ทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบตัดเชือก 4 ทีม ได้แก่ เวียดนาม, ไทย, สิงคโปร์ และมาเลเซีย ซึ่งการแข่งขันจะจัดขึ้นในระบบเหย้า-เยือน
ฟอร์มการเล่นของเวียดนามคือประเด็นสำคัญที่สุดของรอบรองชนะเลิศนี้ ภายใต้กุนซือชาวเกาหลีใต้ คิม ซัง-ซิก ทีมชาติเวียดนามทำสถิติไร้พ่ายถึง 22 นัด (ชนะ 19 เสมอ 3) ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลทีมชาติเวียดนาม ความพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดของพวกเขาต้องย้อนกลับไปในเดือนกันยายน 2024 ที่แพ้อุ่นเครื่องต่อไทย 1-2 ส่วนเกมเสมอล่าสุดคือการเสมอกับอินเดีย 1-1 ในเดือนตุลาคม 2024
นี่เป็น ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เวียดนามและมาเลเซียพบกันในรอบรองชนะเลิศของ ASEAN Cup ในการเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ 5 ครั้งก่อนหน้านี้ (1998, 2008, 2018, 2022, 2024) เวียดนามไม่เคยเจอมาเลเซียในรอบนี้ โดยเจอกับไทย, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ตามลำดับ
แต่ทว่า เวียดนามมีประวัติศาสตร์อันเจ็บปวดเมื่อต้องเจอกับมาเลเซียในรอบรองฯ ของการแข่งขันรายการนี้ในอดีต
นี่คือ 2 ครั้งเดียวที่เวียดนามถูกมาเลเซียเขี่ยตกรอบ และนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา เวียดนามไม่แพ้มาเลเซียอีกเลย โดยมีสถิติชนะ 9 เสมอ 1 จากการพบกัน 10 ครั้ง
โดยรวมแล้ว ในประวัติศาสตร์ของ ASEAN Cup เวียดนามมีสถิติเหนือกว่า 7 ชนะ 2 เสมอ และแพ้ 2 ครั้ง จากการพบกัน 11 ครั้ง ขณะที่สถิติทุกรายการนับตั้งแต่ปี 2005 เวียดนามมี 14 ชนะ 2 เสมอ และ 2 แพ้
ปัจจัยสำคัญอีกประการคือเรื่องของสนามแข่งขัน สนามบูกิตจาลิล สเตเดี้ยม (สนามกีฬาแห่งชาติ) ซึ่งจุคนได้ถึง 87,000 คน และขึ้นชื่อว่าเป็น 'หม้อไฟ' สำหรับทีมเยือน ถูกปิดใช้งานเนื่องจากมีงานเปลี่ยนลู่วิ่ง เพื่อเตรียมเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ 2027
เกมนี้จึงถูกย้ายไปที่ สนามกีฬากัวลาลัมเปอร์ ในย่านเชอราส (KLFA Stadium) ซึ่งเล็กกว่ามาก โดยมีความจุประมาณ 15,000–18,000 ที่นั่ง การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดความได้เปรียบในบ้านของมาเลเซียลงอย่างมาก สนามเชอราสนี้ เคยถูกใช้เป็นสนามเหย้าของมาเลเซียในรอบแบ่งกลุ่มมาแล้ว ซึ่งพวกเขาเอาชนะลาว 4-0 และฟิลิปปินส์ 1-0
กุนซือชั่วคราวของมาเลเซีย ตัน เฉิง โฮ (Tan Cheng Hoe) ได้ประกาศจุดยืนของทีมอย่างชัดเจนว่า เป็นทีมรองบ่อน โดยกล่าวว่าพวกเขา "ไม่มีอะไรจะเสีย" เมื่อต้องเจอกับแชมป์เก่าอย่างเวียดนาม
"เราจะทำเต็มที่ ไม่มีความกดดันใดๆ เวียดนามเป็นแชมป์เก่าและกำลังเล่นได้ดีมาก แต่เราจะลงไปและทุ่มเททุกอย่าง"
มาเลเซียจบ อันดับ 2 ของกลุ่ม B ด้วย 9 คะแนน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะฟิลิปปินส์ 1-0 จากประตูของพาวิธรัน กุนาลาน
แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ไม่มีข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับการตอบโต้คำวิจารณ์ของมูฮัมหมัด อาลีฟ อาหมัด, การเรียกตัวของเบิร์กสัน ดา ซิลวา หรือยอดขายตั๋วในเลกที่สองที่สนามหมีดิ่ญ
| รายการ | เวียดนาม | มาเลเซีย |
|---|---|---|
| อันดับในกลุ่ม | อันดับ 1 กลุ่ม A (10 แต้ม) | อันดับ 2 กลุ่ม B (9 แต้ม) |
| ฟอร์มล่าสุด | 22 นัดไร้พ่าย (19W, 3D) | — |
| เฮดทูเฮด (ตั้งแต่ 2014) | ชนะ 10, เสมอ 1, แพ้ 1 | ชนะ 1, เสมอ 1, แพ้ 10 |
| สถิติ ASEAN Cup (ตลอดกาล) | ชนะ 7, เสมอ 2, แพ้ 2 | ชนะ 2, เสมอ 2, แพ้ 7 |
| ผลการพบกันล่าสุด (มีนาคม 2026, รอบคัดเลือกเอเชียนคัพ) | ชนะ 3-1 | แพ้ 3-1 |
ที่มา:
เวียดนามเป็นตัวเต็งอย่างชัดเจน ด้วยสถิติไร้พาย 22 นัดและประวัติศาสตร์ที่เหนือกว่ามาเลเซีย มาเลเซียที่ต้องย้ายสนามมาเล่นในสนามเล็กที่สุดเนื่องจากบูกิตจาลิลไม่พร้อม ต้องพึ่งพาจิตวิญญาณของทีมรองบ่อนภายใต้การคุมทีมของตัน เฉิง โฮ ความหวังเดียวของมาเลเซียอาจเป็น 'คำสาป' ในรอบรองฯ ปี 2010 และ 2014 ซึ่งเป็นสองครั้งเดียวที่พวกเขาเอาชนะเวียดนามในรอบแพ้คัดออกได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนอีกคู่ของรอบรองฯ เป็นการเจอกันระหว่างไทยแชมป์ 7 สมัย กับสิงคโปร์ ซึ่งจะเริ่มแข่งในวันที่ 15 สิงหาคม