RB22 ไม่ได้แค่ช้ากว่าคู่แข่ง แต่มันมีปัญหาพื้นฐานในหลายด้าน:
โดยเฉลี่ยแล้ว RB22 ที่เร็วที่สุดของ Red Bull ตามหลังตำแหน่งโพลถึง 0.97 วินาที ในสาม Grands Prix แรก ซึ่งเป็นช่องว่างที่มากที่สุดในกลุ่ม 4 ทีมใหญ่
Red Bull รั้งอันดับ 4 ในตารางคะแนนผู้ผลิต ห่างจาก Mercedes จ่าฝูงกว่า 200 แต้ม พวกเขาเป็นทีมที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มท็อปโฟร์ และไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ลุ้นแชมป์อย่างจริงจัง
สัญญาของแม็กซ์ เวอร์สแตปเปนมีผลจนถึงปี 2028 แต่มีเงื่อนไขการอำลาที่อิงกับผลงาน ซึ่งขณะนี้เปิดใช้งานได้แล้ว เงื่อนไขดังกล่าวถูกกระตุ้นเมื่อเวอร์สแตปเปนเข้าสู่ช่วงเบรกกลางฤดูโดยอยู่นอกอันดับ 2 ของตารางคะแนนนักขับ เขาสามารถใช้เงื่อนไขนี้ได้ในช่วงปลายปีนี้ โดยเดือนตุลาคมถูกระบุว่าเป็นกรอบเวลาในการตัดสินใจอนาคต
เรย์มอนด์ เวอร์เมอเลน ผู้จัดการของเวอร์สแตปเปนยืนยันว่ามีเงื่อนไขอำลานี้อยู่และกำลังใช้งานได้ ส่วนเวอร์สแตปเปนเองก็ปฏิเสธที่จะให้คำมั่นกับ Red Bull ว่าอยู่ต่อหลังปี 2026 โดยเปิดโอกาสทั้งหมดไว้
สองทีมที่ถูกมองว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่สมจริง:
ปิแอร์ วาเช ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค กล่าวต่อสาธารณะว่า Red Bull มี "แผนพัฒนาที่ชัดเจนจนถึงสิ้นปี" เพื่อปรับปรุง RB22 อย่างต่อเนื่อง "การลุ้นชัยชนะในปีนี้คือสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้ การชนะการแข่งขันในปีนี้คือสิ่งที่เรามุ่งมั่น" เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวนี้ขัดแย้งโดยตรงกับสัญญาณอื่นๆ Red Bull ได้นำอัปเกรดถึง 36 รายการ เข้ามาใช้กับ RB22 ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงผิดปกติ และเมคีสยอมรับว่าทีมอาจจะไม่สามารถอัปเกรดรถได้มากไปกว่านี้เนื่องจากข้อจำกัดของงบประมาณ
รายงานหลายแหล่งระบุว่า Red Bull ได้เปลี่ยนโฟกัสภายในไปที่ปี 2027 แล้ว โดยลดขอบเขตและความถี่ของอัปเกรดหลักในช่วงที่เหลือของปี 2026 ทีมกำลังอยู่ในภาวะกลยุทธ์ขัดแย้ง: ประกาศต่อสาธารณะว่าจะไล่ล่าชัยชนะทันที ในขณะที่ภายในกำลังวางแผนสำหรับการเริ่มต้นใหม่ในปีหน้า
บรรทัดสรุป: Red Bull อยู่ในภาวะตกต่ำที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ไร้ชัยชนะ รั้งอันดับ 4 ในตารางผู้ผลิต ต่อสู้กับรถที่หนัก ไร้เสถียรภาพ และเปราะบาง และกำลังเผชิญกับความเป็นไปได้สูงที่จะสูญเสียนักขับระดับพระกาฬของทีม การขัดแย้งระหว่างการท้าทายต่อสาธารณะและความระมัดระวังภายในของทีมกำลังจะปะทะกัน ทำให้ครึ่งฤดูกาลหลังของปี 2026 เป็นช่วงเวลาชี้ขาดของอนาคตทีม