รัสเซียกำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น S 300 และ S 400 ในอัตราที่ 'ไม่ยั่งยืน' เนื่องจากการโจมตีด้วยโดรนจำนวนมากของยูเครน ตามรายงานของ CBS News และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน กองกำลังไร้คนขับของยูเครนโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย 174 ระบบระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 สร้างความเสียหายแก่รัสเซียประมาณ 5.4...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the current state of Russia's air defense missile shortage caused by Ukraine's drone campaign, including the depletion of S-300 and. Article summary: **S-300/S-400 interceptor depletion is acute.** CBS News reported on June 17, 2026, citing sources, that Russia is running low on a key type of missile interceptor, weakening its ability to defend against Ukrainian drone. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
รัสเซียกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบ S-300 และ S-400 อย่างรุนแรงและทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเกิดจากการรุกด้วยโดรนจำนวนมากของยูเครน นักวิเคราะห์ระบุว่าสถานการณ์นี้ 'ไม่ยั่งยืน' การขาดแคลนนี้กำลังสร้างช่องโหว่ในแนวป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ และเปิดโอกาสให้ยูเครนโจมตีลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียได้ไกลกว่าที่เคยเป็นมา
CBS News รายงานเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 โดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่ารัสเซียกำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นชนิดสำคัญ ซึ่งทำให้ความสามารถในการป้องกันโดรนของยูเครนอ่อนแอลง ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน Oleksandr Syrskyi ยืนยันเมื่อปลายเดือนเมษายนว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียกำลังสูญเสียความสามารถในการตอบโต้การโจมตีด้วยโดรน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากการขาดแคลนขีปนาวุธ
การขาดแคลนนี้ไม่จำกัดเฉพาะระบบ S-300 แต่รวมถึงระบบ Pantsir ด้วย
รายงานประเมินสถานการณ์ของ RUSI ที่เผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม 2568 สรุปว่าอุตสาหกรรมรัสเซียไม่สามารถผลิตขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานได้ทันต่อความต้องการ เนื่องจากการใช้โดรนราคาถูกจำนวนมากของยูเครน การผลิตขีปนาวุธ S-300 ใช้เวลารอบละ 7-8 เดือน
ในขณะที่การผลิตโดรนของยูเครนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ยูเครนสามารถทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ในอัตราที่เพิ่มขึ้นสามเท่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ยูเครนทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศและเรดาร์ของรัสเซียในเดือนเมษายน 2569 มากเป็นสองเท่าของเดือนตุลาคม 2568
กองกำลังระบบไร้คนขับของยูเครน (SBS) ยืนยันว่าหน่วยของตนได้โจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียจำนวน 174 ระบบ ระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 รวมถึงระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ สถานีเรดาร์ และอุปกรณ์สงครามอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายแก่รัสเซียประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์ ในเดือนเมษายนเพียงเดือนเดียว อุปกรณ์ 38 ชิ้นมูลค่าประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ถูกโจมตี รวมถึงระบบ Tor, Tor-M2, Pantsir และ ZU-23-2
นักวิจัยชาวญี่ปุ่นรายหนึ่งติดตามการลดลงสุทธิของส่วนประกอบระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียจำนวน 322 ชิ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 ถึงมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นการลดลง 35% จาก 908 ชิ้นที่ถูกติดตาม จำนวนส่วนประกอบ S-300 และ S-400 ลดลงในทุกเขตทหารของรัสเซีย โดยเขตกลางลดลง 81.8% และเขตเลนินกราดลดลง 76.9%
Hudson Institute รายงานว่าระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2569 กองกำลังรัสเซียโจมตีโรงงานผลิตโดรนของยูเครนโดยใช้ระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ S-300 และ S-400 ที่ถูกดัดแปลงให้ใช้งานในบทบาทพื้นสู่พื้น การใช้งานแบบคู่ขนานนี้ยิ่งทำให้สต็อกขีปนาวุธสกัดกั้นที่ควรใช้สำหรับป้องกันภัยทางอากาศลดน้อยลงไปอีก
รัสเซียยังใช้ S-300 และ S-400 โจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินในยูเครนมาตั้งแต่ปี 2565 อย่างน้อย ส่วนหนึ่งเนื่องจากการขาดแคลนขีปนาวุธแม่นยำสูง ISW รายงานในเดือนมกราคม 2569 ว่ากองกำลังรัสเซียถึงกับใช้ขีปนาวุธฝึก RM-48U สำหรับโจมตีภาคพื้นดิน ซึ่งอาจติดตั้งหัวรบจริง
ความสามารถของรัสเซียในการผลิตขีปนาวุธสกัดกั้นใหม่ถูกจำกัดด้วยวงจรการผลิต 7-8 เดือนสำหรับขีปนาวุธ S-300 และข้อจำกัดทางอุตสาหกรรมในวงกว้างที่ RUSI ระบุว่าไม่เพียงพอต่อการทดแทนความสูญเสียจากการสู้รบ
การขาดแคลนรวมถึงไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนนำเข้า และจุดอ่อนในโครงสร้างด้านโลจิสติกส์
นอกจากนี้ รัสเซียยัง reportedly ลดการผลิตขีปนาวุธและเปลี่ยนเงินทุนไปเพิ่มการผลิตโดรน ซึ่งยิ่งจำกัดความสามารถในการเติมสต็อกขีปนาวุธสกัดกั้น
กองทัพอากาศยูเครนรายงานเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ว่ากำลังประสบปัญหาการขาดแคลนขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ หลังจากที่รัสเซียเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ในฤดูหนาว โดยระบุว่า 'เครื่องยิงที่จัดสรรให้กับหน่วยและกองร้อยต่างๆ เต็มไปเพียงบางส่วนเท่านั้น และนั่นก็ยังเป็นคำพูดที่เบาเกินไป' สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อระบบ Patriot และระบบอื่นๆ ที่ชาติตะวันตกจัดหาให้ อัตราการสกัดกั้นอาวุธของรัสเซียของยูเครนลดลงต่ำกว่า 70% ในเดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำอย่างน่าตกใจ
กระทรวงกลาโหมยูเครนแถลงเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ว่าระยะการโจมตีลึกเข้าไปในรัสเซียเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่าตั้งแต่ปี 2565 จากประมาณ 630 กม. เป็นกว่า 1,700 กม. เมื่อวันที่ 29 เมษายน ยูเครนโจมตีสถานีสูบน้ำมันที่อยู่ลึกเข้าไปในรัสเซีย 1,500 กม. ใกล้เทือกเขาอูราล
ปลายเดือนพฤษภาคม หน่วยข่าวกรองยูเครน (HUR) ยืนยันว่ามีโดรนที่สามารถบินได้ไกลถึง 3,500 กม. โดยระยะสูงสุดเดิมคือ 1,750 กม.
ปัจจุบัน ประชากรมากกว่า 70% ของรัสเซียอยู่ในระยะที่โดรนยูเครนสามารถโจมตีถึง
ผู้บัญชาการ SBS พันตรี Robert 'Madyar' Brovdi กล่าวว่ากองกำลังยูเครนกำลังขยายปฏิบัติการโจมตีระยะกลางและระยะลึกอย่างเป็นทางการ โดยโดรนโจมตีระยะกลางปฏิบัติการที่ความลึก 50 ถึง 250 กม. จากแนวหน้า และรักษาการติดต่อกับผู้ควบคุมแบบเรียลไทม์ ในเดือนพฤษภาคม 2569 เพียงเดือนเดียว กองกำลังยูเครนยิงโดรนโจมตีระยะไกลมากกว่า 1,300 ครั้ง ต่อเป้าหมายที่อยู่ลึกเข้าไปในรัสเซีย
เครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักจากการรวมกันของการขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น การทำลายเครื่องยิงและเรดาร์ และความไม่สามารถผลิตทดแทนได้ทันกับการที่ยูเครนใช้โดรนราคาถูกจำนวนมาก สถานการณ์นี้สร้างช่องว่างที่กว้างขึ้นสำหรับการโจมตีลึกของยูเครน ขณะที่ยูเครนเองก็เผชิญกับการขาดแคลนระบบป้องกันภัยทางอากาศจากการรณรงค์โจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย ดินแดนอันกว้างใหญ่ของรัสเซียถึง 17 ล้านตารางกิโลเมตรทำให้การป้องกันอย่างครอบคลุมเป็นไปไม่ได้ นักวิเคราะห์ชี้ว่าท้องฟ้าของรัสเซียนั้น 'พรุน' อย่างมีประสิทธิภาพ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
รัสเซียกำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น S 300 และ S 400 ในอัตราที่ 'ไม่ยั่งยืน' เนื่องจากการโจมตีด้วยโดรนจำนวนมากของยูเครน ตามรายงานของ CBS News และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน
รัสเซียกำลังขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น S 300 และ S 400 ในอัตราที่ 'ไม่ยั่งยืน' เนื่องจากการโจมตีด้วยโดรนจำนวนมากของยูเครน ตามรายงานของ CBS News และผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครน กองกำลังไร้คนขับของยูเครนโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย 174 ระบบระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 สร้างความเสียหายแก่รัสเซียประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์
ระยะโจมตีลึกของยูเครนเพิ่มขึ้นจาก 630 กม. ในปี 2565 เป็นกว่า 1,700 กม.
Loading comments...
Comments
0 comments