รูปแบบการเล่นที่รายงานไว้ เช่น
จุดเด่นคือภาพที่ใช้ในเกมมาจากมือถือของผู้เล่นเอง ทำให้มินิเกมเดียวกันอาจให้ความรู้สึกต่างกันไป เช่น เพื่อนคนหนึ่งอาจกลายเป็นตัวร้ายในเกมหนึ่ง แล้วอีกเกมกลับกลายเป็นตัวเอกในมุกตลก
แม้ Nintendo จะเป็นผู้จัดจำหน่าย แต่บางสื่อรายงานว่าเกมนี้อาจพัฒนาโดย Intelligent Systems สตูดิโอที่ร่วมงานกับ Nintendo มานาน และเป็นที่รู้จักจากซีรีส์อย่าง Fire Emblem รวมถึงผลงานเกี่ยวข้องกับ WarioWare
อย่างไรก็ตาม รายชื่อผู้พัฒนายังไม่ได้ระบุชัดในหน้าร้านอย่างเป็นทางการ ทำให้ข้อมูลนี้ถือเป็นการรายงานจากสื่อมากกว่าการยืนยันอย่างเป็นทางการ
Pictonico! ใช้โมเดล free‑to‑start แทนรูปแบบเกมมือถือทั่วไป
ผู้เล่นสามารถ
เมื่อซื้อครบทุกแพ็ก เกมจะมีมินิเกมรวมประมาณ 80 เกม โดยแต่ละแพ็กขายแยกกัน ไม่ได้ใช้ระบบสุ่มหรือระบบกาชา
หน้าร้านบางแห่งระบุแพ็กอย่าง Game Pack Vol.1 และ Vol.2 แสดงว่า Nintendo เลือกแบ่งคอนเทนต์เป็นชุด ๆ แทนการปลดล็อกครั้งเดียว
แนวทางนี้คล้ายกับเกมมือถือก่อนหน้าของบริษัทอย่าง Super Mario Run ที่ให้ทดลองก่อน แล้วค่อยจ่ายเพื่อปลดล็อกส่วนที่เหลือ
เนื่องจากเกมใช้รูปส่วนตัวของผู้เล่น รายละเอียดในหน้าร้านจึงชี้แจงเรื่องความเป็นส่วนตัวไว้ชัดเจน
แนวทางนี้ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงรูปในมือถือของผู้ใช้
ที่ผ่านมา Nintendo มักใช้เกมมือถือเป็น ช่องทางให้คนรู้จักแบรนด์และตัวละคร มากขึ้น แทนที่จะให้มาแทนตลาดเครื่องเกมของบริษัทโดยตรง และบริษัทเคยระบุว่ามีแผนปล่อยเกมมือถือปีละหลายเกม
ในบริบทนี้ Pictonico! ดูเหมือนจะเป็น โปรเจกต์ขนาดเล็กและทดลองไอเดีย มากกว่าจะเป็นเกมหลักของบริษัท
ตัวเกมเน้นการเล่นสั้น ๆ บนมือถือและการแชร์ความฮาจากรูปเพื่อน ๆ ขณะที่ทรัพยากรหลักของ Nintendo ในช่วงนี้ยังคงมุ่งไปที่ซอฟต์แวร์สำหรับ ยุค Nintendo Switch 2 มากกว่า
ในยุคที่เกมมือถือจำนวนมากใช้ระบบกาชา แบทเทิลพาส หรือระบบบริการระยะยาว Pictonico! เลือกเดินอีกทางหนึ่ง โดยเน้นจุดแข็งแบบ Nintendo เช่น
ผลลัพธ์คือเกมที่เหมือนของเล่นปาร์ตี้บนมือถือมากกว่าเกมมือถือแบบแข่งขันจริงจัง และความสนุกอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเกมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเห็น รูปของตัวเองหรือเพื่อนกลายเป็นตัวละครสุดฮาในมินิเกม ด้วย
Comments
0 comments