การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความตั้งใจที่จะนำเสนอผลงานในมุมที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น และแสดงถึงการสร้างตัวตนในฐานะศิลปินเดี่ยวควบคู่กับบทบาทใน Radiohead
Blue Morpho โปรดิวซ์โดย Paul Epworth โปรดิวเซอร์ชื่อดังที่เคยทำงานกับศิลปินอย่าง Adele และ Paul McCartney โดยมี Riley MacIntyre ร่วมในงานโปรดักชันและวิศวกรรมเสียง
ผู้ร่วมงานในอัลบั้มประกอบด้วยนักดนตรีหลายสาย เช่น
การบันทึกเสียงเกิดขึ้นระหว่าง สตูดิโอของ O’Brien ในเวลส์ และ The Church Studios ในลอนดอน ทำให้เสียงดนตรีผสมผสานระหว่างบรรยากาศส่วนตัวกับองค์ประกอบออร์เคสตรา
O’Brien เปิดเผยว่าการทำอัลบั้มนี้เกิดขึ้นหลังจากเขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากทางอารมณ์ รวมถึง ภาวะซึมเศร้า ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นช่วง “dark night of the soul” ของชีวิต
ช่วงเวลานั้นเขาเริ่ม เล่นกีตาร์ทุกวันโดยไม่คาดหวังผลลัพธ์ และปล่อยให้เสียงดนตรีค่อย ๆ พัฒนาเป็นเพลง แนวคิดเรื่องธรรมชาติ การเยียวยา และงานเขียนของนักเขียนอย่าง Wendell Berry ก็มีอิทธิพลต่อธีมของอัลบั้มเช่นกัน
อัลบั้ม Blue Morpho ประกอบด้วย 7 เพลง ได้แก่
ดนตรีในอัลบั้มเคลื่อนที่ระหว่างโทน psychedelic folk, อิเล็กทรอนิกส์แบบบรรยากาศ และการเรียบเรียงออร์เคสตรา ทำให้ทั้งอัลบั้มฟังเหมือนการเดินทางทางอารมณ์มากกว่าการรวมเพลงแบบทั่วไป
นอกจากเพลงแล้ว O’Brien ยังสร้างภาพยนตร์สั้นชื่อ “Blue Morpho: The Three Act Play” เพื่อขยายเรื่องราวของอัลบั้มในรูปแบบภาพยนตร์
ผลงานชิ้นนี้เปิดตัวครั้งแรกที่เทศกาลภาพยนตร์และดนตรี SXSW ในสหรัฐอเมริกา และถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นคู่ขนานทางภาพของธีมการเปลี่ยนแปลงและการค้นหาตัวเองในอัลบั้ม
ระหว่างโปรโมตอัลบั้ม O’Brien ยังพูดถึงอนาคตของ Radiohead โดยระบุว่า วงมีแผนกลับมา ทัวร์อีกครั้งตั้งแต่ปี 2027 แต่จะใช้รูปแบบที่แตกต่างจากเดิม
แนวคิดคือการเล่น ประมาณ 20 โชว์ต่อปี และเลือกเพียงหนึ่งทวีปในแต่ละปี ก่อนจะหมุนเวียนไปยังภูมิภาคอื่นในปีถัดไป วิธีนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการทัวร์ยาวทั่วโลก และทำให้การแสดงยังคงมีพลังและคุณภาพสูง
ด้วย Blue Morpho Ed O’Brien กำลังสร้างเส้นทางดนตรีของตัวเองนอกเหนือจาก Radiohead อย่างจริงจัง อัลบั้มนี้ผสมผสานความเป็นส่วนตัว การทดลองทางเสียง และการร่วมงานกับศิลปินหลากหลายแขนง พร้อมส่งสัญญาณว่าทั้งเส้นทางเดี่ยวของเขาและอนาคตของ Radiohead ยังมีเรื่องราวให้ติดตามอีกมาก
Comments
0 comments