ประเด็นสำคัญคือ ข้อกล่าวหาเหล่านี้ยังเป็นข้อกล่าวหา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลตัดสินแล้ว ในระบบฝรั่งเศส การเปิดการสอบสวนโดยผู้พิพากษาสอบสวนเป็นขั้นตอนทางคดีอาญา โดยเฉพาะในคดีซับซ้อน ไม่ใช่คำตัดสินว่าจำเลยมีความผิดตั้งแต่ต้น
อัยการปารีสไม่ได้สอบเพียงโพสต์เดียวหรือบัญชีเดียว แต่เป็นชุดข้อกล่าวหาที่ครอบคลุมการทำงานของแพลตฟอร์มในหลายมิติ:
Grok เป็นจุดที่ทำให้คดีนี้ถูกจับตา เพราะทำให้คำถามไม่ได้หยุดอยู่ที่เนื้อหาที่ผู้ใช้โพสต์ แต่ลามไปถึงเครื่องมือ AI ที่อยู่ในระบบของแพลตฟอร์มด้วย Le Monde รายงานว่าการสอบสวนขยายวงต่อหลังการเปิดตัว Grok ขณะที่รายงานที่อ้าง Associated Press ระบุข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ Grok และการปฏิเสธอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ตามรายงาน การสอบสวนเริ่มขึ้นตั้งแต่มกราคม 2568 โดยอัยการฝรั่งเศส ต่อมาในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเข้าค้นสำนักงานของ X ในกรุงปารีส และส่งหนังสือเรียกให้อีลอน มัสก์ กับลินดา ยัคคาริโน เข้าให้ปากคำแบบสมัครใจ ในฐานะผู้จัดการโดยพฤตินัยและโดยนิตินัยของแพลตฟอร์ม ณ ช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์
จุดเปลี่ยนเชิงกระบวนการเกิดขึ้นวันที่ 20 เมษายน 2569 มัสก์ไม่ได้ไปเข้ารับการให้ปากคำแบบสมัครใจ และอัยการระบุว่าได้รับทราบการไม่มาปรากฏตัวของผู้ที่ถูกเรียกแล้ว ภายหลัง Bernama ซึ่งอ้าง dpa รายงานว่า ทั้งมัสก์และยัคคาริโนไม่ได้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามหนังสือเรียกแบบสมัครใจดังกล่าว
แต่การไม่ไปไม่ได้ทำให้คดีหยุดลง อัยการปารีสยืนยันว่าได้เปิดการสอบสวนคดีอาญาเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ต่อบริษัทแม่ของ X, มัสก์ และลินดา ยัคคาริโน อดีตซีอีโอของ X จากนั้นคดีถูกส่งต่อให้ผู้พิพากษาสอบสวน South China Morning Post รายงานในทำนองเดียวกันว่า ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ผู้พิพากษาสอบสวนเข้ามาคุมคดี และเกิดขึ้นหลังมัสก์ไม่ไปตามหนังสือเรียกวันที่ 20 เมษายน
ดังนั้น การยกระดับคดีมีสองชั้นซ้อนกัน: หนึ่งคือเนื้อหาของการสอบสวนที่ขยายไปถึงอัลกอริทึม Grok ดีปเฟก CSAM ข้อมูล และข้อกล่าวหาบิดเบือนการเมือง; อีกชั้นคือการตัดสินใจทางกระบวนการหลังมัสก์และยัคคาริโนไม่เข้าร่วมการให้ปากคำแบบสมัครใจ
สิ่งที่มีบันทึกชัดที่สุดคือการไม่เข้ารับการให้ปากคำ มัสก์และยัคคาริโนถูกขอให้เข้าร่วมการสัมภาษณ์แบบสมัครใจ แต่ไม่ได้ไป และอัยการรับทราบการไม่ปรากฏตัวดังกล่าว
ในช่วงที่มีการเรียกให้เข้าพบเมื่อเดือนเมษายน Los Angeles Times รายงานว่าโฆษกของ X ไม่ตอบคำขอให้แสดงความคิดเห็น ต่อมา Le Monde รายงานว่ามัสก์โจมตีหรือวิจารณ์ผู้พิพากษาฝรั่งเศสที่สอบสวน X แต่ข้อมูลที่มีในชุดแหล่งข่าวนี้ยังไม่ปรากฏเอกสารข้อต่อสู้ทางกฎหมายหรือคำชี้แจงเต็มรูปแบบจากมัสก์ต่อข้อกล่าวหา
ความแตกต่างตรงนี้สำคัญมาก: การวิจารณ์ผู้พิพากษาในที่สาธารณะเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการยื่นข้อต่อสู้ในสำนวนสอบสวนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
การสอบสวนโดยผู้พิพากษาสอบสวน หรือ juge d’instruction ทำให้คดีไม่ใช่เพียงการไต่สวนเบื้องต้นที่อัยการนำอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป ในทางคดีอาญาฝรั่งเศส ผู้พิพากษาสอบสวนมักเข้ามาในคดีที่ซับซ้อน และมีหน้าที่สอบสวนและเตรียมคดี ไม่ใช่ตัดสินความผิดตั้งแต่ต้น
สำหรับ X ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้คดีมีน้ำหนักทางกฎหมายมากขึ้น เพราะผู้สอบสวนสามารถมองไปที่พฤติกรรมของบริษัท ระบบทางเทคนิค การตัดสินใจภายใน และบทบาทของผู้บริหาร รายงานระบุเป้าหมายอย่างเป็นทางการว่าเป็นบริษัทแม่ของ X, มัสก์ และยัคคาริโน
อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้พิสูจน์ว่าบริษัทเกี่ยวข้องอื่นถูกระบุเป็นเป้าหมายทางการ แม้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ Grok จะเป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงที่ถูกพูดถึงในคดี
กฎหมายฝรั่งเศสเปิดทางให้ทั้งบริษัทและบุคคลธรรมดาเผชิญความรับผิดทางอาญาได้ในบางกรณี ประมวลกฎหมายอาญาฝรั่งเศสระบุว่า นิติบุคคล ยกเว้นรัฐ อาจรับผิดทางอาญาสำหรับความผิดที่กระทำเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลนั้นโดยองค์กรหรือผู้แทนของตน และความรับผิดของนิติบุคคลไม่ตัดความรับผิดของบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้กระทำหรือผู้สมรู้ร่วมคิดในเหตุเดียวกัน
นั่นหมายความว่า หากอัยการเชื่อมโยงข้อกล่าวหาเข้ากับองค์กร ผู้แทน หรือผู้ตัดสินใจของบริษัทได้ บริษัทแม่ของ X อาจเผชิญความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคล ขณะเดียวกันบุคคลธรรมดาก็ยังอาจถูกตรวจสอบแยกต่างหาก แต่โทษเฉพาะจะขึ้นกับฐานความผิดที่ท้ายที่สุดถูกคงไว้และพิสูจน์ได้ รายงานที่มีไม่ได้ระบุเพดานโทษของทุกข้อกล่าวหาในคดีนี้
| สถานการณ์ | สิ่งที่แหล่งข่าวหรือกฎหมายบอก | ความเสี่ยงในทางปฏิบัติ |
|---|---|---|
| ไม่ไปตามคำเรียกให้สัมภาษณ์แบบสมัครใจเดือนเมษายน | มัสก์และยัคคาริโนไม่ได้เข้าร่วม และรายงาน dpa ผ่าน Bernama ระบุว่าทั้งคู่ไม่ได้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำเรียกแบบสมัครใจ | การไม่ไปไม่ได้ดูเหมือนจะก่อโทษทันทีในฐานะฝ่าฝืนคำสั่งบังคับ แต่คดีถูกยกระดับไปสู่ผู้พิพากษาสอบสวน |
| เพิกเฉยต่อหมายพยานของศาลที่เป็นทางการในอนาคต | กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาฝรั่งเศสระบุว่า พยานที่ถูกเรียกแล้วไม่มาหรือปฏิเสธให้การ อาจถูกนำตัวมาให้ศาลฟังคำให้การ และอาจถูกปรับ 3,750 ยูโร | หากเป็นกระบวนการบังคับ ไม่ใช่การให้ปากคำสมัครใจ ความเสี่ยงทางกระบวนพิจารณาจะสูงกว่า |
| ปกปิด แก้ไข หรือทำลายหลักฐานที่เกี่ยวข้อง | คู่มือกฎหมายอาชญากรรมธุรกิจฝรั่งเศสอธิบายว่าการดัดแปลง แก้ไข ปกปิด หรือทำลายสถานที่เกิดเหตุหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นประเด็นที่ลงโทษได้ | การขัดขวางพยานหลักฐานอาจสร้างความเสี่ยงทางกฎหมายแยกจากข้อกล่าวหาหลัก |
| พิสูจน์ความผิดหลักได้ | นิติบุคคลอาจรับผิดทางอาญาสำหรับการกระทำที่เข้าเงื่อนไข และความรับผิดนั้นไม่ตัดความรับผิดของบุคคลธรรมดา | บริษัทแม่ของ X และบุคคลที่เกี่ยวข้องอาจเผชิญผลทางอาญา แต่ผลสุดท้ายขึ้นกับสิ่งที่ผู้สอบสวนและศาลพิสูจน์ได้ |
สำหรับบริษัทเกี่ยวข้องอื่น ๆ คำตอบยังจำกัดอยู่มาก รายงานที่มีระบุเป้าหมายอย่างเป็นทางการคือบริษัทแม่ของ X, มัสก์ และยัคคาริโน ไม่ได้ระบุว่าบริษัทอื่นถูกตั้งเป็นเป้าหมายทางการ หากมีบริษัทอื่นถูกดึงเข้าสู่กระบวนการในอนาคต ความเสี่ยงของนิติบุคคลก็ยังต้องผูกกับหลักเดียวกัน คือการกระทำโดยองค์กรหรือผู้แทนเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคลนั้น
หัวใจของคดีคือหลักฐาน อัยการต้องแสดงมากกว่าแค่การมีเนื้อหาอันตรายหรือผิดกฎหมายอยู่บนแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ คำถามที่ยากกว่าคือ ระบบของแพลตฟอร์ม อัลกอริทึม ฟังก์ชันที่เกี่ยวกับ Grok การตัดสินใจของบริษัท หรือผู้บริหารที่ถูกระบุชื่อ เชื่อมโยงกับพฤติกรรมตามข้อกล่าวหาได้อย่างไร
อีกเรื่องที่ยังไม่ชัดคือ คำเรียกหรือคำสั่งในอนาคตจะยังเป็นแบบสมัครใจหรือกลายเป็นกระบวนการบังคับ คำขอสัมภาษณ์เมื่อเดือนเมษายนเป็นแบบสมัครใจตามรายงาน แต่ถ้าต่อมามีคำสั่งศาลหรือหมายพยานอย่างเป็นทางการ กฎหมายฝรั่งเศสมีผลตามมาสำหรับผู้ที่ไม่มาหรือไม่ให้การในบางกรณี
ตอนนี้ คดีฝรั่งเศสจึงเป็นการสอบสวนอาญาที่จริงจังเกี่ยวกับการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม เครื่องมือ AI และข้อกล่าวหาเรื่องเนื้อหาผิดกฎหมายบน X แต่ยังไม่ใช่คำพิพากษาถึงที่สุดต่อมัสก์ ยัคคาริโน X หรือบริษัทเกี่ยวข้องใด ๆ