Mirendil ซึ่งก่อตั้งโดย Behnam Neyshabur และ Harsh Mehta อดีตนักวิจัยจาก Anthropic ได้เซ็นสัญญาหลายปีกับ Google Cloud มูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญฯ เพื่อเสริมพลังการประมวลผลสำหรับ AI ที่พัฒนาตัวเองได้ ดีลนี้เปิดทางให้สตาร์ทอัพใช้ AI Hypercomputer ของ Google Cloud ซึ่งรวมทั้ง TPU ของ Google และ GPU ของ Nvidia พร้อมกลยุท...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the exclusive report about Mirendil's multiyear, $100M+ partnership with Google Cloud to secure compute capacity for its self-improv. Article summary: Let me search for information about this reported. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
สตาร์ทอัพ AI แนวหน้าจากอดีตนักวิจัยของ Anthropic เพิ่มเซ็นหนึ่งในดีลโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี Mirendil ได้ลงนามในความร่วมมือแบบหลายปีกับ Google Cloud ที่มีมูลค่าสูงกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อให้ได้พลังการประมวลผลมหาศาลที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาระบบ AI ที่สามารถปรับปรุงตัวเองได้ เพื่อเร่งการค้นพบทางวิทยาศาสตร์
ดีลนี้มีรายงานโดย TechCrunch เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2026 เป็นมูลค่าประมาณครึ่งหนึ่งของเงินทุนรอบ Seed ที่ 200 ล้านเหรียญ สตาร์ทอัพระดมทุนได้เมื่อสองเดือนก่อนหน้านี้ ด้วยมูลค่าบริษัท 1 พันล้านเหรียญ ข้อตกลงนี้เปิดทางให้ Mirendil เข้าถึง AI Hypercomputer ของ Google Cloud ซึ่งรวมถึง Tensor Processing Units (TPUs) ที่ออกแบบเองของ Google และ Nvidia GPUs พร้อมด้วยคลัสเตอร์ฝึกฝนที่มีการจัดการ
นี่คือรายละเอียดทั้งหมดของความร่วมมือครั้งนี้ ความหมายสำหรับสตาร์ทอัพ และเหตุใดจึงสำคัญสำหรับวงการ AI และระบบคลาวด์โดยรวม
Mirendil ก่อตั้งโดย Behnam Neyshabur (CEO) และ Harsh Mehta อดีตนักวิจัยทั้งคู่ที่ Anthropic ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำงานที่ Google พวกเขาลาออกจาก Anthropic เพื่อเริ่ม Mirendil ด้วยภารกิจอันทะเยอทะยาน: สร้างระบบ AI ที่สามารถเร่งการปรับปรุงตัวเองของมันเอง และขับเคลื่อนการค้นพบทางวิทยาศาสตร์
เป้าหมายของสตาร์ทอัพคือการ ทำให้การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นระบบอัตโนมัติ — สร้าง AI ที่ปรับปรุงตัวเองได้ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเร่งการค้นพบในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ ชีววิทยา เคมี และวัสดุศาสตร์ แนวคิดหลักคือโมเดล AI ไม่เพียงช่วยในการทดลอง แต่ยังสร้างสมมติฐาน ออกแบบขั้นตอน และปรับปรุงความสามารถของตัวเองซ้ำๆ ทำให้วงจรการวิจัยทั้งหมดเร็วขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือนี้มีโครงสร้างเป็น คำมั่นสัญญาแบบหลายปีที่มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านเหรียญ นี่คือรายละเอียดสำคัญ:
ขนาดของคำมั่นสัญญานี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการพลังการประมวลผลมหาศาลของการวิจัย AI แนวหน้า เพื่อให้เห็นภาพ ตัวเลข 100 ล้านเหรียญฯ ทำให้มันเป็นหนึ่งในความร่วมมือคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสตาร์ทอัพ AI ในปีนี้
เพื่อควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่จัดการได้ Mirendil ใช้ กลยุทธ์การประมวลผลที่ยืดหยุ่น — มันจับคู่ปริมาณงานฝึกฝน AI ที่แตกต่างกันเข้ากับฮาร์ดแวร์ที่คุ้มค่าที่สุด สตาร์ทอัพใช้:
วิธีการจับคู่งานนี้ช่วยลดของเสียและทำให้สตาร์ทอัพทำงานวิจัยได้มากขึ้นภายในคำมั่นสัญญา 100 ล้านเหรียญฯ นี่คือการปรับให้เหมาะสมในทางปฏิบัติที่สำคัญสำหรับห้องปฏิบัติการ AI ที่พยายามขยายงบประมาณการประมวลผลให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ความร่วมมือนี้สร้างคุณค่าที่ชัดเจนสำหรับทั้ง Mirendil และ Google Cloud
สำหรับ Mirendil และลูกค้า: ดีลนี้รับประกันพลังการประมวลผลที่มหาศาลและเชื่อถือได้ซึ่งจำเป็นสำหรับการฝึกฝนและรันโมเดลที่ปรับปรุงตัวเองได้ สิ่งนี้ทำให้ Mirendil สามารถเสนอบริการวงจรการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า — โดยที่ลูกค้าไม่ต้องจัดการโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง AI ของสตาร์ทอัพถูกออกแบบมาเพื่อจัดการปัญหาในด้านการพัฒนายา การค้นพบวัสดุ และอุตสาหกรรมที่ต้องใช้การวิจัยอื่นๆ ในที่สุด
สำหรับ Google Cloud: Google ได้พันธมิตร AI แนวหน้าที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นหลักสำคัญของดีลคลาวด์สำหรับองค์กรรายใหญ่ มันช่วยให้ Google แข่งขันกับ AWS และ Azure สำหรับสตาร์ทอัพ AI โดยแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐาน TPU + GPU ของ Google Cloud สามารถรองรับงานวิจัยที่ทันสมัยที่สุดได้ นอกจากนี้ยังทำให้ Google เข้าใจความต้องการโครงสร้างพื้นฐานของ AI ที่พัฒนาตัวเองได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาฮาร์ดแวร์และผลิตภัณฑ์คลาวด์ในอนาคต
ตามการวิเคราะห์ชิ้นหนึ่ง ดีลนี้ส่งสัญญาณถึงความกระหายที่เพิ่มขึ้นของ Google ในการสนับสนุนการวิจัย AI ที่ล้ำสมัยนอกเหนือจากห้องปฏิบัติการของตนเอง
ดีลของ Mirendil เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่กว้างขึ้น: ยักษ์ใหญ่คลาวด์กำลังจีบสตาร์ทอัพ AI ด้วยคำมั่นสัญญาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ล็อกความสัมพันธ์ระยะยาวก่อนที่คู่แข่งจะเข้ามาได้ ตัวเลข 100 ล้านเหรียญฯ อยู่ในระดับเดียวกับดีลที่คล้ายกันจาก AWS และ Azure กับห้องปฏิบัติการแนวหน้าอื่นๆ
สำหรับพื้นที่ AI ที่พัฒนาตัวเองได้ ความร่วมมือนี้ให้การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรูปธรรมสำหรับงานวิจัยที่ยังคงเป็นทฤษฎีเป็นส่วนใหญ่ ดังที่บทความของ TechCrunch ตั้งข้อสังเกต AI ของ Mirendil ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในวงกว้าง แต่ตอนนี้มีพลังการประมวลผลแล้วที่จะลอง
ดีลนี้ยังเน้นให้เห็นว่าการวิจัย AI แนวหน้าต้องใช้พลังการประมวลผลมากแค่ไหน — และผู้ให้บริการคลาวด์เต็มใจลงทุนมากเพียงใดเพื่อชนะปริมาณงานเหล่านั้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Mirendil ซึ่งก่อตั้งโดย Behnam Neyshabur และ Harsh Mehta อดีตนักวิจัยจาก Anthropic ได้เซ็นสัญญาหลายปีกับ Google Cloud มูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญฯ เพื่อเสริมพลังการประมวลผลสำหรับ AI ที่พัฒนาตัวเองได้
Mirendil ซึ่งก่อตั้งโดย Behnam Neyshabur และ Harsh Mehta อดีตนักวิจัยจาก Anthropic ได้เซ็นสัญญาหลายปีกับ Google Cloud มูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญฯ เพื่อเสริมพลังการประมวลผลสำหรับ AI ที่พัฒนาตัวเองได้ ดีลนี้เปิดทางให้สตาร์ทอัพใช้ AI Hypercomputer ของ Google Cloud ซึ่งรวมทั้ง TPU ของ Google และ GPU ของ Nvidia พร้อมกลยุทธ์จัดสรรงานที่ยืดหยุ่นเพื่อลดต้นทุน
เป้าหมายของ Mirendil คือทำให้การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในด้านการแพทย์ ชีววิทยา เคมี และวัสดุศาสตร์เป็นระบบอัตโนมัติ ด้วย AI ที่ตั้งสมมติฐาน ออกแบบการทดลอง และปรับปรุงตัวเองได้