Samsung ทุ่มงบ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งโรงงานทดสอบเซมิคอนดักเตอร์แห่งแรกในเวียดนาม ที่จังหวัดท้ายเงวียน เริ่มก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2027 โรงงานแห่งนี้จะมุ่งทดสอบชิป 'รุ่นเก่า' หรือ legacy chips (DRAM และ NAND) ซึ่งกำลังขาดแคลนทั่วโลก เนื่องจากผู้ผลิตแห่กันไปผลิตชิปขั้นสูงสำหรั...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Samsung Electronics' $1.5 billion investment plan to build its first semiconductor testing plant in Vietnam, including its location,. Article summary: Here is a full breakdown of Samsung Electronics' $1.5 billion semiconductor testing plant plan in Vietnam, based on a Reuters-exclusive proposal document submitted to Vietnamese authorities in April 2026.. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "Title: [News] Semiconductor Packaging and Testing Capacity Race Intensifies as ASE, Samsung and Amkor Announced New Moves ### **Semiconductor Research**. ### **Display Research**." source context "[News] Semiconductor Packaging and Testing Capacity Race Intensifies as ASE, Samsung and Amkor Announced New Moves" Reference i
Samsung Electronics กำลังเดิมพันครั้งสำคัญด้วยเม็ดเงิน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท) ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของเวียดนาม เพื่อแก้ปัญหาคอขวดที่ทวีความรุนแรงขึ้นเงียบๆ ควบคู่ไปกับกระแสความนิยมในปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากเอกสารข้อเสนอที่ยื่นต่อทางการเวียดนามในเดือนเมษายน 2026 และได้รับการตรวจสอบโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ได้เริ่มก่อสร้างโรงงานทดสอบชิปแห่งแรกในประเทศแล้ว นับเป็นการเปลี่ยนเกมครั้งสำคัญที่ไปไกลกว่าการดำเนินงานประกอบแบบดั้งเดิม
โรงงานแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมทางตอนเหนือของกรุงฮานอยประมาณ 60 กิโลเมตร ในจังหวัดท้ายเงวียน (Thai Nguyen) และมีกำหนดเริ่มดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2027 โครงการนี้เกิดขึ้นในขณะที่ Samsung กำลังดำเนินโครงการสร้างโรงงานบรรจุภัณฑ์ชิป (chip packaging) มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งส่งสัญญาณถึงการขยายฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลายน้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแข็งกร้าว
ภารกิจของโรงงานนี้โฟกัสอย่างเฉพาะเจาะจง: การทดสอบชิปหน่วยความจำแบบ DRAM และ NAND ที่เป็น 'mature' หรือที่มักเรียกกันว่า 'legacy chips' หรือชิปที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีรุ่นเก่านั่นเอง ชิปเหล่านี้ไม่ใช่โปรเซสเซอร์ล้ำสมัยหรือชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ที่พาดหัวข่าวในกลุ่มอุปกรณ์เร่งความเร็ว AI แต่พวกมันคือชิปหน่วยความจำที่ยังคงเป็นฟันเฟืองหลัก ถูกสร้างด้วยกระบวนการผลิตแบบเก่า และยังคงขาดไม่ได้สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
การลงทุนครั้งนี้เป็นการตอบสนองโดยตรงต่อความบิดเบี้ยวของห่วงโซ่อุปทานที่เกิดจากกระแสการลงทุนด้าน AI เนื่องจาก Samsung ได้ย้ายสายการผลิตที่ทันสมัยที่สุดไปยังชิป HBM ระดับพรีเมียมที่มีอัตรากำไรสูงสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ AI กำลังการผลิตสำหรับชิป DRAM และ NAND แบบดั้งเดิมจึงลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนทั่วโลก เอกสารข้อเสนอของบริษัทระบุไว้อย่างชัดเจนว่าการขยายกำลังผลิตนี้จะ "ช่วยบรรเทาภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลกที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการ AI ที่พุ่งสูงขึ้น"
การวิเคราะห์เอกสารของบริษัทโดยรอยเตอร์เผยให้เห็นว่า โรงงานแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้มีปริมาณการผลิตมหาศาล โดยมีขนาดที่จะทดสอบชิป DRAM ได้ถึง 153.3 พันล้านกิกะบิต และชิป NAND ได้ถึง 255.6 พันล้านกิกะบิตต่อปี
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการนี้ยังอ้างถึงการลงทุนเพิ่มเติมอีก 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เป็นไปได้ นี่เป็นสัญญาณว่า Samsung กำลังพิจารณาเฟสที่สองหรือโรงงานแห่งที่สองที่ใหญ่กว่าในพื้นที่เดียวกัน หากมีการใช้สิทธิ์นี้ การลงทุนทั้งหมดในศูนย์ทดสอบท้ายเงวียนจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งแยกต่างหากจากโรงงานบรรจุภัณฑ์ชิปมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ได้ประกาศไปแล้วในจังหวัดเดียวกัน
โรงงานทดสอบแห่งใหม่นี้แสดงถึงการสานสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นระหว่าง Samsung และเวียดนาม นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงงานแห่งแรกในจังหวัดบั๊กนิญเมื่อปี 2008 บริษัทได้ทุ่มเงินลงทุนสะสมในประเทศไปแล้วกว่า 2.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ปัจจุบัน ศูนย์กลางการผลิตในเวียดนามผลิตอุปกรณ์มือถือของ Samsung มากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ การดำเนินงานของ Samsung ในเวียดนามมุ่งเน้นไปที่การประกอบขั้นสุดท้ายของสินค้าสำเร็จรูป เช่น สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต จอแสดงผล และอุปกรณ์ไฟฟ้า โรงงานแห่งใหม่นี้ ควบคู่ไปกับโรงงานบรรจุภัณฑ์ แสดงถึงการขยายธุรกิจในแนวดิ่งอย่างรอบคอบไปสู่กระบวนการเซมิคอนดักเตอร์ขั้นปลายน้ำที่มีมูลค่าสูงกว่า นั่นคือการทดสอบและบรรจุภัณฑ์ และเป็นการผนวกบทบาทของเวียดนามให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานชิประดับโลกที่ซับซ้อนและจำเป็นยิ่งขึ้น
การเคลื่อนไหวนี้ยังสอดคล้องกับแนวโน้มทางภูมิรัฐศาสตร์ในวงกว้าง ในขณะที่ประเทศและบริษัทต่างๆ พยายามกระจายความเสี่ยงในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และลดการกระจุกตัวมากเกินไปในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง เวียดนามก็กำลังวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการผลิตทางเลือกที่เหมาะสม ด้วยการที่ Intel มีโรงงานประกอบและทดสอบชิปขนาดใหญ่ในนครโฮจิมินห์อยู่แล้ว การลงทุนสองต่อของ Samsung จะช่วยตอกย้ำให้เวียดนามตอนเหนือเป็นคลัสเตอร์ที่สำคัญสำหรับการดำเนินงานขั้นปลายน้ำของชิปหน่วยความจำ
ไทม์ไลน์โดยสรุป:
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Samsung ทุ่มงบ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งโรงงานทดสอบเซมิคอนดักเตอร์แห่งแรกในเวียดนาม ที่จังหวัดท้ายเงวียน เริ่มก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2027
Samsung ทุ่มงบ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งโรงงานทดสอบเซมิคอนดักเตอร์แห่งแรกในเวียดนาม ที่จังหวัดท้ายเงวียน เริ่มก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2027 โรงงานแห่งนี้จะมุ่งทดสอบชิป 'รุ่นเก่า' หรือ legacy chips (DRAM และ NAND) ซึ่งกำลังขาดแคลนทั่วโลก เนื่องจากผู้ผลิตแห่กันไปผลิตชิปขั้นสูงสำหรับ AI จนทำให้กำลังการผลิตชิปพื้นฐานที่จำเป็นต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นับไม่ถ้วน...
นี่คือการยกระดับครั้งสำคัญของ Samsung ในเวียดนาม จากฐานประกอบอุปกรณ์ มูลค่าลงทุนสะสมกว่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 17 ปี สู่กระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าเดิม