International Booker Prize มอบให้กับผลงานนวนิยายหรือรวมเรื่องสั้นที่ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษและตีพิมพ์ในสหราชอาณาจักรหรือไอร์แลนด์ โดยเงินรางวัลรวม 50,000 ปอนด์ จะแบ่งเท่า ๆ กันระหว่างผู้เขียนกับผู้แปล
เนื้อเรื่องเกิดขึ้นใน ทศวรรษ 1930 เมื่อไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น
ตัวละครหลักคือ อาโอยามะ จิซึโกะ (Aoyama Chizuko) นักเขียนสาวจากเมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1938 เธอเดินทางมาที่ไต้หวันตามคำเชิญของรัฐบาลอาณานิคมเพื่อร่วมกิจกรรมและบรรยายต่าง ๆ
แต่จิซึโกะไม่ได้สนใจงานพิธีการของรัฐบาลเท่าไรนัก สิ่งที่เธออยากทำจริง ๆ คือการสัมผัสชีวิตของผู้คนบนเกาะและ ชิมอาหารท้องถิ่นให้มากที่สุด
เธอจึงออกเดินทางทั่วไต้หวันพร้อมกับ ล่ามหญิงชาวไต้หวัน ที่ทำหน้าที่ทั้งแปลภาษาและเป็นผู้นำทาง ทั้งสองร่วมกัน:
ระหว่างการเดินทาง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ พัฒนาเป็น ความรักที่ซับซ้อนระหว่างผู้หญิงสองคน ท่ามกลางโครงสร้างอำนาจและความไม่เท่าเทียมของยุคอาณานิคม
หนึ่งในจุดเด่นของ Taiwan Travelogue คือรูปแบบการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนและชาญฉลาด
หนังสือถูกนำเสนอราวกับว่าเป็น
ผู้อ่านจึงเหมือนกำลังอ่าน งานเขียนญี่ปุ่นที่ถูกแปล ทั้งที่จริงแล้ว นี่คือนวนิยายที่ผู้เขียนชาวไต้หวันแต่งขึ้นเป็นภาษาจีน
เมื่อฉบับภาษาอังกฤษออกมาอีกครั้ง จึงกลายเป็นการแปลซ้อนอีกชั้นหนึ่ง ทำให้คำว่า “การแปล” กลายเป็นทั้งโครงสร้างเรื่องและหัวใจของประเด็นทางวรรณกรรม
แม้เรื่องราวจะเต็มไปด้วยรายละเอียดของอาหารและการเดินทาง แต่หลายบทวิจารณ์มองว่านี่คือ นวนิยายหลังอาณานิคม (postcolonial novel) ที่แฝงประเด็นการเมืองและวัฒนธรรม
ผ่านการสำรวจอาหารและวัฒนธรรม ผู้เขียนตั้งคำถามสำคัญ เช่น
ประธานคณะกรรมการตัดสิน นาตาชา บราวน์ (Natasha Brown) ชี้ว่าหนังสือเล่มนี้ตั้งคำถามหลักว่า
“ความรักสามารถเอาชนะความไม่สมดุลของอำนาจได้หรือไม่”
ผู้ชนะ International Booker Prize 2026 ถูกประกาศเมื่อ 19 พฤษภาคม 2026 ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Tate Modern ในกรุงลอนดอน
คณะกรรมการยกย่อง Taiwan Travelogue ว่าเป็น
เงินรางวัลรวม 50,000 ปอนด์ ถูกแบ่งเท่า ๆ กันระหว่างผู้เขียนและผู้แปล ตามธรรมเนียมของรางวัลนี้
ความสำเร็จของ Taiwan Travelogue ไม่ได้อยู่แค่ที่เทคนิคการเล่าเรื่องเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับวรรณกรรมจากไต้หวันและโลกภาษาจีน
นิยายเล่มนี้ผสาน ประวัติศาสตร์ไต้หวัน การเมืองของภาษา และเรื่องราวความรักส่วนบุคคล เข้าด้วยกัน พร้อมท้าทายคำถามสำคัญว่า ใครคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ และเรื่องเล่าจะเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อมันถูก “แปล” ผ่านภาษาและอำนาจที่แตกต่างกัน
สำหรับวงการวรรณกรรมโลก รางวัลครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้ วรรณกรรมภาษาจีนและวรรณกรรมไต้หวันก้าวเข้าสู่เวทีการอ่านระดับสากลอย่างเด่นชัด