Geoff Kendrick ยังคงมุมมองระยะยาวเชิงบวก โดยรักษาเป้าหมาย Bitcoin ที่ 100,000 ดอลลาร์ในช่วงสิ้นปี 2026 และ 500,000 ดอลลาร์ในปี 2030 พร้อมมองว่าการพุ่งขึ้นครั้งล่าสุดอาจเป็นสัญญาณกลับเข้าสู่ “คริปโตซัมเมอร์” [9][10][12] Bitcoin ปรับขึ้นจากราว 62,800 ดอลลาร์ต้นสัปดาห์สู่ประมาณ 76,944 ดอลลาร์ในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นราว 22%...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Standard Chartered Head of Digital Assets Research Geoff Kendrick’s current outlook for Bitcoin— including his characterization of a. Article summary: Kendrick’s current stance is structurally bullish: he says Bitcoin has “turned the tide,” retains Standard Chartered’s $500,000 long-term target for 2030, and still uses $100,000 as the year-end base case—though he has r. Topic tags: general, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
Bitcoin กลับมาสร้างความคึกคักให้ตลาดอีกครั้ง หลังราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจากช่วงประมาณ 62,800 ดอลลาร์ต้นสัปดาห์ สู่ 76,943.90 ดอลลาร์ในวันศุกร์ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 22% ภายในหนึ่งสัปดาห์ และเข้าใกล้ระดับ 80,000 ดอลลาร์ 2330
การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ Geoff Kendrick หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกของ Standard Chartered เปลี่ยนโทนจากระมัดระวังมาเป็นเชิงบวกอย่างชัดเจน โดยระบุว่า Bitcoin “เปลี่ยนทิศแล้ว” และอาจกำลังกลับเข้าสู่ช่วงที่เขาเรียกว่า “คริปโตซัมเมอร์” หรือวัฏจักรขาขึ้นของตลาดคริปโต
ถึงกระนั้น คำว่า “คริปโตซัมเมอร์” ไม่ได้หมายความว่า Bitcoin จะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทุกสัปดาห์ เพราะแรงพุ่งรอบนี้ส่วนหนึ่งมาจากการบังคับซื้อของนักลงทุนที่เดิมพันขาลงผิดทาง ขณะที่ตัวชี้วัดทางเทคนิคก็เริ่มสะท้อนภาวะร้อนแรงเกินไป
Kendrick ยังคงเป้าหมาย Bitcoin ที่ 100,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026 และรักษาเป้าหมายระยะยาวที่ 500,000 ดอลลาร์ภายในปี 2030 แม้ Standard Chartered จะเลื่อนกรอบเวลาของเป้าหมายระยะยาวออกไปอีกสองปีแล้วก็ตาม 710
เขายังกล่าวด้วยว่า นี่เป็นครั้งแรกของปีที่มีความเป็นไปได้ว่าเป้าหมายปลายปีที่ 100,000 ดอลลาร์อาจต่ำเกินไป หากการฟื้นตัวเร่งตัวและ Bitcoin เดินหน้ากลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิม 913
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็น “ประมาณการ” ไม่ใช่การรับประกันราคา เป้าหมาย 100,000 ดอลลาร์ยังต้องอาศัยการปรับขึ้นต่อจากระดับราว 77,000 ดอลลาร์ ขณะที่เป้าหมาย 500,000 ดอลลาร์สะท้อนสมมติฐานการยอมรับ Bitcoin ในช่วงหลายปี ไม่ใช่การคาดการณ์ว่าราคาจะไปถึงระดับดังกล่าวในเร็ว ๆ นี้
Bitcoin เริ่มต้นสัปดาห์ใกล้ระดับ 62,800 ดอลลาร์ ก่อนขึ้นไปแตะประมาณ 76,944 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ทำให้เป็นการปรับขึ้นรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดครั้งหนึ่งในรอบกว่า 3 ปี 2330
แรงหนุนสำคัญหลายด้านเกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่
ดังนั้น การดีดตัวครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากข่าวใดข่าวหนึ่งเพียงลำพัง แต่เป็นผลจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ความคาดหวังด้านกฎระเบียบ ช่องทางลงทุนของสถาบัน และการวางสถานะในตลาดอนุพันธ์ที่เคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน
ข้อมูลที่ Coinglass ถูกนำมาอ้างอิงระบุว่า สถานะชอร์ต Bitcoin มูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ถูกชำระบัญชีภายในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ขณะที่สถานะเดิมพันขาลงในตลาดคริปโตโดยรวมราว 2,700 ล้านดอลลาร์ถูกล้างออก ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคลื่นการชำระบัญชีสถานะชอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีข้อมูลย้อนหลังถึงปี 2021 22
กลไกนี้เรียกว่า short squeeze เมื่อราคาปรับขึ้น นักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจและเปิดสถานะชอร์ตอาจถูกบังคับให้ปิดสถานะด้วยการซื้อ Bitcoin การซื้อดังกล่าวดันราคาให้สูงขึ้นอีก และกระตุ้นให้เกิดการชำระบัญชีสถานะอื่น ๆ ต่อเนื่อง กลายเป็นวงจรเร่งราคาในระยะสั้น
แต่แรงซื้อประเภทนี้มีอายุจำกัด เมื่อสถานะชอร์ตจำนวนมากถูกปิดไปแล้ว ตลาดจะสูญเสียแรงซื้อที่เกิดจากการบังคับซื้อ นักลงทุนจึงต้องดูต่อว่าแรงซื้อ Bitcoin ในตลาดสปอตและเงินทุนใหม่จากสถาบันจะเข้ามาทดแทนได้มากเพียงใด
การเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม 2023 เน้นที่ความเร็วของการฟื้นตัวและการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงแบบฉับพลันเป็นหลัก Bitcoin ยังมีการดีดตัวรายวันครั้งใหญ่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งถูกระบุว่าเป็นการปรับขึ้นรายวันที่แรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2023 และการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ล่าสุดก็แข็งแกร่งที่สุดในรอบกว่า 3 ปี 2324
อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบดังกล่าวไม่ได้แปลว่าสภาพเศรษฐกิจมหภาคในสองช่วงเวลาเหมือนกันทั้งหมด การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแนวโน้มที่ยั่งยืน หรืออาจเป็นเพียงแรงกดดันจากการวางสถานะที่สะสมอยู่ก่อนหน้า
คำตอบจะเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อแรงซื้อจากการล้างสถานะชอร์ตหมดลง หาก Bitcoin ยังสามารถยืนอยู่ในกรอบราคาใหม่ได้ ก็จะช่วยสนับสนุนว่าการกลับตัวครั้งนี้มีฐานจากอุปสงค์จริง ไม่ใช่เพียงแรงบีบให้ซื้อคืนชั่วคราว
เหตุผลระยะยาวของ Kendrick ผูกอยู่กับการขยายตัวของการมีส่วนร่วมจากนักลงทุนสถาบัน Standard Chartered เริ่มทำวิจัยสินทรัพย์คริปโตโดยเฉพาะเพื่อตอบรับความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสถาบันต่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อขายในตลาดสาธารณะ โดยมี Kendrick เป็นผู้นำทีม 3
มุมมองดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่การซื้อ Bitcoin โดยตรง แต่ยังเชื่อมโยงกับการเติบโตของสินทรัพย์ที่ถูกแปลงให้อยู่บนบล็อกเชน หรือ tokenized assets และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ใช้บล็อกเชน งานวิจัยของ Standard Chartered ระบุเป้าหมาย Bitcoin ที่ 500,000 ดอลลาร์ และ Ethereum ที่ 40,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2030 7
กองทุน Bitcoin ETF แบบสปอตก็เป็นส่วนหนึ่งของช่องทางสถาบันนี้ ความสำคัญของ ETF ไม่ได้อยู่ที่ปริมาณเงินไหลเข้าในวันใดวันหนึ่งเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การทำให้ผู้ลงทุนแบบดั้งเดิมเข้าถึง Bitcoin ผ่านผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลได้ง่ายขึ้น ซึ่งอาจช่วยขยายฐานผู้ถือครองในระยะยาว 1213
กล่าวอีกอย่างคือ เป้า 500,000 ดอลลาร์ของ Kendrick ต้องอาศัยการยอมรับที่เดินหน้าต่อหลังแรงเก็งกำไรจากการพุ่งขึ้นครั้งล่าสุดจบลง
ข้อโต้แย้งสำคัญต่อมุมมองขาขึ้นคือ Bitcoin ปรับขึ้นเร็วและไกลเกินไปในเวลาอันสั้น การวิเคราะห์ทางเทคนิคหนึ่งระบุว่า RSI รายวันขึ้นไปถึง 84.45 และราคาปิดเหนือเส้นบนของ Bollinger Bands ซึ่งเป็นภาวะที่สะท้อนโมเมนตัมรุนแรง แต่ก็เพิ่มความเป็นไปได้ของการย่อตัวกลับสู่ค่าเฉลี่ยอย่างรวดเร็ว 31
สัญญาณ overbought ไม่ได้ยืนยันว่าราคาทำจุดสูงสุดแล้ว เพราะดัชนีดังกล่าวสามารถอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องได้ระหว่างแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง อีกทั้งตัวชี้วัดทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าการปรับขึ้นจะสิ้นสุดเมื่อใด
อย่างไรก็ตาม RSI ที่สูงมากและการปิดเหนือกรอบ Bollinger Bands สนับสนุนมุมมองว่าความผันผวนอาจเพิ่มขึ้น และ Bitcoin อาจต้องพักฐานก่อนจะเดินหน้าขึ้นอย่างยั่งยืน
มุมมองที่ระมัดระวังมากกว่าประเมินแนวต้านระยะสั้นไว้ราว 85,000–90,000 ดอลลาร์ หรือมองว่า Bitcoin อาจปิดปีใกล้ 75,000 ดอลลาร์ สถานการณ์เหล่านี้เป็นการคาดการณ์สำหรับรอบการซื้อขายถัดไป ไม่ได้หักล้างโดยตรงกับเป้าหมาย 500,000 ดอลลาร์ในปี 2030 แต่สะท้อนว่าการเดินทางของราคาอาจผันผวนกว่าคำว่า “คริปโตซัมเมอร์” ที่ฟังดูราบรื่น
มุมมองของ Kendrick แบ่งได้เป็น 3 ระดับ
บทสรุปคือ “คริปโตซัมเมอร์” เป็นคำอธิบายของ Kendrick ต่อความเป็นไปได้ที่ตลาดกำลังเปลี่ยนระบอบหรือเปลี่ยนแนวโน้ม ไม่ใช่คำรับรองว่า Bitcoin จะขึ้นทุกสัปดาห์
บททดสอบในทันทีคือ เมื่อแรงซื้อจากการบังคับปิดสถานะลดลงแล้ว จะมีอุปสงค์จริงจากตลาดสปอตและนักลงทุนสถาบันมากพอที่จะพยุง Bitcoin ให้อยู่ในระดับใหม่หรือไม่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Geoff Kendrick ยังคงมุมมองระยะยาวเชิงบวก โดยรักษาเป้าหมาย Bitcoin ที่ 100,000 ดอลลาร์ในช่วงสิ้นปี 2026 และ 500,000 ดอลลาร์ในปี 2030 พร้อมมองว่าการพุ่งขึ้นครั้งล่าสุดอาจเป็นสัญญาณกลับเข้าสู่ “คริปโตซัมเมอร์” [9][10][12]
Geoff Kendrick ยังคงมุมมองระยะยาวเชิงบวก โดยรักษาเป้าหมาย Bitcoin ที่ 100,000 ดอลลาร์ในช่วงสิ้นปี 2026 และ 500,000 ดอลลาร์ในปี 2030 พร้อมมองว่าการพุ่งขึ้นครั้งล่าสุดอาจเป็นสัญญาณกลับเข้าสู่ “คริปโตซัมเมอร์” [9][10][12] Bitcoin ปรับขึ้นจากราว 62,800 ดอลลาร์ต้นสัปดาห์สู่ประมาณ 76,944 ดอลลาร์ในวันศุกร์ เพิ่มขึ้นราว 22% ต่อสัปดาห์ จากแรงหนุนของบอนด์ยีลด์ที่ลดลง มุมมองต่อนโยบายคริปโตที่ดีขึ้น และการล้างสถานะชอร์ตจำนวนมาก [23][30]
อย่างไรก็ตาม แรงซื้อจากการบังคับปิดสถานะอาจเริ่มหมดลง นักลงทุนจึงต้องจับตาว่าความต้องการซื้อ Bitcoin จริงจากตลาดสปอตและนักลงทุนสถาบันจะเข้ามารับช่วงต่อได้หรือไม่