AIxAccountancy ครอบคลุมคนในสายบัญชีและการเงินของสิงคโปร์หลายกลุ่ม ทั้งชาวสิงคโปร์และผู้พำนักถาวรที่เข้าเกณฑ์ สมาชิก ISCA รวมถึงนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม การยกเว้นค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการสมัครใช้กับกลุ่มผู้เข้าร่วมที่กำหนดไว้ ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกคนจะมีสิทธิ์โดยอัตโนมัติ ผู้สนใจจึงควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดจาก ISCA ก่อนลงทะเบียน
จุดสำคัญคือหลักสูตรนี้ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับนักวิเคราะห์ข้อมูลหรือทีมเทคโนโลยี แต่ต้องการให้ผู้ทำงานบัญชีและการเงินมีความเข้าใจ AI เพียงพอที่จะนำไปใช้ในงานประจำได้ โดยยังคงรับผิดชอบต่อการตรวจสอบและผลลัพธ์ของงาน
โครงสร้างของ AIxAccountancy เริ่มจากการสร้างทักษะพื้นฐาน ก่อนต่อยอดไปสู่การใช้งานตามบทบาทวิชาชีพ
ระยะแรกแนะนำเครื่องมือ Generative AI ที่ใช้กันทั่วไป เช่น ChatGPT, Claude, Gemini และ Microsoft Copilot พร้อมทักษะสำคัญสำหรับการนำไปใช้ในที่ทำงาน
เนื้อหาหลักครอบคลุม
เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการรู้จักเครื่องมือ แต่คือการรู้ว่าเมื่อใดควรตรวจสอบคำตอบเพิ่มเติม และเมื่อใดไม่ควรนำข้อมูลลับหรือข้อมูลอ่อนไหวไปป้อนให้ AI โดยเฉพาะในงานบัญชีและการเงินที่เกี่ยวข้องกับความถูกต้อง การรักษาความลับ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ระยะที่สองจะเจาะจงการใช้งานในสายบัญชี การเงิน การสอบบัญชี และภาษี ตัวอย่างการใช้งานที่มีการรายงาน ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน การดึงข้อมูลเชิงลึกจากข้อมูลดิบ การสนับสนุนงานสอบบัญชี การค้นหาความเสี่ยงด้านการทุจริต ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการด้านบัญชีและภาษี
โครงสร้างแบบ 2 ระยะทำให้ผู้เรียนค่อย ๆ เดินจากการเข้าใจความสามารถและข้อจำกัดของ AI ทั่วไป ไปสู่การพิจารณาว่า AI จะช่วยงานจริงในกระบวนการทำงานของตนได้ตรงจุดใด
ดังนั้น AIxAccountancy จึงควรถูกมองว่าเป็นโครงการเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ให้ผู้เชี่ยวชาญการเงิน มากกว่าจะเป็นหลักสูตรที่สัญญาว่าจะทำให้การทำบัญชีเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด การตรวจสอบหลักฐาน การใช้ดุลยพินิจทางวิชาชีพ และความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจยังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ โดยเฉพาะงานที่ต้องคำนึงถึงความถูกต้อง ความลับ การตรวจสอบย้อนกลับ และการปฏิบัติตามข้อกำหนด
หลักสูตรจัดในรูปแบบอีเลิร์นนิงออนไลน์ที่ผู้เรียนกำหนดจังหวะการเรียนเองได้ จึงสามารถเรียนควบคู่ไปกับงานประจำและภาระอื่น ๆ ได้ ISCA ระบุว่าเนื้อหามีความยาวประมาณ 30 ชั่วโมง แบ่งเป็นบทเรียนสั้น ๆ ที่เน้นการใช้งานจริง และผู้เรียนจะได้รับชั่วโมงการศึกษาต่อเนื่องทางวิชาชีพ หรือ CPE เมื่อเรียนจบ
ผู้ที่สำเร็จหลักสูตรจะได้รับใบรับรองและป้ายดิจิทัล ซึ่งสามารถนำไปแสดงบน LinkedIn ได้ ป้ายดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนมีหลักฐานที่สื่อสารได้ง่ายว่าผ่านการอบรมด้านความเข้าใจและการใช้ AI อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการระบุว่าเคยทดลองใช้เครื่องมือ AI ด้วยตนเอง
สำหรับนายจ้าง นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นมาตรฐานมากขึ้นในการพูดคุยเรื่องการนำ AI มาใช้ในองค์กร ส่วนพนักงานและนักศึกษาจะได้ทั้งวุฒิบัตรที่มีโครงสร้างชัดเจนและโอกาสนำความรู้ไปต่อยอดกับกระบวนการทำงานด้านการเงินจริง
ทีมบัญชีและการเงินต้องรับมือกับข้อมูลจำนวนมากและกระบวนการทำงานที่อาศัยข้อมูลเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ AI อาจช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สนับสนุนขั้นตอนการทำงาน และค้นหารูปแบบที่น่าสนใจได้ แต่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลและดุลยพินิจของผู้ใช้งาน
ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของ AIxAccountancy จึงเป็นการสร้างความเข้าใจและความคล่องตัวในการใช้ AI ควบคู่กับการใช้งานอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่การผลักดันให้บุคลากรเลือกใช้เครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งเพียงอย่างเดียว ISCA ระบุว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยกระดับศักยภาพด้าน AI ของทั้งวิชาชีพ และช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีความมั่นใจในการนำ AI ไปใช้ให้เกิดความหมายกับงานของตน
ภาคธุรกิจก็แสดงความสนใจเช่นกัน บริษัทบัญชี PKF-CAP ในสิงคโปร์ระบุว่าเพื่อนร่วมงานของบริษัทให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการอย่างมาก สะท้อนว่าบริษัทต่าง ๆ มองเห็นประโยชน์ของการมีช่องทางที่เข้าถึงง่ายสำหรับยกระดับทักษะ AI ขั้นพื้นฐานของทีม
ในระยะยาว แนวทางของโครงการคือเริ่มจากการใช้ AI อย่างปลอดภัยในงานประจำ จากนั้นจึงเรียนรู้วิธีค้นหางานที่เหมาะสมกับ AI ใช้ดุลยพินิจทางวิชาชีพ และอาจต่อยอดไปสู่การช่วยทีมวางแนวทางใช้ AI อย่างรับผิดชอบ ความสำเร็จของเส้นทางนี้จะขึ้นอยู่กับการนำความรู้ไปใช้จริงในองค์กร แต่หลักสูตรถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนพัฒนาการดังกล่าว
AIxAccountancy และหลักสูตรด้านการรายงานความยั่งยืนภายใต้โครงการ SkillsFuture Green Workplace (SFGW) ตอบโจทย์ทักษะคนละด้านกัน
| โครงการ | เนื้อหาหลัก | รูปแบบการเรียนหรือการสนับสนุนค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|
| AIxAccountancy | การใช้ AI ในงานบัญชี การเงิน การสอบบัญชี และภาษีอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ | เรียนฟรีสำหรับกลุ่มผู้เข้าร่วมที่เข้าเกณฑ์ เป็นหลักสูตรออนไลน์และเรียนตามจังหวะของตนเอง |
| หลักสูตร SFGW ด้านการรายงานความยั่งยืน | ความรู้เชิงเทคนิคด้านการรายงานและการรับรองข้อมูลความยั่งยืน โดยสอดคล้องกับ Sustainability Reporting Body of Knowledge | เป็นหลักสูตรแบบแยกโมดูลและสะสมต่อยอดได้ พร้อมเงินอุดหนุนค่าเรียนสูงสุด 90% สำหรับผู้มีสิทธิ์ |
พูดให้เห็นภาพ AIxAccountancy ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญการเงินใช้ AI ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่หลักสูตร SFGW ช่วยให้เข้าใจ จัดทำ หรือรับรองข้อมูลสำหรับรายงานความยั่งยืนและ ESG
ทั้งสองแนวทางสามารถเรียนเสริมกันได้ ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานกับข้อมูลสภาพภูมิอากาศหรือ ESG อาจต้องใช้ทั้งความรู้ด้านการรายงานที่ได้จาก SFGW และทักษะ AI สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลหรือปรับปรุงกระบวนการทำงาน แต่ทั้งสองโครงการไม่ใช่คุณวุฒิหรือหลักสูตรเดียวกัน
AIxAccountancy เปิดเส้นทางให้บุคลากรบัญชีและการเงินของสิงคโปร์เริ่มใช้ AI อย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากพื้นฐาน แล้วจึงต่อยอดไปสู่การใช้งานเฉพาะสายงาน เป้าหมายที่ 60,000 คนภายใน 3 ปีสะท้อนแนวคิดว่าทักษะ AI ไม่ควรจำกัดอยู่แค่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
สิ่งที่ควรจำไว้คือ AI เป็นผู้ช่วยของงานวิชาชีพ ไม่ใช่ผู้แทนที่เข้ามารับผิดชอบแทนมนุษย์ คุณค่าที่ผู้เรียนจะได้รับจึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้ AI ทำงานแทนทั้งหมด แต่อยู่ที่การรู้ว่า AI ช่วยประหยัดเวลาได้ตรงไหน ช่วยวิเคราะห์งานได้อย่างไร และจุดใดที่ต้องให้มนุษย์ตรวจสอบ ใช้ดุลยพินิจ และรับผิดชอบอย่างเต็มที่
AIxAccountancy ครอบคลุมคนในสายบัญชีและการเงินของสิงคโปร์หลายกลุ่ม ทั้งชาวสิงคโปร์และผู้พำนักถาวรที่เข้าเกณฑ์ สมาชิก ISCA รวมถึงนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม การยกเว้นค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขการสมัครใช้กับกลุ่มผู้เข้าร่วมที่กำหนดไว้ ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกคนจะมีสิทธิ์โดยอัตโนมัติ ผู้สนใจจึงควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดจาก ISCA ก่อนลงทะเบียน
จุดสำคัญคือหลักสูตรนี้ไม่ได้ออกแบบมาเฉพาะสำหรับนักวิเคราะห์ข้อมูลหรือทีมเทคโนโลยี แต่ต้องการให้ผู้ทำงานบัญชีและการเงินมีความเข้าใจ AI เพียงพอที่จะนำไปใช้ในงานประจำได้ โดยยังคงรับผิดชอบต่อการตรวจสอบและผลลัพธ์ของงาน
โครงสร้างของ AIxAccountancy เริ่มจากการสร้างทักษะพื้นฐาน ก่อนต่อยอดไปสู่การใช้งานตามบทบาทวิชาชีพ
ระยะแรกแนะนำเครื่องมือ Generative AI ที่ใช้กันทั่วไป เช่น ChatGPT, Claude, Gemini และ Microsoft Copilot พร้อมทักษะสำคัญสำหรับการนำไปใช้ในที่ทำงาน
เนื้อหาหลักครอบคลุม
เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการรู้จักเครื่องมือ แต่คือการรู้ว่าเมื่อใดควรตรวจสอบคำตอบเพิ่มเติม และเมื่อใดไม่ควรนำข้อมูลลับหรือข้อมูลอ่อนไหวไปป้อนให้ AI โดยเฉพาะในงานบัญชีและการเงินที่เกี่ยวข้องกับความถูกต้อง การรักษาความลับ และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ระยะที่สองจะเจาะจงการใช้งานในสายบัญชี การเงิน การสอบบัญชี และภาษี ตัวอย่างการใช้งานที่มีการรายงาน ได้แก่ การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน การดึงข้อมูลเชิงลึกจากข้อมูลดิบ การสนับสนุนงานสอบบัญชี การค้นหาความเสี่ยงด้านการทุจริต ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการด้านบัญชีและภาษี
โครงสร้างแบบ 2 ระยะทำให้ผู้เรียนค่อย ๆ เดินจากการเข้าใจความสามารถและข้อจำกัดของ AI ทั่วไป ไปสู่การพิจารณาว่า AI จะช่วยงานจริงในกระบวนการทำงานของตนได้ตรงจุดใด
ดังนั้น AIxAccountancy จึงควรถูกมองว่าเป็นโครงการเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ให้ผู้เชี่ยวชาญการเงิน มากกว่าจะเป็นหลักสูตรที่สัญญาว่าจะทำให้การทำบัญชีเป็นระบบอัตโนมัติทั้งหมด การตรวจสอบหลักฐาน การใช้ดุลยพินิจทางวิชาชีพ และความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจยังคงเป็นหน้าที่ของมนุษย์ โดยเฉพาะงานที่ต้องคำนึงถึงความถูกต้อง ความลับ การตรวจสอบย้อนกลับ และการปฏิบัติตามข้อกำหนด
หลักสูตรจัดในรูปแบบอีเลิร์นนิงออนไลน์ที่ผู้เรียนกำหนดจังหวะการเรียนเองได้ จึงสามารถเรียนควบคู่ไปกับงานประจำและภาระอื่น ๆ ได้ ISCA ระบุว่าเนื้อหามีความยาวประมาณ 30 ชั่วโมง แบ่งเป็นบทเรียนสั้น ๆ ที่เน้นการใช้งานจริง และผู้เรียนจะได้รับชั่วโมงการศึกษาต่อเนื่องทางวิชาชีพ หรือ CPE เมื่อเรียนจบ
ผู้ที่สำเร็จหลักสูตรจะได้รับใบรับรองและป้ายดิจิทัล ซึ่งสามารถนำไปแสดงบน LinkedIn ได้ ป้ายดังกล่าวช่วยให้ผู้เรียนมีหลักฐานที่สื่อสารได้ง่ายว่าผ่านการอบรมด้านความเข้าใจและการใช้ AI อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงการระบุว่าเคยทดลองใช้เครื่องมือ AI ด้วยตนเอง
สำหรับนายจ้าง นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เป็นมาตรฐานมากขึ้นในการพูดคุยเรื่องการนำ AI มาใช้ในองค์กร ส่วนพนักงานและนักศึกษาจะได้ทั้งวุฒิบัตรที่มีโครงสร้างชัดเจนและโอกาสนำความรู้ไปต่อยอดกับกระบวนการทำงานด้านการเงินจริง
ทีมบัญชีและการเงินต้องรับมือกับข้อมูลจำนวนมากและกระบวนการทำงานที่อาศัยข้อมูลเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ AI อาจช่วยวิเคราะห์ข้อมูล สนับสนุนขั้นตอนการทำงาน และค้นหารูปแบบที่น่าสนใจได้ แต่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของข้อมูลและดุลยพินิจของผู้ใช้งาน
ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของ AIxAccountancy จึงเป็นการสร้างความเข้าใจและความคล่องตัวในการใช้ AI ควบคู่กับการใช้งานอย่างรับผิดชอบ ไม่ใช่การผลักดันให้บุคลากรเลือกใช้เครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งเพียงอย่างเดียว ISCA ระบุว่าโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยกระดับศักยภาพด้าน AI ของทั้งวิชาชีพ และช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีความมั่นใจในการนำ AI ไปใช้ให้เกิดความหมายกับงานของตน
ภาคธุรกิจก็แสดงความสนใจเช่นกัน บริษัทบัญชี PKF-CAP ในสิงคโปร์ระบุว่าเพื่อนร่วมงานของบริษัทให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการอย่างมาก สะท้อนว่าบริษัทต่าง ๆ มองเห็นประโยชน์ของการมีช่องทางที่เข้าถึงง่ายสำหรับยกระดับทักษะ AI ขั้นพื้นฐานของทีม
ในระยะยาว แนวทางของโครงการคือเริ่มจากการใช้ AI อย่างปลอดภัยในงานประจำ จากนั้นจึงเรียนรู้วิธีค้นหางานที่เหมาะสมกับ AI ใช้ดุลยพินิจทางวิชาชีพ และอาจต่อยอดไปสู่การช่วยทีมวางแนวทางใช้ AI อย่างรับผิดชอบ ความสำเร็จของเส้นทางนี้จะขึ้นอยู่กับการนำความรู้ไปใช้จริงในองค์กร แต่หลักสูตรถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนพัฒนาการดังกล่าว
AIxAccountancy และหลักสูตรด้านการรายงานความยั่งยืนภายใต้โครงการ SkillsFuture Green Workplace (SFGW) ตอบโจทย์ทักษะคนละด้านกัน
| โครงการ | เนื้อหาหลัก | รูปแบบการเรียนหรือการสนับสนุนค่าใช้จ่าย |
|---|---|---|
| AIxAccountancy | การใช้ AI ในงานบัญชี การเงิน การสอบบัญชี และภาษีอย่างมีประสิทธิภาพและรับผิดชอบ | เรียนฟรีสำหรับกลุ่มผู้เข้าร่วมที่เข้าเกณฑ์ เป็นหลักสูตรออนไลน์และเรียนตามจังหวะของตนเอง |
| หลักสูตร SFGW ด้านการรายงานความยั่งยืน | ความรู้เชิงเทคนิคด้านการรายงานและการรับรองข้อมูลความยั่งยืน โดยสอดคล้องกับ Sustainability Reporting Body of Knowledge | เป็นหลักสูตรแบบแยกโมดูลและสะสมต่อยอดได้ พร้อมเงินอุดหนุนค่าเรียนสูงสุด 90% สำหรับผู้มีสิทธิ์ |
พูดให้เห็นภาพ AIxAccountancy ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญการเงินใช้ AI ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ขณะที่หลักสูตร SFGW ช่วยให้เข้าใจ จัดทำ หรือรับรองข้อมูลสำหรับรายงานความยั่งยืนและ ESG
ทั้งสองแนวทางสามารถเรียนเสริมกันได้ ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานกับข้อมูลสภาพภูมิอากาศหรือ ESG อาจต้องใช้ทั้งความรู้ด้านการรายงานที่ได้จาก SFGW และทักษะ AI สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลหรือปรับปรุงกระบวนการทำงาน แต่ทั้งสองโครงการไม่ใช่คุณวุฒิหรือหลักสูตรเดียวกัน
AIxAccountancy เปิดเส้นทางให้บุคลากรบัญชีและการเงินของสิงคโปร์เริ่มใช้ AI อย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากพื้นฐาน แล้วจึงต่อยอดไปสู่การใช้งานเฉพาะสายงาน เป้าหมายที่ 60,000 คนภายใน 3 ปีสะท้อนแนวคิดว่าทักษะ AI ไม่ควรจำกัดอยู่แค่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
สิ่งที่ควรจำไว้คือ AI เป็นผู้ช่วยของงานวิชาชีพ ไม่ใช่ผู้แทนที่เข้ามารับผิดชอบแทนมนุษย์ คุณค่าที่ผู้เรียนจะได้รับจึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้ AI ทำงานแทนทั้งหมด แต่อยู่ที่การรู้ว่า AI ช่วยประหยัดเวลาได้ตรงไหน ช่วยวิเคราะห์งานได้อย่างไร และจุดใดที่ต้องให้มนุษย์ตรวจสอบ ใช้ดุลยพินิจ และรับผิดชอบอย่างเต็มที่