นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูลประกันและความคุ้มครองของผลิตภัณฑ์ Galaxy เครื่องอื่นที่เชื่อมโยงกับ Samsung Account เดียวกัน ทำให้ผู้ใช้มองเห็นสถานะการคุ้มครองของอุปกรณ์ในระบบ Galaxy ได้จากจุดเดียว
เงื่อนไขการสมัคร ราคา ค่าเสียหายส่วนแรก ขอบเขตความคุ้มครอง และการให้บริการอาจแตกต่างกันตามประเทศและประเภทแผน ดังนั้นข้อมูลที่แสดงบนเครื่องจึงควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการพิจารณาซ่อมของแต่ละคน
Warranty and care ไม่ได้จำกัดเฉพาะสมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือ ผู้ใช้ยังสามารถดูอุปกรณ์ Galaxy อื่น ๆ ที่ผูกไว้กับ Samsung Account เดียวกันได้จากหน้าเดียว
ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มี Galaxy หลายเครื่องหรือใช้อุปกรณ์ร่วมกันในครอบครัว แต่การแสดงข้อมูลจะขึ้นอยู่กับว่าอุปกรณ์ถูกเชื่อมกับบัญชีอย่างถูกต้อง และฟีเจอร์ดังกล่าวรองรับในตลาดของผู้ใช้หรือไม่
ศูนย์รวมนี้มีเครื่องมือ Diagnostics สำหรับตรวจสอบการทำงานของส่วนต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจส่งซ่อม โดยพื้นที่ตรวจสอบที่มีการรายงานไว้ครอบคลุมแบตเตอรี่ การชาร์จ เซ็นเซอร์ การตอบสนองของหน้าจอสัมผัส และการเชื่อมต่อ
ผลการตรวจอาจช่วยชี้ได้ว่าปัญหาสามารถแก้ด้วยคำแนะนำหรือการตั้งค่าบางอย่างหรือไม่ หรือควรไปต่อด้วยการขอรับบริการซ่อม อย่างไรก็ตาม Diagnostics มีหน้าที่ช่วยจำกัดขอบเขตของปัญหา ไม่ได้ทดแทนการตรวจสอบโดยศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาตในกรณีที่ต้องซ่อมฮาร์ดแวร์
Samsung ยังผนวก Bixby เข้ากับขั้นตอนช่วยเหลือ ผู้ใช้สามารถพิมพ์หรือพูดอธิบายอาการของเครื่องเป็นภาษาธรรมชาติ แทนการค้นหาหมวดปัญหาด้วยตัวเอง
แนวทางการใช้งานจึงเป็นการเดินจาก “อาการที่พบ” ไปสู่ “คำแนะนำที่ควรลอง” จากนั้นจึงขยับไปยังตัวเลือกการซ่อมหากแก้ปัญหาไม่ได้
หากการแก้ปัญหาเบื้องต้นยังไม่สำเร็จ Warranty and care สามารถช่วยให้ผู้ใช้ส่งคำขอหรือจองบริการผ่านช่องทางศูนย์ซ่อมที่ได้รับอนุญาตได้ Samsung ยังระบุถึงบริการช่วยเหลือระยะไกลในประสบการณ์การสนับสนุนโดยรวมด้วย
การวางตัวเลือกเหล่านี้ไว้ใกล้กับข้อมูลประกันและ Samsung Care+ คือจุดเด่นสำคัญของเมนูนี้ เพราะผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำว่าอาการแต่ละแบบต้องติดต่อผ่านแอป เว็บไซต์ หรือช่องทางใด
Samsung ระบุว่าผู้ใช้สามารถนัดหมายพร้อมดูประมาณการค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้ ข้อมูลนี้ช่วยให้ประเมินค่าใช้จ่ายที่อาจต้องจ่ายเอง และนำไปเปรียบเทียบกับความคุ้มครองของ Samsung Care+ ก่อนยืนยันการซ่อม
อย่างไรก็ตาม ราคาประเมินไม่ใช่ราคาสุดท้ายที่ใช้ได้เหมือนกันทุกกรณี ค่าใช้จ่ายและความพร้อมของบริการอาจขึ้นอยู่กับรุ่น อาการเสีย สถานที่ เงื่อนไขความคุ้มครอง และขั้นตอนซ่อมในแต่ละพื้นที่ ประโยชน์หลักของฟีเจอร์นี้คือช่วยให้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าจะใช้สิทธิ์คุ้มครอง จ่ายค่าซ่อมเอง หรือขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม
ลำดับการใช้งานที่ Samsung วางไว้ค่อนข้างตรงไปตรงมา
Samsung เน้นว่างานเหล่านี้ทำได้จากปลายทางเดียวโดยไม่ต้องออกจาก Settings ในทางปฏิบัติ Warranty and care ไม่ได้สร้างรูปแบบประกันใหม่ แต่จัดระเบียบข้อมูลและขั้นตอนช่วยเหลือให้สอดคล้องกับการตัดสินใจที่ผู้ใช้ต้องทำอยู่แล้วเมื่อเครื่องมีปัญหา
ขณะนี้ฟีเจอร์ได้รับการยืนยันบน Galaxy Z Fold8 Ultra, Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Flip8 ซึ่งเป็นกลุ่มอุปกรณ์พับได้ชุดแรกของ One UI 9 ส่วน Galaxy S26 series ถูกคาดหมายว่าเป็นกลุ่มถัดไป และมีรายงานว่าฟีเจอร์ปรากฏในรุ่นเบตาแล้ว แต่ยังไม่มีการประกาศกำหนดการเสถียรที่ยืนยันอย่างเป็นทางการสำหรับทุกเครื่อง
Galaxy รุ่นเรือธงเก่ากว่านี้มีแนวโน้มจะทยอยตามการกระจาย One UI 9 แต่ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ระบุรายชื่ออุปกรณ์ทั้งหมดหรือวันเปิดใช้งาน Warranty and care ที่แน่นอน
สิ่งที่ควรจับตาคือความเท่าเทียมของฟีเจอร์ แม้โทรศัพท์จะได้รับ One UI 9 แล้ว แต่ Samsung อาจปรับเครื่องมือช่วยเหลือตามรุ่น ประเทศ ผู้ให้บริการเครือข่าย สถานะบัญชี หรือโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ซ่อมในพื้นที่ ดังนั้นหลังอัปเดต วิธีตรวจสอบที่แน่นอนที่สุดคือเข้าไปดูเมนู Warranty and care ใน Settings ของเครื่อง แทนการคาดหวังว่าทุกฟีเจอร์จะเปิดให้ใช้พร้อมกันทันที