ระบบมี GPU Nvidia H200 มากกว่า 1,500 ชิป และให้กำลังประมวลผลสูงสุด 115 เพตาฟลอปส์ หรือมากกว่า 100 ล้านล้านล้านการคำนวณต่อวินาที NSCC ระบุว่า ขีดความสามารถดังกล่าวสูงกว่าพลังประมวลผลรวมของแล็ปท็อป AI ระดับสูงกว่า 120,000 เครื่อง
โครงสร้างพื้นฐานนี้มีเป้าหมายให้ระบบวิจัยสาธารณะของสิงคโปร์เข้าถึงได้ ทั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐบาล และสถาบันวิจัย โดยมีการประเมินว่าชุมชนผู้ใช้อาจครอบคลุมนักวิจัยมากกว่า 9,000 คน ขณะที่ NSCC สนับสนุนผู้ใช้งานที่มีโครงการอยู่แล้วมากกว่า 700 ราย
ASPIRE 2B มีขีดความสามารถราว 4 เท่าของ ASPIRE 2A และ 2A+ รวมกัน ระบบรุ่นก่อนหน้าแสดงให้เห็นแล้วว่าการมีทรัพยากรประมวลผลระดับชาติสามารถลดเวลาการวิจัยที่ซับซ้อนได้อย่างไร
ตัวอย่างเช่น โครงการ Cooling Singapore 2.0 ใช้ ASPIRE 2A เพื่อจำลองแบบจำลองภูมิอากาศได้นานสูงสุด 80 ชั่วโมงภายในเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อมีระบบที่ใหญ่ขึ้น นักวิจัยก็มีโอกาสสร้างแบบจำลองที่มีความละเอียดสูงกว่า ทดลองตัวแปรได้มากขึ้น และทำซ้ำการทดลองได้เร็วขึ้น
ความได้เปรียบนี้สำคัญกับงานที่ไม่ได้พึ่งพาโมเดล AI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องประสานข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้ากับการจำลองตามหลักฟิสิกส์และการทดลองหลายรอบกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ ASPIRE 2B คือการสนับสนุนงานวิจัยภูมิอากาศและการพยากรณ์อากาศที่ใช้ AI ช่วยเสริม แบบจำลองที่ละเอียดขึ้นอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจฝนตกหนัก ความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเล และปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองได้ดีขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนป้องกันชายฝั่งและการพัฒนาเมือง
อย่างไรก็ตาม นี่คือประโยชน์ที่คาดหวังจากกำลังประมวลผล ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันโดยอัตโนมัติ คุณภาพของการพยากรณ์ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูล วิธีการทางวิทยาศาสตร์ การตรวจสอบความถูกต้องของโมเดล และความสามารถของหน่วยงานในการนำผลวิจัยไปใช้งานจริง
งานที่ได้รับการสนับสนุนจาก NSCC ยังครอบคลุมการศึกษาการป้องกันชายฝั่ง และโครงการภาคอุตสาหกรรม เช่น แพลตฟอร์มออกแบบใบจักรเรือโดยใช้ AI ของบริษัท Mencast ซึ่งช่วยให้วิศวกรสำรวจแบบจำลองได้มากกว่า 10,000 แบบภายในเวลาไม่กี่วัน จากเดิมที่กระบวนการหนึ่งสร้างแบบได้ประมาณ 20 แบบในเวลาหลายสัปดาห์
พลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นยังมุ่งสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ ตั้งแต่การคาดการณ์โรคไปจนถึงการฝึกโมเดลทางการแพทย์ โดยอาจช่วยเสริมโครงการ SIMFONI หรือ Singapore Medical Foundation AI Model ซึ่งเป็นโครงการ AI ด้านสาธารณสุขระดับชาติของสิงคโปร์
SIMFONI นำโมเดลพื้นฐานมาปรับให้เข้ากับข้อมูลทางคลินิกและแนวทางการรักษาของสิงคโปร์ เพื่อช่วยแพทย์ตัดสินใจ โดยเฉพาะการดูแลโรคเรื้อรัง แนวทางของโครงการเป็นการช่วยเสริมการทำงาน ไม่ใช่การแทนที่บุคลากรทางการแพทย์ การใช้โมเดลจึงยังต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูล การทดสอบ และผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
ASPIRE 2B ยังเปิดทางให้เกิดการพัฒนา AI ที่สะท้อนภาษาและบริบททางวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ดีขึ้น โครงการอย่าง SEA-LION และ MERaLiON เป็นตัวอย่างการพัฒนาโมเดลภาษาสำหรับภูมิภาค โดย MERaLiON ใช้ทรัพยากรประมวลผลของ NSCC ในการฝึกโมเดล ปรับจูน และทดลองในระดับใหญ่
โครงการนี้เชื่อมโยงกับเงินสนับสนุน S$270 ล้าน จาก National Research Foundation (NRF) ที่ประกาศในปี 2024 เพื่อสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่และเสริมขีดความสามารถด้านการประมวลผลสมรรถนะสูง หรือ HPC ของสิงคโปร์
ประเด็นสำคัญคือเงินลงทุนดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการซื้อฮาร์ดแวร์เท่านั้น NSCC และพันธมิตรยังให้ความสำคัญกับการเปิดให้ผู้วิจัยเข้าถึงระบบ การฝึกอบรม และการสร้างกระบวนการทำงานที่จะเปลี่ยนพลังประมวลผลให้กลายเป็นผลงานวิจัย
รัฐบาลสิงคโปร์เน้นย้ำว่า คอมพิวเตอร์ที่เร็วขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้แบบจำลองภูมิอากาศดีขึ้น การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพขึ้น หรือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมีคุณค่ามากขึ้นโดยอัตโนมัติ
เอกสารด้าน HPC ของ NSCC ระบุแผนเชื่อมต่อ ASPIRE 2B เข้ากับคอมพิวเตอร์ควอนตัม Helios ของ Quantinuum ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
การเชื่อมต่อดังกล่าวอาจสร้างแพลตฟอร์มวิจัยแบบผสมระหว่างการประมวลผลแบบดั้งเดิมกับควอนตัม สำหรับงานอย่างการจำลองโมเลกุลและการวิจัยวัสดุขั้นสูง แต่ควรมองว่าเป็นความสามารถเชิงสำรวจระยะเริ่มต้น ไม่ใช่หลักฐานว่าสิงคโปร์มีความได้เปรียบด้านควอนตัมที่ใช้งานได้จริงแล้ว
ASPIRE 2B ควรถูกมองว่าเป็น โครงสร้างพื้นฐานวิจัยระดับชาติ มากกว่าจะเป็นเพียง “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI” อีกเครื่องหนึ่ง คุณค่าทางยุทธศาสตร์ของมันอยู่ที่การเชื่อมพลังประมวลผลเข้ากับข้อมูลในประเทศ ผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ ปัญหาของภาคอุตสาหกรรม และบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง
หากองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกันได้ สิงคโปร์อาจลดเวลาตั้งแต่การจำลองไปสู่การออกแบบทางวิศวกรรม ปรับปรุงการประเมินความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ พัฒนาโมเดลสุขภาพที่เหมาะกับประชากรในพื้นที่ และขยายการสนับสนุน AI ไปยังภาษาที่ระบบระดับโลกยังเข้าใจได้ไม่ดีนัก นอกจากนี้ยังอาจเป็นสนามทดลองสำหรับ AI แบบเอเจนต์และ Physical AI ที่ต้องใช้กำลังประมวลผลสูงขึ้น
แต่ข้อควรระวังยังคงเหมือนกันในทุกกรณีการใช้งาน: ASPIRE 2B สร้าง “ศักยภาพ” ให้สิงคโปร์ทำงานที่ใหญ่และตรงกับความต้องการมากขึ้น ส่วนคุณภาพและประโยชน์ต่อสังคมของผลลัพธ์จริง จะขึ้นอยู่กับนักวิจัย ข้อมูล มาตรการคุ้มครอง และสถาบันที่อยู่รอบระบบนี้
ระบบมี GPU Nvidia H200 มากกว่า 1,500 ชิป และให้กำลังประมวลผลสูงสุด 115 เพตาฟลอปส์ หรือมากกว่า 100 ล้านล้านล้านการคำนวณต่อวินาที NSCC ระบุว่า ขีดความสามารถดังกล่าวสูงกว่าพลังประมวลผลรวมของแล็ปท็อป AI ระดับสูงกว่า 120,000 เครื่อง
โครงสร้างพื้นฐานนี้มีเป้าหมายให้ระบบวิจัยสาธารณะของสิงคโปร์เข้าถึงได้ ทั้งมหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐบาล และสถาบันวิจัย โดยมีการประเมินว่าชุมชนผู้ใช้อาจครอบคลุมนักวิจัยมากกว่า 9,000 คน ขณะที่ NSCC สนับสนุนผู้ใช้งานที่มีโครงการอยู่แล้วมากกว่า 700 ราย
ASPIRE 2B มีขีดความสามารถราว 4 เท่าของ ASPIRE 2A และ 2A+ รวมกัน ระบบรุ่นก่อนหน้าแสดงให้เห็นแล้วว่าการมีทรัพยากรประมวลผลระดับชาติสามารถลดเวลาการวิจัยที่ซับซ้อนได้อย่างไร
ตัวอย่างเช่น โครงการ Cooling Singapore 2.0 ใช้ ASPIRE 2A เพื่อจำลองแบบจำลองภูมิอากาศได้นานสูงสุด 80 ชั่วโมงภายในเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อมีระบบที่ใหญ่ขึ้น นักวิจัยก็มีโอกาสสร้างแบบจำลองที่มีความละเอียดสูงกว่า ทดลองตัวแปรได้มากขึ้น และทำซ้ำการทดลองได้เร็วขึ้น
ความได้เปรียบนี้สำคัญกับงานที่ไม่ได้พึ่งพาโมเดล AI เพียงอย่างเดียว แต่ต้องประสานข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้ากับการจำลองตามหลักฟิสิกส์และการทดลองหลายรอบกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของ ASPIRE 2B คือการสนับสนุนงานวิจัยภูมิอากาศและการพยากรณ์อากาศที่ใช้ AI ช่วยเสริม แบบจำลองที่ละเอียดขึ้นอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจฝนตกหนัก ความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเล และปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมืองได้ดีขึ้น เพื่อนำไปประกอบการวางแผนป้องกันชายฝั่งและการพัฒนาเมือง
อย่างไรก็ตาม นี่คือประโยชน์ที่คาดหวังจากกำลังประมวลผล ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันโดยอัตโนมัติ คุณภาพของการพยากรณ์ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูล วิธีการทางวิทยาศาสตร์ การตรวจสอบความถูกต้องของโมเดล และความสามารถของหน่วยงานในการนำผลวิจัยไปใช้งานจริง
งานที่ได้รับการสนับสนุนจาก NSCC ยังครอบคลุมการศึกษาการป้องกันชายฝั่ง และโครงการภาคอุตสาหกรรม เช่น แพลตฟอร์มออกแบบใบจักรเรือโดยใช้ AI ของบริษัท Mencast ซึ่งช่วยให้วิศวกรสำรวจแบบจำลองได้มากกว่า 10,000 แบบภายในเวลาไม่กี่วัน จากเดิมที่กระบวนการหนึ่งสร้างแบบได้ประมาณ 20 แบบในเวลาหลายสัปดาห์
พลังประมวลผลที่เพิ่มขึ้นยังมุ่งสนับสนุนการวิจัยสุขภาพ ตั้งแต่การคาดการณ์โรคไปจนถึงการฝึกโมเดลทางการแพทย์ โดยอาจช่วยเสริมโครงการ SIMFONI หรือ Singapore Medical Foundation AI Model ซึ่งเป็นโครงการ AI ด้านสาธารณสุขระดับชาติของสิงคโปร์
SIMFONI นำโมเดลพื้นฐานมาปรับให้เข้ากับข้อมูลทางคลินิกและแนวทางการรักษาของสิงคโปร์ เพื่อช่วยแพทย์ตัดสินใจ โดยเฉพาะการดูแลโรคเรื้อรัง แนวทางของโครงการเป็นการช่วยเสริมการทำงาน ไม่ใช่การแทนที่บุคลากรทางการแพทย์ การใช้โมเดลจึงยังต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูล การทดสอบ และผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
ASPIRE 2B ยังเปิดทางให้เกิดการพัฒนา AI ที่สะท้อนภาษาและบริบททางวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ดีขึ้น โครงการอย่าง SEA-LION และ MERaLiON เป็นตัวอย่างการพัฒนาโมเดลภาษาสำหรับภูมิภาค โดย MERaLiON ใช้ทรัพยากรประมวลผลของ NSCC ในการฝึกโมเดล ปรับจูน และทดลองในระดับใหญ่
โครงการนี้เชื่อมโยงกับเงินสนับสนุน S$270 ล้าน จาก National Research Foundation (NRF) ที่ประกาศในปี 2024 เพื่อสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่และเสริมขีดความสามารถด้านการประมวลผลสมรรถนะสูง หรือ HPC ของสิงคโปร์
ประเด็นสำคัญคือเงินลงทุนดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการซื้อฮาร์ดแวร์เท่านั้น NSCC และพันธมิตรยังให้ความสำคัญกับการเปิดให้ผู้วิจัยเข้าถึงระบบ การฝึกอบรม และการสร้างกระบวนการทำงานที่จะเปลี่ยนพลังประมวลผลให้กลายเป็นผลงานวิจัย
รัฐบาลสิงคโปร์เน้นย้ำว่า คอมพิวเตอร์ที่เร็วขึ้นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้แบบจำลองภูมิอากาศดีขึ้น การรักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพขึ้น หรือผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมมีคุณค่ามากขึ้นโดยอัตโนมัติ
เอกสารด้าน HPC ของ NSCC ระบุแผนเชื่อมต่อ ASPIRE 2B เข้ากับคอมพิวเตอร์ควอนตัม Helios ของ Quantinuum ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
การเชื่อมต่อดังกล่าวอาจสร้างแพลตฟอร์มวิจัยแบบผสมระหว่างการประมวลผลแบบดั้งเดิมกับควอนตัม สำหรับงานอย่างการจำลองโมเลกุลและการวิจัยวัสดุขั้นสูง แต่ควรมองว่าเป็นความสามารถเชิงสำรวจระยะเริ่มต้น ไม่ใช่หลักฐานว่าสิงคโปร์มีความได้เปรียบด้านควอนตัมที่ใช้งานได้จริงแล้ว
ASPIRE 2B ควรถูกมองว่าเป็น โครงสร้างพื้นฐานวิจัยระดับชาติ มากกว่าจะเป็นเพียง “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI” อีกเครื่องหนึ่ง คุณค่าทางยุทธศาสตร์ของมันอยู่ที่การเชื่อมพลังประมวลผลเข้ากับข้อมูลในประเทศ ผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ ปัญหาของภาคอุตสาหกรรม และบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง
หากองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกันได้ สิงคโปร์อาจลดเวลาตั้งแต่การจำลองไปสู่การออกแบบทางวิศวกรรม ปรับปรุงการประเมินความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ พัฒนาโมเดลสุขภาพที่เหมาะกับประชากรในพื้นที่ และขยายการสนับสนุน AI ไปยังภาษาที่ระบบระดับโลกยังเข้าใจได้ไม่ดีนัก นอกจากนี้ยังอาจเป็นสนามทดลองสำหรับ AI แบบเอเจนต์และ Physical AI ที่ต้องใช้กำลังประมวลผลสูงขึ้น
แต่ข้อควรระวังยังคงเหมือนกันในทุกกรณีการใช้งาน: ASPIRE 2B สร้าง “ศักยภาพ” ให้สิงคโปร์ทำงานที่ใหญ่และตรงกับความต้องการมากขึ้น ส่วนคุณภาพและประโยชน์ต่อสังคมของผลลัพธ์จริง จะขึ้นอยู่กับนักวิจัย ข้อมูล มาตรการคุ้มครอง และสถาบันที่อยู่รอบระบบนี้