ในทางปฏิบัติ Sony จึงวางเส้นที่ชัดเจนที่สุดไว้กับองค์ประกอบที่กำหนดเอกลักษณ์ของเกม ได้แก่ บท ตัวละคร น้ำเสียง และการเล่าเรื่อง ส่วนกระบวนการทางเทคนิคที่ใช้สร้างประสบการณ์เหล่านี้ยังเปิดให้ทดลองใช้ AI ได้มากกว่า
Sony ระบุถึงการใช้งาน AI ในหลายด้าน เช่น
ตัวอย่างที่ Totoki ยกขึ้นมาคือ งานแอนิเมชันที่ใช้แรงงานมาก เช่น การทำให้เส้นผมของตัวละครเคลื่อนไหว งานลักษณะนี้อาจกินเวลาไม่น้อย ทั้งที่ไม่ได้เป็นการตัดสินใจเชิงศิลป์หลักของฉาก หาก AI ช่วยเร่งหรือลดขั้นตอนดังกล่าว นักพัฒนาก็อาจมีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับการกำกับการแสดง การจัดองค์ประกอบภาพ และการตัดสินใจสร้างสรรค์ที่สำคัญกว่า
PlayStation ยังเคยพูดถึงเครื่องมือภายในชื่อ Mockingbird ซึ่งใช้ข้อมูลจากการจับการแสดงเพื่อช่วยสร้างแอนิเมชันตัวละครได้รวดเร็วขึ้น เครื่องมือนี้ถูกนำเสนอในฐานะวิธีลดความติดขัดของกระบวนการผลิต ไม่ใช่การแทนที่คนที่กำหนดทิศทางของงาน
เหตุผลเชิงกลยุทธ์ของ Sony คือ หากลดเวลาและต้นทุนของงานประจำลงได้ สตูดิโอก็อาจมีโอกาสทำโครงการที่ทะเยอทะยานมากขึ้น บริษัทมองว่า AI ควรช่วยขยายสิ่งที่สตูดิโอทำได้ เร่งการพัฒนา และสนับสนุนประสบการณ์ที่ดีขึ้นสำหรับผู้เล่น ไม่ใช่ตัดศิลปินออกจากกระบวนการ
จุดยืนของ Sony มีส่วนที่สอดคล้องกับ Capcom ทั้งสองบริษัทมองว่า AI มีประโยชน์ต่อประสิทธิภาพการทำงานภายใน แต่ไม่ควรถูกใช้แทนที่งานสร้างสรรค์ของมนุษย์
อย่างไรก็ตาม Capcom ระบุจุดยืนที่เข้มงวดกว่าในส่วนของเนื้อหาเกมที่เสร็จสมบูรณ์ โดยบริษัทกล่าวว่าจะไม่นำสื่อที่สร้างโดย Generative AI ไปใส่ไว้ในเกมโดยตรง แต่ยังคงศึกษาการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านกราฟิก เสียง และการเขียนโปรแกรม
ส่วนแนวทางที่ Sony เปิดเผยต่อสาธารณะนั้น เน้นห้าม AI เขียนเรื่องราวของแฟรนไชส์สำคัญที่มนุษย์สร้างขึ้น ขณะที่การใช้ AI ช่วยงานแอนิเมชัน การผลิต 3D การทดสอบคุณภาพ และกระบวนการที่เกี่ยวข้องยังมีพื้นที่ให้ดำเนินการมากกว่า
สรุปความแตกต่างได้ดังนี้
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเกมใช้ AI หรือไม่ แต่คือ AI ถูกใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลังบ้าน หรือถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ศิลปะที่ผู้เล่นซื้อและเล่น
เสียงตอบรับต่อ Vapor World: Over the Mind แสดงให้เห็นความเสี่ยงเมื่อ AI ก้าวข้ามเส้นดังกล่าว เกมนี้ถูกผู้เล่นวิจารณ์เรื่องคัตซีนและเสียงพากย์ที่สร้างโดย AI ก่อนที่ ALIVE Inc. ผู้พัฒนาจะประกาศนำคัตซีนที่สร้างด้วย AI ออก และแทนที่ด้วยเนื้อหาต้นฉบับ
กรณีนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้เล่นปฏิเสธการใช้ AI ในการพัฒนาเกมทุกกรณี แต่แสดงให้เห็นว่า ผู้เล่นอาจไม่พอใจเมื่อผลงานจาก AI มองเห็นได้ชัดเจน ไม่เข้ากับสไตล์ของเกม หรือถูกมองว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีแทนงานฝีมือของทีมพัฒนา
แม้ทีมงานจะตรวจสอบผลงานก่อนนำไปใช้ การตรวจสอบโดยมนุษย์ก็อาจไม่เพียงพอ หากเนื้อหาสุดท้ายยังดูหรือฟังเหมือนทางลัดที่ลดทอนคุณภาพลง ปฏิกิริยานี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใด Sony จึงพยายามแยกคำว่า “การช่วยเหลือ” ออกจาก “การเป็นผู้สร้าง”
AI ที่ช่วยเร่งกระบวนการทางเทคนิคอาจเป็นที่ยอมรับ หากผลงานสุดท้ายยังผ่านมาตรฐานและทิศทางสร้างสรรค์ของสตูดิโอ แต่บทสนทนาที่เขียนโดย AI การแสดงที่สร้างโดย AI หรือคัตซีนที่มีลักษณะประดิษฐ์ชัดเจน ย่อมก่อให้เกิดคำถามอีกชุดเกี่ยวกับคุณภาพ ความเป็นเจ้าของ และคุณค่าของแรงงานมนุษย์ที่อยู่เบื้องหลังแฟรนไชส์
กลยุทธ์ด้าน AI ของ Sony กำลังเดินหน้าในช่วงที่บริษัทต้องรับมือกับแรงกดดันด้านต้นทุนและการดำเนินงาน Totoki ระบุว่า Sony ยังไม่ได้กำหนดวันวางจำหน่าย PlayStation 6 เนื่องจากการขาดแคลนชิ้นส่วน ต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่สูงขึ้น และความไม่แน่นอนจากการค้าโลกทำให้การวางแผนซับซ้อนขึ้น
Sony ยังส่งสัญญาณว่าจะไม่รับภาระต้นทุนชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด ด้วยการขายฮาร์ดแวร์ขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ในบริบทนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาเกมจึงมีความน่าสนใจในเชิงธุรกิจ เพราะอาจช่วยให้สตูดิโอควบคุมเวลาและต้นทุนได้ดีขึ้น ระหว่างที่บริษัทบริหารช่วงปลายวงจรของ PS5 และวางแผนแพลตฟอร์มถัดไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความเกินหลักฐานที่มีอยู่ ข้อมูลปัจจุบันไม่ได้ชี้ว่า นโยบาย AI เป็นทางแก้โดยตรงต่อทุกปัญหาของ PlayStation หรือเชื่อมโยง AI เข้ากับโครงการใดโครงการหนึ่งที่ประสบปัญหาโดยเฉพาะ ข้อสรุปที่รองรับได้ชัดเจนกว่าคือ Sony กำลังมองหาประสิทธิภาพในการผลิต ขณะเดียวกันก็พยายามปกป้องการเล่าเรื่องที่มนุษย์สร้างและความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ของแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าสูงที่สุด
จุดยืนปัจจุบันของ Sony ชี้ว่า อนาคตอาจมี AI อยู่ในสายการผลิตเกมโดยที่ AI ไม่ได้กลายเป็นผู้สร้างตัวตนของเกมอย่างเปิดเผยต่อผู้เล่น
บททดสอบสำคัญจะอยู่ที่การลงมือทำ หาก AI ช่วยทีมจัดการงานซ้ำซาก ขณะที่นักเขียน ศิลปิน นักแอนิเมชัน และผู้กำกับยังมีอำนาจตัดสินใจอย่างแท้จริง คำอธิบายของ Sony ที่ว่า AI เป็น “เครื่องขยายจินตนาการ” ก็อาจได้รับความเชื่อถือ
แต่หากผลงานที่สร้างโดย AI ปรากฏในเกมสำเร็จรูปในลักษณะทางลัดที่เห็นได้ชัด กระแสต่อต้านจาก Vapor World ก็เป็นสัญญาณว่า ผู้เล่นพร้อมตัดสินคุณภาพอย่างเข้มงวด
ดังนั้น Sony ไม่ได้สัญญาว่า PlayStation จะปราศจาก AI แต่กำลังสัญญาสิ่งที่เฉพาะเจาะจงกว่านั้น นั่นคือ การผลิตที่มี AI ช่วย เรื่องราวที่นำโดยมนุษย์ และความรับผิดชอบด้านความคิดสร้างสรรค์ยังอยู่กับคนทำเกม ความแตกต่างนี้เอง ไม่ใช่แค่คำถามว่าใช้ AI หรือไม่ จะเป็นตัวกำหนดว่าผู้เล่นจะยอมรับนโยบายของ Sony มากเพียงใด