ในอังกฤษและยุโรป อุปกรณ์นี้จะขายผ่านร้านของ Sony และร้านค้าออนไลน์ รวมถึง Amazon ตามรายงานของ Engadget ราคาที่มีรายงานคือ £199 ในอังกฤษ และ €229 ในยุโรป
จุดขายที่ Sony ดันชัดที่สุดคือพลังทำความเย็นเพิ่มขึ้นสูงสุด 20% เมื่อเทียบกับ REON POCKET PRO รุ่นก่อนหน้า โดยอาศัยอัลกอริทึมทำความเย็นใหม่ ระบบระบายความร้อนที่ออกแบบใหม่ และสายคล้องคอ Adaptive Hold Design ที่ทำมาเพื่อให้เกาะคอได้มั่นคงขึ้น
ไลน์ REON ใช้หลัก Peltier effect หรือการย้ายความร้อนด้วยโมดูลเทอร์โมอิเล็กทริก รายงานระบุว่ามีแผ่นโลหะทำความเย็นแนบกับร่างกายและดึงความร้อนออกจากบริเวณที่สัมผัส สำหรับ REON POCKET PRO รุ่นก่อน Sony ระบุว่าตัวเครื่องติดอยู่โดยตรงบริเวณฐานคอ และสามารถทำให้ส่วนของร่างกายที่สัมผัสกับอุปกรณ์เย็นหรืออุ่นได้
แนวคิดของสินค้ากลุ่มนี้จึงไม่ใช่การถือพัดลมเป่าหน้า แต่เป็นการทำให้อุณหภูมิที่จุดสัมผัสเปลี่ยนไปโดยตรง Sony เคยระบุว่า REON POCKET PRO ถูกออกแบบให้สังเกตเห็นได้ยากเมื่อใส่ไว้ใต้เสื้อ และเหมาะกับการใช้งานในบริบทการทำงาน ส่วนรายงานของรุ่น Plus ก็ชี้ว่าดีไซน์ถูกปรับให้ซ่อนใต้เสื้อได้ง่ายขึ้น
ข้อมูลจากแหล่งที่มีอยู่พูดถึงการวางจำหน่ายในอังกฤษและยุโรปเป็นหลัก จึงยังไม่ควรเหมารวมว่ารุ่นนี้จะเปิดขายในทุกภูมิภาคทันที
ตัวเลขที่จับต้องได้ที่สุดคือ Sony ระบุว่า REON POCKET PRO Plus เพิ่มพลังทำความเย็นสูงสุด 20% เมื่อเทียบกับ REON POCKET PRO รายงานเชื่อมโยงการเพิ่มขึ้นนี้กับอัลกอริทึมทำความเย็นใหม่และระบบระบายความร้อนที่ออกแบบใหม่ ขณะที่เอกสารของ Sony ใช้คำว่า improved cooling efficiency และ evolved cooling algorithm
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ทำให้พื้นที่รอบตัวเย็นเหมือนแอร์บ้าน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการสัมผัสโดยตรงที่ฐานคอและสภาพแวดล้อมรอบผู้ใช้ ถ้าคาดหวังให้มันแทนเครื่องปรับอากาศทั้งห้อง คงผิดโจทย์ แต่ถ้าต้องการอุปกรณ์ช่วยปรับความรู้สึกเย็นเฉพาะตัวระหว่างเดินทาง เดิน หรืออยู่ในออฟฟิศ แนวคิดของสินค้านี้จะตรงกว่า
โหมด Smart Cool ยังเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ใช้งาน Sony อธิบายไว้ในหน้าของ REON POCKET PRO ว่าโหมดนี้ปรับอุณหภูมิทำความเย็นอัตโนมัติตามกิจกรรมของผู้ใช้และสภาพอุณหภูมิที่เซ็นเซอร์ในตัวตรวจพบ เพื่อให้การทำความเย็นต่อเนื่องขึ้นเมื่อผู้ใช้ย้ายไปมาระหว่างพื้นที่ที่อุณหภูมิต่างกันมาก
สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องวางอยู่หลังคอ ความมั่นคงสำคัญพอ ๆ กับความเย็น Sony ระบุว่า Pro Plus มาพร้อมสายคล้องคอ Adaptive Hold Design ที่พัฒนาขึ้นใหม่ และพาดหัวข่าวประชาสัมพันธ์ของบริษัทก็เน้นเรื่องความมั่นคงที่ดีขึ้น รายงานอิสระยังระบุว่า Sony ปรับดีไซน์สายคล้องคอซึ่งทำหน้าที่ตรึงตัวเครื่องไว้กับที่
เหตุผลที่จุดนี้สำคัญคือ ตัวเครื่องหลักไม่ได้ถืออยู่ในมือ แต่สัมผัสอยู่บริเวณหลังส่วนบนหรือฐานคอ ถ้าขยับแล้วหลุดจากตำแหน่ง ความเย็นแบบสัมผัสก็อาจไม่ต่อเนื่อง แหล่งข้อมูลที่มีสนับสนุนคำกล่าวของ Sony ว่าฟิตได้มั่นคงขึ้น แต่ยังไม่มีตัวเลขทดสอบอิสระเชิงแล็บเรื่องความสบายหรือความนิ่งของสายคล้องคอ
REON POCKET PRO Plus มีรายงานว่าแบตเตอรี่อยู่ได้สูงสุด 10 ชั่วโมง แต่แหล่งข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุว่า 10 ชั่วโมงนี้วัดในโหมดใด ระดับความเย็นเท่าไร หรือเป็นการใช้งานแบบเย็น/อุ่นผสมกันหรือไม่ ดังนั้นควรมองเป็นตัวเลขสูงสุดที่อ้างถึง มากกว่าจะเป็นคำมั่นว่าเย็นต่อเนื่องทั้งวันในทุกสถานการณ์
ส่วนเรื่องเซ็นเซอร์ยังต้องระวัง Sony ระบุไว้สำหรับ REON POCKET PRO ว่าโหมด Smart Cool ใช้เซ็นเซอร์ในตัวตรวจจับกิจกรรมของผู้ใช้และสภาพอุณหภูมิรอบตัวเพื่อปรับความเย็นอัตโนมัติ แต่จากแหล่งข้อมูลที่ให้มา ยังไม่มีข้อมูลที่ระบุชุดเซ็นเซอร์ใหม่ของ Pro Plus หรือวัดการอัปเกรดเซ็นเซอร์เป็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน สรุปที่ปลอดภัยที่สุดคือ ระบบตรวจจับอัตโนมัติยังเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ REON แต่ฮาร์ดแวร์เซ็นเซอร์ใหม่ของรุ่น Plus ยังไม่ยืนยันจากหลักฐานที่มี
Sony ค่อย ๆ พัฒนา REON จากไอเดียทำความเย็นแบบสวมใส่เฉพาะกลุ่ม ไปสู่ไลน์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคที่ขยายตลาดมากขึ้น:
ภาพรวมจึงชัดว่า Sony ไม่ได้สร้างหมวดสินค้าใหม่ทั้งหมดในรุ่น Plus แต่กำลังขัดเกลาสูตรของ REON POCKET PRO ให้เย็นขึ้น ใส่แน่นขึ้น และพร้อมวางจำหน่ายในอังกฤษกับยุโรปมากขึ้น
REON POCKET PRO Plus เหมาะกับคนที่ต้องการอุปกรณ์ทำความเย็นส่วนตัวแบบสวมคอที่ดูแนบเนียนกว่าอุปกรณ์ถือมือ และเข้าใจว่ามันทำงานผ่านจุดสัมผัสบนร่างกาย ไม่ใช่เปลี่ยนพื้นที่รอบตัวให้เย็นเหมือนแอร์ในห้อง
จุดแข็งที่ยืนยันได้จากข้อมูลปัจจุบันคือ การวางจำหน่ายในอังกฤษ/ยุโรป ราคาเปิดตัวที่มีรายงาน £199/€229 พลังทำความเย็นเพิ่มสูงสุด 20% สายคล้องคอ Adaptive Hold และแบตเตอรี่ที่มีรายงานว่าสูงสุด 10 ชั่วโมง
จุดที่ยังต้องรอข้อมูลเพิ่มคือเซ็นเซอร์ รุ่น Pro เดิมมี Smart Cool ที่ใช้เซ็นเซอร์ในตัวอยู่แล้ว แต่หลักฐานที่มีตอนนี้ยังไม่ยืนยันการอัปเกรดเซ็นเซอร์เฉพาะของ REON POCKET PRO Plus
Comments
0 comments