "Japan may have fired
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา: รัฐบาลทุ่มเงินมหาศาลถึง 11.7349 ล้านล้านเยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท (ราว 73,690 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในการแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 28 เมษายน ถึง 27 พฤษภาคม นี่คือตัวเลขการทุ่มเงินปกป้องค่าเงินรายเดือนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ มากกว่าแคมเปญ 9 ล้านล้านเยนอันดุเดือดในปี 2024 เสียอีก
ตัวเลขมหาศาลนี้สะท้อนความตื่นตระหนกของโตเกียวที่ส่งสัญญาณชัดเจน เมื่อเงินเยนอ่อนค่าทะลุเส้น 160 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็น “เส้นแดงทางจิตวิทยา” ที่รัฐบาลต้องออกโรงต้านทุกครั้ง
แต่หนึ่งเดือนผ่านไป บทเรียนราคาแพงก็มาถึง ปฏิบัติการนี้ดูเหมือนจะ “ล้มเหลว” ไปเสียแล้ว
เงินเยนกำลังซื้อขายวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น และคลังแสงของโตเกียวแม้จะมหึมา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวันหมด
ชนวนเหตุเกิดขึ้นในวันที่ 30 เมษายน 2026 เมื่อเงินเยนทรุดตัวลงทะลุ 160 เยนต่อดอลลาร์ ไปแตะระดับ 160.72 เยน ซึ่งเป็นจุดอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 แรงกดดันมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นใหม่ ดันราคาน้ำมันและกระตุ้นอุปสงค์ต่อดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งเป็นการซ้ำเติมแรงกดดันเชิงโครงสร้างที่มีต่อเงินเยนอยู่แล้ว
การตอบสนองของโตเกียวรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ภายในไม่กี่นาที ค่าเงินเยนดีดกลับอย่างรุนแรงกว่า 3% ไปอยู่ที่ 155.5 เยนต่อดอลลาร์ นี่คือการเข้าแทรกแซงโดยตรงเพื่อ “ซื้อเยน” ครั้งแรกในรอบเกือบ 22 เดือน นับตั้งแต่กรกฎาคม 2024
รัฐมนตรีคลัง ซัทสึกิ คะตะยะมะ ส่งสัญญาณก่อนแล้วว่าจะใช้มาตรการ "เด็ดขาด" ขณะที่ อัทสึชิ มิมุระ นักการทูตการเงินคนสำคัญ เตือนตรงๆ ว่า "นี่คือการแจ้งเตือนอพยพครั้งสุดท้ายถึงตลาด"
ทางการญี่ปุ่นไม่ได้แค่แทรกแซง แต่พวกเขาเปลี่ยน “ปฏิทิน” ให้กลายเป็นอาวุธ ปฏิบัติการถูกกำหนดเวลาอย่างแยบยลในช่วงวันหยุดยาว โกลเด้นวีค (3-6 พ.ค.) ซึ่งเป็นช่วงที่ปริมาณการซื้อขายในตลาดเบาบาง การทุ่มเงินของทางการจึงสร้างแรงกระเพื่อมในตลาดได้มากกว่าปกติ
จากข้อมูลบัญชีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และการวิเคราะห์ของ Bloomberg ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นเป็นสามระลอกสำคัญ:
ที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นออกแบบให้การแทรกแซงหลายครั้งนี้ถูกนับเป็น “ปฏิบัติการเดียว” ภายใต้กฎการรายงานของ IMF เพื่อสงวนสิทธิ์ "โควตาการแทรกแซง" เอาไว้ใช้ในอนาคต ซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาจริงจังกับการรักษากระสุนเอาไว้มากเพียงใด
ญี่ปุ่นได้พิสูจน์แล้วว่าเส้น 160 คือเขตหวงห้ามที่ประกาศชัดเจน แคมเปญปี 2025 ใช้เงินมากกว่าเดิมในสกุลเงินเยนถึง 20% แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับ “อายุสั้น” กว่าอย่างเห็นได้ชัด
รายงานเชิงวิชาการที่วิเคราะห์การแทรกแซงปี 2024 พบว่าผลของการปฏิบัติการในวันที่ 29 เมษายน และ 1 พฤษภาคม 2024 อยู่ได้ประมาณ 8 วันทำการหลังจากสิ้นสุดปฏิบัติการ แต่แคมเปญปี 2025นี้แย่กว่านั้น ภายในวันที่ 29 พ.ค. ค่าเงินเยนกลับไปซื้อขายที่ 159.34 เยน ห่างจากจุด 160 เยนที่เป็นชนวนให้ต้องลงมือไม่ถึง 1%
อย่างที่รายงานข่าวชิ้นหนึ่งสรุปอย่างตรงไปตรงมา: "ทางการญี่ปุ่นทุ่มเงิน 73,000 ล้านดอลลาร์เข้าแทรกแซง...แต่กลับมีผลเพียงจำกัด ในขณะที่ค่าเงินยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับเดียวกับที่จุดชนวนให้เกิดการแทรกแซง"
นี่ไม่ใช่เรื่องของ "นักเก็งกำไร" ที่สามารถทุบให้อยู่หมัดด้วยสมุดเช็ค ปัจจัยพื้นฐานคือ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างลิ่ว ระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ยังคงตรึงดอกเบี้ยในระดับสูง ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ไม่ลงง่ายๆ และความต้องการเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ในขณะที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เพิ่งค่อยๆ ขยับจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายสุดขั้วเพียงเล็กน้อยและเป็นไปอย่างเชื่องช้า
สิ่งนี้สร้างพลวัตของ Carry Trade อย่างไม่หยุดยั้ง: นักลงทุนกู้ยืมเงินเยนดอกเบี้ยต่ำติดดินใกล้ศูนย์ แล้วนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แรงกดดันทางโครงสร้างที่ทำให้เกิดการ "ขายเยน" จึงมหาศาลและต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ชี้ว่า เมื่อส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 300 basis points การแทรกแซงเพียงอย่างเดียว "ไม่น่าจะพลิกทิศทางความอ่อนค่าของเงินเยนได้อย่างถึงราก" หากปราศจากการทำให้ส่วนต่างนี้แคบลงอย่างมีความหมาย—ไม่ว่าด้วยการขึ้นดอกเบี้ยแรงๆ จาก BOJ หรือการลดดอกเบี้ยของ Fed—การแทรกแซงทุกครั้งก็เหมือนการว่ายน้ำทวนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
โตเกียวไม่อาจเข้าแทรกแซงตามอำเภอใจ การกระทำของพวกเขาถูกจำกัดด้วยหลักการ Article IV ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และความเป็นจริงทางการเมืองในการประสานงานกับกลุ่ม G7:
แนวโน้มชี้ไปที่การแทรกแซงเพิ่มเติม แต่ด้วยผลลัพธ์ที่ถดถอยลงทุกครั้ง ซึ่งน่ากังวลสำหรับทั้งโตเกียวและตลาดการเงิน:
การแทรกแซงที่ทำลายสถิติของญี่ปุ่นได้ขีดเส้นแบ่งที่ชัดเจน และใช้เงินมหาศาลเพื่อปกป้องมัน แต่ถ้ากระทรวงการคลังหวังว่าจะเปลี่ยนทิศทางพื้นฐานของค่าเงินเยน สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นการพิสูจน์ขีดจำกัดของ “อำนาจทางการเงิน” เมื่อต้องเผชิญกับ “กระแสเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง” ในขณะที่เงินเยนกำลังลอยเคว้งกลับไปหา 160 แรงกดดันให้เปลี่ยนผ่านจากการทุ่มเงินในตลาดเงิน ไปสู่การปรับอัตราดอกเบี้ยอย่างแท้จริงกำลังเพิ่มขึ้นทุกขณะ
เศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกกำลังเรียนรู้บทเรียนแสนแพง: คุณไม่สามารถใช้เงินซื้อทางออกจากกับดัก Carry Trade ได้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นยืนยันตัวเลขทุบสถิติ ทุ่มงบ 11.735 ล้านล้านเยน หรือราว 2.5 ล้านล้านบาท เข้าพยุงค่าเงินเยนระหว่าง 28 เม.ย.
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นยืนยันตัวเลขทุบสถิติ ทุ่มงบ 11.735 ล้านล้านเยน หรือราว 2.5 ล้านล้านบาท เข้าพยุงค่าเงินเยนระหว่าง 28 เม.ย. กลยุทธ์หลักคือการใช้ประโยชน์จากช่วง “โกลเด้นวีค” ที่ตลาดเบาบาง โดยระลอกแรก 30 เม.ย.
ต้นตอที่แท้จริงคือส่วนต่างดอกเบี้ยมหาศาลระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น นักวิเคราะห์เตือนตรงกันว่า หากไม่มี “การขึ้นดอกเบี้ย” อย่างจริงจังจากแบงก์ชาติญี่ปุ่น การแทรกแซงครั้งต่อๆ ไปจะยิ่งได้ผลน้อยลง และเป็นการผลาญคลังสำรองระห...