การลงทุนนี้จะดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงปี 2031 และต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นช่วงที่ Pinterest สร้างระบบบน AWS ตั้งแต่เริ่มต้น
ปัจจุบัน Pinterest มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 600 ล้านคนทั่วโลก บริษัทจึงต้องใช้กำลังประมวลผลจำนวนมากเพื่อจัดการภาพ ไอเดีย และสัญญาณความสนใจของผู้ใช้ โดยในปี 2021 Pinterest เริ่มย้ายงานบางส่วนไปยังอินสแตนซ์ Amazon EC2 ที่ใช้ชิป Graviton เพื่อปรับปรุงความคุ้มค่าด้านราคาและประสิทธิภาพ ดีลครั้งใหม่นับเป็นการขยายแนวทางดังกล่าวในระดับที่ใหญ่กว่ามาก
หัวใจสำคัญของข้อตกลงคือการใช้ชิปที่ Amazon ออกแบบเอง โดยแต่ละรุ่นมีหน้าที่แตกต่างกัน
แมตต์ มาดริกัล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Pinterest กล่าวว่า ความร่วมมือที่ขยายตัวช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นด้านกำลังประมวลผล มีทางเลือกด้านฮาร์ดแวร์ และมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเร่งวิสัยทัศน์ด้าน AI สำหรับการค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยภาพในยุคถัดไป
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น Pinterest กำลังลงทุนกับ “เครื่องยนต์หลังบ้าน” เพื่อให้ระบบสามารถมองเห็นและตีความภาพได้ดีขึ้น คาดเดาสิ่งที่ผู้ใช้อาจสนใจได้แม่นยำขึ้น และเชื่อมต่อจากแรงบันดาลใจไปสู่การค้นหาสินค้าได้รวดเร็วกว่าเดิม
หลังประกาศดีล หุ้น Pinterest ปรับตัวขึ้นประมาณ 6% ในวันที่ 4 มิถุนายน ขณะที่หุ้น Amazon เพิ่มขึ้นราว 1.5% และระหว่างการซื้อขายขึ้นไปแตะระดับ 255.83 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บางแหล่งรายงานว่าหุ้น Pinterest ปิดหรือเคลื่อนไหวในช่วงท้ายตลาดเพิ่มขึ้น 4.2% ความแตกต่างนี้สะท้อนความผันผวนระหว่างวัน โดยภาพรวมตัวเลขที่รายงานอยู่ในช่วงประมาณ 4–6%
การตอบรับดังกล่าวสะท้อนมุมมองของตลาดว่า เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานกำลังกลายเป็นอาวุธสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจโซเชียลมีเดีย ก่อนหน้านี้ Pinterest เคยทำสัญญาผูกพันใช้ AWS มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์ในปี 2017 และต่อมามีภาระผูกพันมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ถึงปี 2029 การขยับมาเป็น 4 พันล้านดอลลาร์จึงแสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายเพื่อ AI กำลังเร่งตัวขึ้น
ดีลนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Pinterest ต้องเผชิญแรงกดดันจากแพลตฟอร์มขนาดใหญ่กว่าอย่างชัดเจน ประสบการณ์การค้นหาไอเดียด้วยภาพซึ่งเคยเป็นจุดเด่นเฉพาะตัวของ Pinterest ถูกนำไปพัฒนาในแพลตฟอร์มอื่นมากขึ้น ทั้ง Instagram Reels, TikTok และ YouTube Shorts ต่างลงทุนกับการค้นหาด้วยภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI และคอนเทนต์ที่ซื้อสินค้าได้ ส่งผลให้ความแตกต่างของ Pinterest ลดลง
ในเดือนพฤษภาคม 2026 หุ้น Pinterest ร่วงลง 6% หลังนักวิเคราะห์กังวลว่าเครื่องมือค้นหาด้วยภาพของคู่แข่งรายใหญ่กำลังพัฒนาแซงหน้าความสามารถของบริษัท เมื่อมองย้อนหลัง 5 ปี หุ้น Pinterest ลดลงถึง 68% และทำผลงานแย่กว่า Meta และ Snap ในช่วงเวลาเดียวกัน
Pinterest จึงวาง AI ไว้ตรงกลางของกลยุทธ์อย่างเป็นทางการ ในการประชุมรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 ผู้บริหารระบุเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างประสบการณ์ค้นหา ค้นพบ และช้อปปิงด้วยภาพที่แตกต่างจากคู่แข่ง การนำ AI มาใช้กับประสบการณ์ผู้ใช้ แพลตฟอร์มโฆษณา และการดำเนินงานภายใน รวมถึงการเร่งการเติบโตระยะยาว
บริษัทระบุด้วยว่า Pinterest มีจำนวนผู้ใช้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักติดต่อกัน 10 ไตรมาส โดยเชื่อมโยงการเติบโตดังกล่าวกับการลงทุนหลายปีใน AI การปรับเฉพาะบุคคล และเทคโนโลยี Taste Graph ซึ่งรวบรวมสัญญาณด้านรสนิยมและความตั้งใจทางภาพของผู้ใช้
ความสัมพันธ์ระหว่าง AWS กับ Pinterest ไม่ใช่ความร่วมมือที่เพิ่งเริ่มต้น Pinterest ซึ่งก่อตั้งในปี 2010 สร้างโครงสร้างพื้นฐานบน AWS ตั้งแต่วันแรก และทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันปรับแต่งดาต้าเลกขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ทำงานอยู่บนคลาวด์ของ Amazon
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือยังพัฒนาไปสู่โครงการด้านเทคนิคอื่น ๆ เช่น ระบบควบคุมการเข้าถึงข้อมูลแบบละเอียดโดยใช้ Amazon S3 Access Points และการย้ายงานหลักไปยังอินสแตนซ์ Graviton อย่างต่อเนื่องถึงปี 2024 ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและการใช้พลังงานของโครงสร้างพื้นฐาน
ดีลมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ทำให้ความสัมพันธ์ที่เดิมอาจดูเหมือนการใช้บริการคลาวด์ทั่วไป กลายเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านชิปอย่างเต็มตัว Pinterest กำลังเดิมพันว่าชิป Trainium และ Graviton ของ Amazon จะช่วยให้บริษัทควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ เมื่อเทียบกับโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ GPU สำหรับงานทั่วไปซึ่งมีราคาแพงกว่า
คำตอบยังไม่ชัดเจน แม้ Pinterest จะมีจุดแข็งจากการเป็นแพลตฟอร์มค้นพบไอเดียและช้อปปิงที่อาศัยสัญญาณความตั้งใจของผู้ใช้จากการบันทึกและปักหมุดภาพหลายพันล้านรายการ แต่การมีข้อมูลจำนวนมากเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าบริษัทจะเอาชนะคู่แข่งได้
Pinterest ยังมีขนาดเล็กกว่า Meta อย่างมาก โดยแหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่า Pinterest มีผู้ใช้ 619 ล้านคน เทียบกับผู้ใช้มากกว่า 3 พันล้านคนของ Meta นั่นหมายความว่าบริษัทต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานและความสามารถด้าน AI อย่างมีประสิทธิภาพเกือบทุกขั้นตอน เพื่อรักษาพื้นที่ของตัวเองท่ามกลางคู่แข่งที่มีทั้งเงินทุน ฐานผู้ใช้ และข้อมูลจำนวนมหาศาล
การผูกพันเงิน 4 พันล้านดอลลาร์กับ AWS จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ให้รองรับผู้ใช้ แต่คือการเดิมพันว่าคอมพิวเตอร์ ชิป และ AI จะช่วยให้ Pinterest กลับมาสร้างความแตกต่างในโลกที่ TikTok, Meta และ YouTube ต่างก็เข้ามาแย่งชิงประสบการณ์การค้นพบด้วยภาพแล้ว
การลงทุนนี้จะดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ประกาศจนถึงปี 2031 และต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองบริษัทที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นช่วงที่ Pinterest สร้างระบบบน AWS ตั้งแต่เริ่มต้น
ปัจจุบัน Pinterest มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 600 ล้านคนทั่วโลก บริษัทจึงต้องใช้กำลังประมวลผลจำนวนมากเพื่อจัดการภาพ ไอเดีย และสัญญาณความสนใจของผู้ใช้ โดยในปี 2021 Pinterest เริ่มย้ายงานบางส่วนไปยังอินสแตนซ์ Amazon EC2 ที่ใช้ชิป Graviton เพื่อปรับปรุงความคุ้มค่าด้านราคาและประสิทธิภาพ ดีลครั้งใหม่นับเป็นการขยายแนวทางดังกล่าวในระดับที่ใหญ่กว่ามาก
หัวใจสำคัญของข้อตกลงคือการใช้ชิปที่ Amazon ออกแบบเอง โดยแต่ละรุ่นมีหน้าที่แตกต่างกัน
แมตต์ มาดริกัล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Pinterest กล่าวว่า ความร่วมมือที่ขยายตัวช่วยให้บริษัทมีความยืดหยุ่นด้านกำลังประมวลผล มีทางเลือกด้านฮาร์ดแวร์ และมีโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อเร่งวิสัยทัศน์ด้าน AI สำหรับการค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยภาพในยุคถัดไป
พูดให้เข้าใจง่ายขึ้น Pinterest กำลังลงทุนกับ “เครื่องยนต์หลังบ้าน” เพื่อให้ระบบสามารถมองเห็นและตีความภาพได้ดีขึ้น คาดเดาสิ่งที่ผู้ใช้อาจสนใจได้แม่นยำขึ้น และเชื่อมต่อจากแรงบันดาลใจไปสู่การค้นหาสินค้าได้รวดเร็วกว่าเดิม
หลังประกาศดีล หุ้น Pinterest ปรับตัวขึ้นประมาณ 6% ในวันที่ 4 มิถุนายน ขณะที่หุ้น Amazon เพิ่มขึ้นราว 1.5% และระหว่างการซื้อขายขึ้นไปแตะระดับ 255.83 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม บางแหล่งรายงานว่าหุ้น Pinterest ปิดหรือเคลื่อนไหวในช่วงท้ายตลาดเพิ่มขึ้น 4.2% ความแตกต่างนี้สะท้อนความผันผวนระหว่างวัน โดยภาพรวมตัวเลขที่รายงานอยู่ในช่วงประมาณ 4–6%
การตอบรับดังกล่าวสะท้อนมุมมองของตลาดว่า เงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานกำลังกลายเป็นอาวุธสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจโซเชียลมีเดีย ก่อนหน้านี้ Pinterest เคยทำสัญญาผูกพันใช้ AWS มูลค่า 750 ล้านดอลลาร์ในปี 2017 และต่อมามีภาระผูกพันมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ถึงปี 2029 การขยับมาเป็น 4 พันล้านดอลลาร์จึงแสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายเพื่อ AI กำลังเร่งตัวขึ้น
ดีลนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Pinterest ต้องเผชิญแรงกดดันจากแพลตฟอร์มขนาดใหญ่กว่าอย่างชัดเจน ประสบการณ์การค้นหาไอเดียด้วยภาพซึ่งเคยเป็นจุดเด่นเฉพาะตัวของ Pinterest ถูกนำไปพัฒนาในแพลตฟอร์มอื่นมากขึ้น ทั้ง Instagram Reels, TikTok และ YouTube Shorts ต่างลงทุนกับการค้นหาด้วยภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI และคอนเทนต์ที่ซื้อสินค้าได้ ส่งผลให้ความแตกต่างของ Pinterest ลดลง
ในเดือนพฤษภาคม 2026 หุ้น Pinterest ร่วงลง 6% หลังนักวิเคราะห์กังวลว่าเครื่องมือค้นหาด้วยภาพของคู่แข่งรายใหญ่กำลังพัฒนาแซงหน้าความสามารถของบริษัท เมื่อมองย้อนหลัง 5 ปี หุ้น Pinterest ลดลงถึง 68% และทำผลงานแย่กว่า Meta และ Snap ในช่วงเวลาเดียวกัน
Pinterest จึงวาง AI ไว้ตรงกลางของกลยุทธ์อย่างเป็นทางการ ในการประชุมรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 ผู้บริหารระบุเป้าหมายหลัก 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างประสบการณ์ค้นหา ค้นพบ และช้อปปิงด้วยภาพที่แตกต่างจากคู่แข่ง การนำ AI มาใช้กับประสบการณ์ผู้ใช้ แพลตฟอร์มโฆษณา และการดำเนินงานภายใน รวมถึงการเร่งการเติบโตระยะยาว
บริษัทระบุด้วยว่า Pinterest มีจำนวนผู้ใช้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลักติดต่อกัน 10 ไตรมาส โดยเชื่อมโยงการเติบโตดังกล่าวกับการลงทุนหลายปีใน AI การปรับเฉพาะบุคคล และเทคโนโลยี Taste Graph ซึ่งรวบรวมสัญญาณด้านรสนิยมและความตั้งใจทางภาพของผู้ใช้
ความสัมพันธ์ระหว่าง AWS กับ Pinterest ไม่ใช่ความร่วมมือที่เพิ่งเริ่มต้น Pinterest ซึ่งก่อตั้งในปี 2010 สร้างโครงสร้างพื้นฐานบน AWS ตั้งแต่วันแรก และทั้งสองบริษัทได้ร่วมกันปรับแต่งดาต้าเลกขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ทำงานอยู่บนคลาวด์ของ Amazon
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความร่วมมือยังพัฒนาไปสู่โครงการด้านเทคนิคอื่น ๆ เช่น ระบบควบคุมการเข้าถึงข้อมูลแบบละเอียดโดยใช้ Amazon S3 Access Points และการย้ายงานหลักไปยังอินสแตนซ์ Graviton อย่างต่อเนื่องถึงปี 2024 ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและการใช้พลังงานของโครงสร้างพื้นฐาน
ดีลมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ทำให้ความสัมพันธ์ที่เดิมอาจดูเหมือนการใช้บริการคลาวด์ทั่วไป กลายเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านชิปอย่างเต็มตัว Pinterest กำลังเดิมพันว่าชิป Trainium และ Graviton ของ Amazon จะช่วยให้บริษัทควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพได้ เมื่อเทียบกับโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ GPU สำหรับงานทั่วไปซึ่งมีราคาแพงกว่า
คำตอบยังไม่ชัดเจน แม้ Pinterest จะมีจุดแข็งจากการเป็นแพลตฟอร์มค้นพบไอเดียและช้อปปิงที่อาศัยสัญญาณความตั้งใจของผู้ใช้จากการบันทึกและปักหมุดภาพหลายพันล้านรายการ แต่การมีข้อมูลจำนวนมากเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าบริษัทจะเอาชนะคู่แข่งได้
Pinterest ยังมีขนาดเล็กกว่า Meta อย่างมาก โดยแหล่งข้อมูลหนึ่งระบุว่า Pinterest มีผู้ใช้ 619 ล้านคน เทียบกับผู้ใช้มากกว่า 3 พันล้านคนของ Meta นั่นหมายความว่าบริษัทต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานและความสามารถด้าน AI อย่างมีประสิทธิภาพเกือบทุกขั้นตอน เพื่อรักษาพื้นที่ของตัวเองท่ามกลางคู่แข่งที่มีทั้งเงินทุน ฐานผู้ใช้ และข้อมูลจำนวนมหาศาล
การผูกพันเงิน 4 พันล้านดอลลาร์กับ AWS จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเซิร์ฟเวอร์ให้รองรับผู้ใช้ แต่คือการเดิมพันว่าคอมพิวเตอร์ ชิป และ AI จะช่วยให้ Pinterest กลับมาสร้างความแตกต่างในโลกที่ TikTok, Meta และ YouTube ต่างก็เข้ามาแย่งชิงประสบการณ์การค้นพบด้วยภาพแล้ว