คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ยุโรปอาจเริ่มฤดูทำความร้อนปี 2026/27 ด้วยคลังเก็บก๊าซที่เต็มเพียง 76% ต่ำสุดในรอบ 15 ปี หลังการเติมสำรองล่าช้าและอุปทาน LNG ตึงตัว Wood Mackenzie เตือนว่าคลังสำรองก๊าซยุโรปอาจสิ้นสุดฤดูเติมก๊าซต่ำกว่า 70% ขณะที่ราคาตลาดจรสูงกว่าจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายนมากกว่า 50% และต้องแข่งขันกับผู้ซื้อเอเชีย อุปทาน LNG ใหม่ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ อาจช่วยให้ราคาก๊าซยุโรปลดลงเกือบครึ่งภายในปี 2030 แต่การคลี่คลายระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง What is the current state of Europe's energy security crisis as of late July 2026, including the historically low gas storage levels, Wood M AI-generated illustration of Europe's gas storage challenges in late July 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the current state of Europe's energy security crisis as of late July 2026, including the historically low gas storage levels, Wood M. Article summary: ## Europe's Energy Security Crisis — Late July 2026. Topic tags: general, government, general web, education, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
openai.com ยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันด้านพลังงานครั้งใหญ่ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวปี 2026/27 จากปัจจัยที่มาซ้อนกันหลายชั้น ได้แก่ คลังเก็บก๊าซที่อยู่ในระดับต่ำ การปิดกั้นเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการแข่งขันทั่วโลกเพื่อแย่งชิงก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG
แม้คณะทำงานด้านการประสานงานก๊าซของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่ายังไม่มีความกังวลเร่งด่วนต่อความมั่นคงด้านก๊าซในฤดูหนาวที่จะถึงนี้ แต่ระดับสำรองที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดวิกฤตยังทำให้ตลาดมีความเสี่ยงต่อราคาพุ่งและอุปทานตึงตัวสูง
คลังสำรองก๊าซต่ำ และเติมกลับได้ช้ากว่าปกติ
ณ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2026 คลังเก็บก๊าซของ EU มีปริมาณก๊าซอยู่ราว 53% ของความจุ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีประมาณ 15 จุดเปอร์เซ็นต์ และเป็นระดับต่ำที่สุดสำหรับช่วงเวลานี้ในรอบอย่างน้อย 5 ปี
อัตราการเติมก๊าซชะลอตัวลงอย่างมากในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ส่วนหนึ่งจากสภาพอากาศร้อนและการผลิตไฟฟ้าจากลมที่ลดลง โดยอัตราการเติมก๊าซสุทธิในวันที่ 1 กรกฎาคมอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ยุโรปเข้าสู่ฤดูหนาวด้วยกันชนก๊าซที่บางที่สุดในรอบ 15 ปี" คืออะไร ยุโรปอาจเริ่มฤดูทำความร้อนปี 2026/27 ด้วยคลังเก็บก๊าซที่เต็มเพียง 76% ต่ำสุดในรอบ 15 ปี หลังการเติมสำรองล่าช้าและอุปทาน LNG ตึงตัว
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ยุโรปอาจเริ่มฤดูทำความร้อนปี 2026/27 ด้วยคลังเก็บก๊าซที่เต็มเพียง 76% ต่ำสุดในรอบ 15 ปี หลังการเติมสำรองล่าช้าและอุปทาน LNG ตึงตัว Wood Mackenzie เตือนว่าคลังสำรองก๊าซยุโรปอาจสิ้นสุดฤดูเติมก๊าซต่ำกว่า 70% ขณะที่ราคาตลาดจรสูงกว่าจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายนมากกว่า 50% และต้องแข่งขันกับผู้ซื้อเอเชีย
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? อุปทาน LNG ใหม่ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ อาจช่วยให้ราคาก๊าซยุโรปลดลงเกือบครึ่งภายในปี 2030 แต่การคลี่คลายระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
คำตอบการวิจัย
ประเด็นสำคัญ ยุโรปอาจเริ่มฤดูทำความร้อนปี 2026/27 ด้วยคลังเก็บก๊าซที่เต็มเพียง 76% ต่ำสุดในรอบ 15 ปี หลังการเติมสำรองล่าช้าและอุปทาน LNG ตึงตัว Wood Mackenzie เตือนว่าคลังสำรองก๊าซยุโรปอาจสิ้นสุดฤดูเติมก๊าซต่ำกว่า 70% ขณะที่ราคาตลาดจรสูงกว่าจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายนมากกว่า 50% และต้องแข่งขันกับผู้ซื้อเอเชีย อุปทาน LNG ใหม่ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ อาจช่วยให้ราคาก๊าซยุโรปลดลงเกือบครึ่งภายในปี 2030 แต่การคลี่คลายระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง What is the current state of Europe's energy security crisis as of late July 2026, including the historically low gas storage levels, Wood M AI-generated illustration of Europe's gas storage challenges in late July 2026. AI พรอมต์ Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the current state of Europe's energy security crisis as of late July 2026, including the historically low gas storage levels, Wood M. Article summary: ## Europe's Energy Security Crisis — Late July 2026. Topic tags: general, government, general web, education, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual evidence.
openai.com ยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันด้านพลังงานครั้งใหญ่ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวปี 2026/27 จากปัจจัยที่มาซ้อนกันหลายชั้น ได้แก่ คลังเก็บก๊าซที่อยู่ในระดับต่ำ การปิดกั้นเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการแข่งขันทั่วโลกเพื่อแย่งชิงก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG
แม้คณะทำงานด้านการประสานงานก๊าซของสหภาพยุโรป (EU) ระบุว่ายังไม่มีความกังวลเร่งด่วนต่อความมั่นคงด้านก๊าซในฤดูหนาวที่จะถึงนี้ แต่ระดับสำรองที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนเกิดวิกฤตยังทำให้ตลาดมีความเสี่ยงต่อราคาพุ่งและอุปทานตึงตัวสูง
คลังสำรองก๊าซต่ำ และเติมกลับได้ช้ากว่าปกติ
ณ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2026 คลังเก็บก๊าซของ EU มีปริมาณก๊าซอยู่ราว 53% ของความจุ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีประมาณ 15 จุดเปอร์เซ็นต์ และเป็นระดับต่ำที่สุดสำหรับช่วงเวลานี้ในรอบอย่างน้อย 5 ปี
อัตราการเติมก๊าซชะลอตัวลงอย่างมากในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ส่วนหนึ่งจากสภาพอากาศร้อนและการผลิตไฟฟ้าจากลมที่ลดลง โดยอัตราการเติมก๊าซสุทธิในวันที่ 1 กรกฎาคมอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม
คนยังถาม คำตอบสั้น ๆ สำหรับ "ยุโรปเข้าสู่ฤดูหนาวด้วยกันชนก๊าซที่บางที่สุดในรอบ 15 ปี" คืออะไร ยุโรปอาจเริ่มฤดูทำความร้อนปี 2026/27 ด้วยคลังเก็บก๊าซที่เต็มเพียง 76% ต่ำสุดในรอบ 15 ปี หลังการเติมสำรองล่าช้าและอุปทาน LNG ตึงตัว
ประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนคืออะไร? ยุโรปอาจเริ่มฤดูทำความร้อนปี 2026/27 ด้วยคลังเก็บก๊าซที่เต็มเพียง 76% ต่ำสุดในรอบ 15 ปี หลังการเติมสำรองล่าช้าและอุปทาน LNG ตึงตัว Wood Mackenzie เตือนว่าคลังสำรองก๊าซยุโรปอาจสิ้นสุดฤดูเติมก๊าซต่ำกว่า 70% ขณะที่ราคาตลาดจรสูงกว่าจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายนมากกว่า 50% และต้องแข่งขันกับผู้ซื้อเอเชีย
ฉันควรทำอย่างไรต่อไปในทางปฏิบัติ? อุปทาน LNG ใหม่ โดยเฉพาะจากสหรัฐฯ อาจช่วยให้ราคาก๊าซยุโรปลดลงเกือบครึ่งภายในปี 2030 แต่การคลี่คลายระยะสั้นยังขึ้นอยู่กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม คณะทำงานของ EU ระบุว่า การเติมคลังสำรองให้ได้ 80% ก็เพียงพอที่จะช่วยรับประกันอุปทานสำหรับฤดูหนาว ดังนั้น ตัวเลขที่ต่ำไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการขาดแคลนทันที แต่สะท้อนว่า “พื้นที่กันชน” สำหรับรับมือสภาพอากาศหนาวจัดหรือเหตุขัดข้องใหม่ ๆ มีน้อยลง
Wood Mackenzie มองเป็น “การขาดดุลเชิงโครงสร้าง” Wood Mackenzie ระบุว่าวิกฤตครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงแรงกระแทกชั่วคราวจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง แต่เป็น การขาดดุลเชิงโครงสร้าง ของตลาดก๊าซยุโรป
แรงกดดันสำคัญกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน 3 ด้าน ได้แก่
คลังสำรองต่ำเป็นประวัติการณ์ เมื่อรวมกับการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาก๊าซตลาดจรสูงกว่าจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายนมากกว่า 50%
ความต้องการ LNG ในเอเชียฟื้นตัว ทำให้ก๊าซเที่ยวเรือที่สามารถเปลี่ยนปลายทางได้ถูกดึงออกจากตลาดยุโรป
สินค้าคงคลังที่ต่ำ อาจทำให้ราคาก๊าซอยู่ในระดับสูงตลอดฤดูหนาวปี 2026/27
บริษัทที่ปรึกษารายนี้มองว่าตลาดก๊าซยุโรปมีอุปทานไม่เพียงพออยู่แล้ว หลังการสูญเสียก๊าซทางท่อจากรัสเซีย วิกฤตฮอร์มุซจึงเข้ามาซ้ำเติมภาวะขาดดุลเดิมให้รุนแรงขึ้น
ช่องแคบฮอร์มุซกระทบ LNG ทั่วโลกอย่างไร ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระหว่างอิหร่านกับโอมาน ถูกปิดกั้นในทางปฏิบัตินับตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 หลังสงครามอิหร่านปะทุขึ้น
ผลกระทบต่อก๊าซธรรมชาติและ LNG มีความชัดเจนในหลายด้าน
โดยปกติ LNG ของโลกประมาณ 20% ต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้ แต่กระแสดังกล่าวถูกระงับไปเกือบทั้งหมด
การโจมตีของอิหร่านทำให้กำลังส่งออก LNG ของกาตาร์ที่โรงงาน Ras Laffan หายไปประมาณ 17%
ดัชนีราคาก๊าซธรรมชาติของธนาคารโลกเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าในเดือนมีนาคม 2026
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า TTF ซึ่งเป็นราคามาตรฐานก๊าซของยุโรป ขยับขึ้นแตะ 14.80 ดอลลาร์ต่อ MMBtu ในช่วงปลายเดือนเมษายน
Shell ประเมินว่าการค้า LNG ทั่วโลกจะ ทรงตัวในปี 2026 เนื่องจากอุปทานประมาณหนึ่งในห้าของรายเดือนถูกปิดกั้นนับตั้งแต่เดือนมีนาคม
ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดในวิกฤตปี 2022 และตลาดยังสามารถชดเชยบางส่วนได้จากการเพิ่มการผลิตของสหรัฐฯ และผู้ผลิตนอกตะวันออกกลาง โดยในเดือนมิถุนายน อุปทาน LNG ทั่วโลกยังเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้เส้นทางฮอร์มุซจะยังถูกรบกวน
ยุโรปต้องแย่ง LNG กับผู้ซื้อเอเชีย วิกฤตฮอร์มุซกำลังเปลี่ยนตลาด LNG ให้กลายเป็นการแข่งขันประมูลระหว่างยุโรปกับเอเชีย โดยเฉพาะสำหรับเที่ยวเรือที่สามารถเปลี่ยนจุดหมายปลายทางได้อย่างยืดหยุ่น
ความต้องการ LNG ในเอเชียกำลังฟื้นตัว ขณะที่ส่วนต่างราคาที่ผู้ซื้อเอเชียยอมจ่ายเหนือราคายุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงมีแรงจูงใจให้ผู้ขายส่งมอบสินค้าไปยังเอเชียแทน
ประเทศในเอเชียใต้ซึ่งพึ่งพา LNG จากกาตาร์สูง กำลังหาปริมาณก๊าซมาทดแทนได้ยากมาก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง โดยราคา LNG ตลาดจรในภูมิภาคพุ่งเกิน 20 ดอลลาร์ต่อ MMBtu
สำหรับยุโรป นั่นหมายถึงการต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อดึงเที่ยวเรือเข้ามาเติมคลังสำรองในช่วงที่เวลาสำหรับการเตรียมฤดูหนาวเหลือน้อยลง Wood Mackenzie จึงมองว่าคลังสำรองยุโรปที่ต่ำและความต้องการเอเชียที่ฟื้นตัวจะทำให้ตลาด LNG โลกตึงตัวอย่างมากตลอดฤดูหนาว
อุปทานใหม่อาจช่วยคลายวิกฤตได้เมื่อใด ในระยะยาว ตลาดอาจเริ่มผ่อนคลายจากอุปทาน LNG ระลอกใหม่ โดยเฉพาะโครงการจากสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะทยอยเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายทศวรรษ 2020
ประมาณการพื้นฐานของ Wood Mackenzie ระบุว่า ราคาก๊าซที่ซื้อขายในยุโรปอาจลดลงเกือบครึ่งภายในปี 2030 เหลือค่าเฉลี่ยราว 24 ยูโรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือประมาณ 8 ดอลลาร์ต่อ MMBtu Shell คาดว่าการค้า LNG ทั่วโลกจะกลับมาเติบโตได้ในปี 2027 หากการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย
แต่การปรับสมดุลของตลาดยังมีเงื่อนไขสำคัญ นั่นคือช่องแคบต้องกลับมาเปิดใช้งาน หากการปิดกั้นยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปี 2026 Wood Mackenzie เตือนว่าอุปทานน้ำมันและ LNG ที่ขาดแคลนอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยแบบไม่รุนแรงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
ทางออกระยะยาว: พลังงานหมุนเวียนและปั๊มความร้อน การนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นอาจช่วยให้ยุโรปผ่านฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง แต่ทางออกถาวรของการพึ่งพาก๊าซคือการลดความต้องการใช้ก๊าซ โดยเฉพาะในภาคอาคารและระบบทำความร้อน
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดว่าปั๊มความร้อนจะช่วยลดความต้องการก๊าซเพื่อทำความร้อนอาคารในยุโรปได้อย่างน้อย 21,000 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2030
ศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่า หากเปลี่ยนหม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวน 30 ล้านเครื่อง หรือราว 35% ของทั้งหมดเป็นปั๊มความร้อน จะลดการใช้ก๊าซและน้ำมันในอาคารเหล่านั้นได้ 36%
มูลนิธิ European Climate Foundation ระบุว่า การติดตั้งปั๊มความร้อน 60 ล้านเครื่องภายในปี 2030 อาจลดความต้องการก๊าซในอาคารของ EU ได้ 40% เมื่อเทียบกับปี 2022 และลดค่าใช้จ่ายนำเข้าพลังงานได้ 60,000 ล้านยูโร
ระบบทำความร้อนสะอาดที่มีอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงปั๊มความร้อน ระบบทำความร้อนรวมศูนย์ และพลังงานแสงอาทิตย์ความร้อน ช่วยทดแทนการนำเข้าก๊าซได้ราว 42.5 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และตัวเลขนี้อาจเพิ่มเป็น 74.6 พันล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2030
อุปสรรคคือการติดตั้งยังไม่เร็วพอ สมาคมปั๊มความร้อนแห่งยุโรปเตือนว่าเป้าหมาย 60 ล้านเครื่องกำลังมีความเสี่ยง โดยอัตราการติดตั้งในปัจจุบันอาจทำให้ยุโรปมีปั๊มความร้อนประมาณ 45 ล้านเครื่องในปี 2030 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย และจำเป็นต้องเร่งอัตราการติดตั้งอย่างมากเพื่อให้ทันแผน
สรุป ยุโรปกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวปี 2026/27 ด้วยคลังสำรองก๊าซที่บางที่สุดในรอบ 15 ปี ขณะเดียวกันช่องแคบฮอร์มุซยังจำกัดอุปทาน LNG ทั่วโลก และผู้ซื้อเอเชียกำลังกลับมาแย่งชิงเที่ยวเรือกับยุโรป
ความเสี่ยงระยะสั้นคือราคาที่พุ่งขึ้นและตลาดที่ตึงตัว ส่วนความหวังในระยะกลางอยู่ที่อุปทาน LNG ใหม่จากสหรัฐฯ ในช่วงปลายทศวรรษนี้ แต่ในระยะยาว ความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรปจะขึ้นอยู่กับความเร็วในการขยายพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพอาคาร และการติดตั้งปั๊มความร้อนเพื่อลดความต้องการก๊าซอย่างเป็นระบบ
irishtimes.com
Europe risks starting winter with gas stocks at 15-year low
อย่างไรก็ตาม คณะทำงานของ EU ระบุว่า การเติมคลังสำรองให้ได้ 80% ก็เพียงพอที่จะช่วยรับประกันอุปทานสำหรับฤดูหนาว ดังนั้น ตัวเลขที่ต่ำไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการขาดแคลนทันที แต่สะท้อนว่า “พื้นที่กันชน” สำหรับรับมือสภาพอากาศหนาวจัดหรือเหตุขัดข้องใหม่ ๆ มีน้อยลง
Wood Mackenzie มองเป็น “การขาดดุลเชิงโครงสร้าง” Wood Mackenzie ระบุว่าวิกฤตครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงแรงกระแทกชั่วคราวจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง แต่เป็น การขาดดุลเชิงโครงสร้าง ของตลาดก๊าซยุโรป
แรงกดดันสำคัญกำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน 3 ด้าน ได้แก่
คลังสำรองต่ำเป็นประวัติการณ์ เมื่อรวมกับการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาก๊าซตลาดจรสูงกว่าจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายนมากกว่า 50%
ความต้องการ LNG ในเอเชียฟื้นตัว ทำให้ก๊าซเที่ยวเรือที่สามารถเปลี่ยนปลายทางได้ถูกดึงออกจากตลาดยุโรป
สินค้าคงคลังที่ต่ำ อาจทำให้ราคาก๊าซอยู่ในระดับสูงตลอดฤดูหนาวปี 2026/27
บริษัทที่ปรึกษารายนี้มองว่าตลาดก๊าซยุโรปมีอุปทานไม่เพียงพออยู่แล้ว หลังการสูญเสียก๊าซทางท่อจากรัสเซีย วิกฤตฮอร์มุซจึงเข้ามาซ้ำเติมภาวะขาดดุลเดิมให้รุนแรงขึ้น
ช่องแคบฮอร์มุซกระทบ LNG ทั่วโลกอย่างไร ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญระหว่างอิหร่านกับโอมาน ถูกปิดกั้นในทางปฏิบัตินับตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 หลังสงครามอิหร่านปะทุขึ้น
ผลกระทบต่อก๊าซธรรมชาติและ LNG มีความชัดเจนในหลายด้าน
โดยปกติ LNG ของโลกประมาณ 20% ต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้ แต่กระแสดังกล่าวถูกระงับไปเกือบทั้งหมด
การโจมตีของอิหร่านทำให้กำลังส่งออก LNG ของกาตาร์ที่โรงงาน Ras Laffan หายไปประมาณ 17%
ดัชนีราคาก๊าซธรรมชาติของธนาคารโลกเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าในเดือนมีนาคม 2026
สัญญาซื้อขายล่วงหน้า TTF ซึ่งเป็นราคามาตรฐานก๊าซของยุโรป ขยับขึ้นแตะ 14.80 ดอลลาร์ต่อ MMBtu ในช่วงปลายเดือนเมษายน
Shell ประเมินว่าการค้า LNG ทั่วโลกจะ ทรงตัวในปี 2026 เนื่องจากอุปทานประมาณหนึ่งในห้าของรายเดือนถูกปิดกั้นนับตั้งแต่เดือนมีนาคม
ราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดในวิกฤตปี 2022 และตลาดยังสามารถชดเชยบางส่วนได้จากการเพิ่มการผลิตของสหรัฐฯ และผู้ผลิตนอกตะวันออกกลาง โดยในเดือนมิถุนายน อุปทาน LNG ทั่วโลกยังเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้เส้นทางฮอร์มุซจะยังถูกรบกวน
ยุโรปต้องแย่ง LNG กับผู้ซื้อเอเชีย วิกฤตฮอร์มุซกำลังเปลี่ยนตลาด LNG ให้กลายเป็นการแข่งขันประมูลระหว่างยุโรปกับเอเชีย โดยเฉพาะสำหรับเที่ยวเรือที่สามารถเปลี่ยนจุดหมายปลายทางได้อย่างยืดหยุ่น
ความต้องการ LNG ในเอเชียกำลังฟื้นตัว ขณะที่ส่วนต่างราคาที่ผู้ซื้อเอเชียยอมจ่ายเหนือราคายุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมาก จึงมีแรงจูงใจให้ผู้ขายส่งมอบสินค้าไปยังเอเชียแทน
ประเทศในเอเชียใต้ซึ่งพึ่งพา LNG จากกาตาร์สูง กำลังหาปริมาณก๊าซมาทดแทนได้ยากมาก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง โดยราคา LNG ตลาดจรในภูมิภาคพุ่งเกิน 20 ดอลลาร์ต่อ MMBtu
สำหรับยุโรป นั่นหมายถึงการต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อดึงเที่ยวเรือเข้ามาเติมคลังสำรองในช่วงที่เวลาสำหรับการเตรียมฤดูหนาวเหลือน้อยลง Wood Mackenzie จึงมองว่าคลังสำรองยุโรปที่ต่ำและความต้องการเอเชียที่ฟื้นตัวจะทำให้ตลาด LNG โลกตึงตัวอย่างมากตลอดฤดูหนาว
อุปทานใหม่อาจช่วยคลายวิกฤตได้เมื่อใด ในระยะยาว ตลาดอาจเริ่มผ่อนคลายจากอุปทาน LNG ระลอกใหม่ โดยเฉพาะโครงการจากสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะทยอยเข้าสู่ตลาดในช่วงปลายทศวรรษ 2020
ประมาณการพื้นฐานของ Wood Mackenzie ระบุว่า ราคาก๊าซที่ซื้อขายในยุโรปอาจลดลงเกือบครึ่งภายในปี 2030 เหลือค่าเฉลี่ยราว 24 ยูโรต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือประมาณ 8 ดอลลาร์ต่อ MMBtu Shell คาดว่าการค้า LNG ทั่วโลกจะกลับมาเติบโตได้ในปี 2027 หากการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซคลี่คลาย
แต่การปรับสมดุลของตลาดยังมีเงื่อนไขสำคัญ นั่นคือช่องแคบต้องกลับมาเปิดใช้งาน หากการปิดกั้นยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปี 2026 Wood Mackenzie เตือนว่าอุปทานน้ำมันและ LNG ที่ขาดแคลนอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยแบบไม่รุนแรงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
ทางออกระยะยาว: พลังงานหมุนเวียนและปั๊มความร้อน การนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นอาจช่วยให้ยุโรปผ่านฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง แต่ทางออกถาวรของการพึ่งพาก๊าซคือการลดความต้องการใช้ก๊าซ โดยเฉพาะในภาคอาคารและระบบทำความร้อน
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดว่าปั๊มความร้อนจะช่วยลดความต้องการก๊าซเพื่อทำความร้อนอาคารในยุโรปได้อย่างน้อย 21,000 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2030
ศูนย์วิจัยร่วมของคณะกรรมาธิการยุโรปประเมินว่า หากเปลี่ยนหม้อไอน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวน 30 ล้านเครื่อง หรือราว 35% ของทั้งหมดเป็นปั๊มความร้อน จะลดการใช้ก๊าซและน้ำมันในอาคารเหล่านั้นได้ 36%
มูลนิธิ European Climate Foundation ระบุว่า การติดตั้งปั๊มความร้อน 60 ล้านเครื่องภายในปี 2030 อาจลดความต้องการก๊าซในอาคารของ EU ได้ 40% เมื่อเทียบกับปี 2022 และลดค่าใช้จ่ายนำเข้าพลังงานได้ 60,000 ล้านยูโร
ระบบทำความร้อนสะอาดที่มีอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงปั๊มความร้อน ระบบทำความร้อนรวมศูนย์ และพลังงานแสงอาทิตย์ความร้อน ช่วยทดแทนการนำเข้าก๊าซได้ราว 42.5 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และตัวเลขนี้อาจเพิ่มเป็น 74.6 พันล้านลูกบาศก์เมตรภายในปี 2030
อุปสรรคคือการติดตั้งยังไม่เร็วพอ สมาคมปั๊มความร้อนแห่งยุโรปเตือนว่าเป้าหมาย 60 ล้านเครื่องกำลังมีความเสี่ยง โดยอัตราการติดตั้งในปัจจุบันอาจทำให้ยุโรปมีปั๊มความร้อนประมาณ 45 ล้านเครื่องในปี 2030 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมาย และจำเป็นต้องเร่งอัตราการติดตั้งอย่างมากเพื่อให้ทันแผน
สรุป ยุโรปกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวปี 2026/27 ด้วยคลังสำรองก๊าซที่บางที่สุดในรอบ 15 ปี ขณะเดียวกันช่องแคบฮอร์มุซยังจำกัดอุปทาน LNG ทั่วโลก และผู้ซื้อเอเชียกำลังกลับมาแย่งชิงเที่ยวเรือกับยุโรป
ความเสี่ยงระยะสั้นคือราคาที่พุ่งขึ้นและตลาดที่ตึงตัว ส่วนความหวังในระยะกลางอยู่ที่อุปทาน LNG ใหม่จากสหรัฐฯ ในช่วงปลายทศวรรษนี้ แต่ในระยะยาว ความมั่นคงด้านพลังงานของยุโรปจะขึ้นอยู่กับความเร็วในการขยายพลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพอาคาร และการติดตั้งปั๊มความร้อนเพื่อลดความต้องการก๊าซอย่างเป็นระบบ
irishtimes.com
Europe risks starting winter with gas stocks at 15-year low