กล้องหลักของ iPhone 18 Pro คาดว่าจะมาพร้อมระบบรูรับแสงแบบปรับได้จริง (Variable Aperture) เป็นครั้งแรกของ iPhone โดยมีต้นทุนชิ้นส่วนสูงกว่าระบบรูรับแสงคงที่รุ่นปัจจุบันประมาณ 50% [1][34] Sunny Optical ได้รับคำสั่งซื้อชิ้นส่วนเลนส์รูรับแสงปรับได้ในสัดส่วนประมาณ 40–50% และการผลิตแอคชูเอเตอร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ส่งสัญญา...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the anticipated variable aperture lens upgrade coming to the iPhone 18 Pro and iPhone 18 Pro Max, including its production status, c. Article summary: Here is a comprehensive breakdown of the reported variable aperture lens upgrade coming to the iPhone 18 Pro and iPhone 18 Pro Max, based on the latest available reports.. Topic tags: general, general web, user generated. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "The first website specialized in iPhone and iPad news, offering comprehensive coverage of the latest Apple smart devices and apps, along with everything that matters to you in the" source context "iPhone 18 Pro Camera with Variable Aperture Enters Production | Phonegram" Reference image 2: visual subject "From Phonegram: Six camera lenses showing different apert
เป็นเวลาหลายปีที่ Apple ใช้รูรับแสงคงที่ใน iPhone ระดับ Pro ตั้งแต่ iPhone 14 Pro ที่เปิดตัวกล้องหลัก 48MP มาจนถึง iPhone 17 Pro รุ่นล่าสุด การครองตำแหน่งด้วยรูรับแสง f/1.78 เดียวมายาวนานนี้กำลังจะสิ้นสุดลงใน iPhone 18 Pro รุ่นใหม่
นักวิเคราะห์ซัพพลายเชน Ming-Chi Kuo ได้ส่งสัญญาณถึงการอัปเกรดรูรับแสงแบบปรับได้ (Variable Aperture) ครั้งแรกในช่วงปลายปี 2024 และมีรายงานหลายแห่งยืนยันตรงกันว่าฟีเจอร์นี้จะมาพร้อมกับทั้ง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ซึ่งแตกต่างจากเลนส์คงที่ในปัจจุบัน ระบบรูรับแสงปรับได้จะปรับขนาดของช่องเปิดเลนส์ได้จริง เพื่อควบคุมปริมาณแสงที่เข้าสู่เซนเซอร์ คล้ายกับม่านปรับรูรับแสงของเลนส์กล้อง DSLR หรือกล้อง Mirrorless
กล้องหลักใน iPhone Pro รุ่นปัจจุบันทำงานด้วยรูรับแสงคงที่ที่ f/1.78 เซนเซอร์จะรับแสงที่ผ่านเข้ามาได้จากช่องเปิดขนาดตายตัวที่ไม่สามารถปรับได้นี้เท่านั้น ในขณะที่รูรับแสงแบบปรับได้จะมาพร้อมไดอะแฟรมเชิงกลที่สามารถกางออกกว้างขึ้นในที่แสงน้อยเพื่อดึงแสงเข้ามามากขึ้น (ช่วยลดสัญญาณรบกวนและการพึ่งพาการประมวลผลภาพหนักๆ) หรือหรี่เล็กลงในที่แสงจ้าเพื่อเพิ่มความคมชัดและป้องกันภาพสว่างเกินไป
สำหรับการถ่ายภาพ การเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์นี้มีนัยสำคัญที่เป็นรูปธรรมหลายประการ: รูรับแสงที่กว้างขึ้นในสภาพแสงน้อยสามารถเก็บแสงได้มากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้คุณภาพของภาพในที่แสงน้อยดีขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่ม ISO หรือประมวลผลภาพมากเกินไป; รูรับแสงที่แคบลงในเวลากลางวันสามารถให้ระยะชัดลึกที่มากขึ้น ทำให้ฉากส่วนใหญ่อยู่ในโฟกัส ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากด้วยเลนส์คงที่ที่เปิดกว้างตลอดเวลา; และเนื่องจากรูรับแสงควบคุมระยะชัดลึกได้จริง จึงทำให้เกิดภาพเบลอฉากหลังที่เป็นธรรมชาติ หรือ โบเก้ ซึ่งเกิดจากระบบออพติคอลล้วนๆ ไม่ใช่เอฟเฟกต์ภาพบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์
กิจกรรมการผลิตได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ตามรายงานของ ETNews ในช่วงกลางเดือนเมษายน 2026 ผู้ผลิตอุปกรณ์ออพติคอลสัญชาติจีน Sunny Optical ได้เริ่มผลิตแอคชูเอเตอร์ (Actuators) ซึ่งเป็นกลไกที่จำเป็นสำหรับระบบรูรับแสงนี้แล้ว ในขณะที่ LG Innotek ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักในการผลิตชุดโมดูลกล้องของ Apple กำลังติดตั้งอุปกรณ์เพื่อเตรียมการประกอบโมดูลเต็มรูปแบบซึ่งคาดว่าจะเริ่มประมาณเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคม 2026
ข้อมูลจากการตรวจสอบซัพพลายเชนของ Ming-Chi Kuo แสดงให้เห็นว่า Sunny Optical ได้รับส่วนแบ่งคำสั่งซื้อประมาณ 40–50% สำหรับระบบเลนส์รูรับแสงปรับได้นี้ ทำให้กลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์รายใหญ่จากการอัปเกรดกล้องนี้ ควบคู่ไปกับ Largan Precision ซัพพลายเออร์เลนส์หลักรายเดิมของ Apple
ความซับซ้อนเชิงกลของระบบรูรับแสงปรับได้มาพร้อมกับต้นทุนที่สูงขึ้น Kuo รายงานว่าเลนส์ใหม่นี้มีราคาขายเฉลี่ย (Average Selling Price) สูงกว่าระบบเลนส์ 7P (ชิ้นเลนส์พลาสติกเจ็ดชิ้น) ระดับไฮเอนด์ที่ Apple ใช้อยู่ในปัจจุบันประมาณ 50% การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเลนส์ถึง 50% ในหนึ่งในชิ้นส่วนที่แพงที่สุดของระบบกล้อง iPhone อาจสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนวัตถุดิบ (Bill of Materials) สำหรับ iPhone 18 Pro แม้ว่า Apple อาจรับภาระต้นทุนเองหรือส่งต่อให้ผู้บริโภคเพียงบางส่วน ซึ่งราคาขายปลีกสุดท้ายยังไม่เป็นที่เปิดเผย
กล้องหลักคาดว่าจะยังคงใช้เซนเซอร์ 48MP แต่มาพร้อมฮาร์ดแวร์รูรับแสงปรับได้เป็นครั้งแรก รายงานจากหลายสำนักบรรยายถึงการจัดวางกล้องหลังสามตัวที่เราคุ้นเคยกันดี: เลนส์หลัก 48MP รูรับแสงปรับได้, เลนส์ Ultra-Wide 48MP และเลนส์ Periscope Telephoto 48MP ที่สามารถซูมออพติคอลได้ประมาณ 4–5 เท่า
ส่วนกล้องหน้านั้นคาดว่าจะมีความละเอียด 18MP (เท่ากับรุ่นปัจจุบัน) หรืออาจเป็น 24MP ขึ้นอยู่กับว่ากระแสข่าวลือใดแม่นยำกว่า
ผู้ปล่อยข่าวใน Weibo ที่ใช้ชื่อว่า "Digital Chat Station" ได้อธิบายถึงแผนงานกล้องระยะยาวออกเป็นสี่ส่วนที่ Apple กำลังพิจารณาอยู่ โดยระบบรูรับแสงปรับได้เป็นก้าวแรกที่จะเปิดตัวใน iPhone 18 Pro การอัปเกรดอีกสามส่วนที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่:
การอัปเกรดเหล่านี้ถูกอธิบายว่าเป็นความเป็นไปได้ในอนาคตมากกว่าที่จะเป็นสเปกคอนเฟิร์มของ iPhone 18 Pro และไทม์ไลน์ของมันยังไม่ชัดเจนนอกเหนือไปจากการเปิดตัวระบบรูรับแสงปรับได้
โดยปกติแล้ว Apple จะเปิดตัว iPhone Pro รุ่นใหม่ในเดือนกันยายน และทั้งการรายงานซัพพลายเชนและไทม์ไลน์จากผู้ปล่อยข่าวต่างก็ชี้ไปที่การมาถึงของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในกรอบเวลาเดียวกันของปี 2026 แม้ว่าการยืนยันอย่างเป็นทางการจะมาจากงาน Keynote ของ Apple เท่านั้น แต่การผสมผสานกันระหว่างการผลิตชิ้นส่วนที่ดำเนินอยู่ แหล่งข่าวจากนักวิเคราะห์ที่สอดคล้องกัน และรายงานข่าวลือที่ยืนยันตรงกันมากมาย แนะนำว่านี่เป็นหนึ่งในการอัปเกรดกล้อง iPhone ที่จับต้องได้มากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมา
สำหรับช่างภาพที่ใช้ iPhone การเปลี่ยนแปลงจากรูรับแสงคงที่ไปเป็นแบบปรับได้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์ที่มีความหมายอย่างมาก: ประสิทธิภาพในที่แสงน้อยที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น การควบคุมระยะชัดลึกเชิงสร้างสรรค์ที่ละเอียดขึ้น และระบบกล้องที่ทำงานได้ใกล้เคียงกับกล้องแบบเฉพาะทางมากขึ้นเมื่อสถานการณ์ต้องการ
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
กล้องหลักของ iPhone 18 Pro คาดว่าจะมาพร้อมระบบรูรับแสงแบบปรับได้จริง (Variable Aperture) เป็นครั้งแรกของ iPhone โดยมีต้นทุนชิ้นส่วนสูงกว่าระบบรูรับแสงคงที่รุ่นปัจจุบันประมาณ 50% [1][34]
กล้องหลักของ iPhone 18 Pro คาดว่าจะมาพร้อมระบบรูรับแสงแบบปรับได้จริง (Variable Aperture) เป็นครั้งแรกของ iPhone โดยมีต้นทุนชิ้นส่วนสูงกว่าระบบรูรับแสงคงที่รุ่นปัจจุบันประมาณ 50% [1][34] Sunny Optical ได้รับคำสั่งซื้อชิ้นส่วนเลนส์รูรับแสงปรับได้ในสัดส่วนประมาณ 40–50% และการผลิตแอคชูเอเตอร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ส่งสัญญาณว่าฟีเจอร์นี้มีแนวโน้มสูงที่จะเปิดตัวในเดือนกันยายน 2026 [5][32]
เทคโนโลยีรูรับแสงปรับได้จะช่วยให้ iPhone ควบคุมระยะชัดลึกและประสิทธิภาพในที่แสงน้อยได้อย่างแท้จริงในเชิงออพติคอล ซึ่งเหนือกว่าเอฟเฟกต์ภาพบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียว [6][7]