Perplexity เปิดตัว Hybrid Compute ในแอป Mac เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 โดยให้โมเดลคลาวด์รับหน้าที่ค้นเว็บ วางแผน และให้เหตุผล ขณะที่โมเดลบนเครื่องจัดการไฟล์และข้อมูลอ่อนไหว ต้องใช้ Mac ที่เป็น Apple silicon, macOS 15 ขึ้นไป และหน่วยความจำ Unified Memory อย่างน้อย 24 GB โดยแนะนำ 32 GB เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด; การ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Perplexity’s Hybrid Compute feature for its Mac app, how does it combine cloud-based frontier models with on-device Apple-silicon mo. Article summary: Perplexity’s Hybrid Compute is a mode in its Mac app that lets its Computer agent divide one workflow between frontier AI models in the cloud and a smaller model running on an Apple-silicon Mac. Cloud models handle web r. Topic tags: general, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fa
Perplexity เปิดตัว Hybrid Compute สำหรับแอป Perplexity บน Mac เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 แนวคิดหลักคือไม่บังคับให้ผู้ใช้เลือกระหว่างความสามารถของ AI บนคลาวด์กับความเป็นส่วนตัวของการประมวลผลในเครื่อง แต่ให้เอเจนต์ Computer แบ่งงานเดียวกันไปยังทั้งสองฝั่งตามลักษณะของข้อมูล 1
โมเดลระดับแนวหน้าบนคลาวด์รับหน้าที่ค้นคว้าบนเว็บ วางแผน และจัดการเหตุผลที่ซับซ้อน ส่วนโมเดลขนาดเล็กที่ทำงานบน Apple silicon Mac จะรับผิดชอบขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับไฟล์ส่วนตัว ข้อมูลอ่อนไหว หรือการดำเนินการภายในเครื่อง จากนั้น Computer จะรวมผลลัพธ์เป็นเวิร์กโฟลว์เดียว 1
16
งานหนึ่งอาจเริ่มต้นบนคลาวด์ ซึ่ง Computer จะทำหน้าที่ค้นหา ประสานงาน และวิเคราะห์โจทย์ เมื่อพบขั้นตอนที่ต้องอ่านไฟล์บน Mac หรือใช้ข้อมูลที่ควรเก็บเป็นความลับ ระบบสามารถส่งเฉพาะขั้นตอนนั้นให้โมเดลท้องถิ่นทำงานบนเครื่องได้
ตามข้อมูลของ Perplexity ข้อมูลอ่อนไหวจะไม่ถูกส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทในขั้นตอนดังกล่าว แต่ผลลัพธ์จากโมเดลบนเครื่องจะถูกส่งกลับมาให้ Computer ทำงานต่อ 1
16
จุดนี้ทำให้ Hybrid Compute แตกต่างจากแชตบอตที่ทำงานแบบโลคัลทั้งหมด เพราะผู้ใช้ยังคงได้ประโยชน์จากการค้นเว็บและการให้เหตุผลของโมเดลคลาวด์ ขณะเดียวกันก็สามารถเก็บขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลับไว้ใน Mac
หัวใจของระบบคือ Privacy Gate ซึ่งทำงานอยู่บน Mac ก่อนข้อมูลจะออกจากเครื่อง Perplexity ระบุว่าเครื่องมือจำแนกข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PII classifier บนเครื่อง จะตรวจสอบข้อมูลของงานแต่ละรายการ รวมถึงพรอมป์ต์ ผลลัพธ์จากเครื่องมือ หน่วยความจำ บันทึกการทำงาน ไฟล์ และเนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องกับงาน 1
5
ข้อมูลที่ระบบออกแบบมาให้ตรวจจับได้ ได้แก่
หาก Privacy Gate ตรวจพบข้อมูลที่อาจเป็นความลับ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบรายการที่ถูกตั้งค่าสถานะและเลือกแนวทางได้ เช่น
ในกรณีปกปิดข้อมูล ค่าที่เป็นความลับจะถูกแทนด้วยข้อมูลตัวแทนระหว่างขั้นตอนบนคลาวด์ และ Perplexity ระบุว่าสามารถนำค่าดั้งเดิมกลับมาใส่ในคำตอบเมื่อผลลัพธ์กลับมาถึงเครื่องได้ 1 วิธีนี้ช่วยให้โมเดลคลาวด์เข้าใจโครงสร้างของงาน โดยไม่จำเป็นต้องได้รับตัวระบุจริงทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม Privacy Gate ไม่ใช่หลักประกันว่าข้อมูลลับทุกประเภทจะถูกตรวจพบเสมอไป ผลลัพธ์ด้านความเป็นส่วนตัวยังขึ้นอยู่กับความแม่นยำของตัวจำแนก กฎการกำหนดเส้นทางข้อมูล และการตัดสินใจอนุมัติของผู้ใช้
ตัวเลือกโมเดลท้องถิ่นในช่วงเปิดตัวประกอบด้วย Gemma 4 E4B, Qwen3.6 35B-A3B และโมเดลของ Perplexity ที่ผ่านการฝึกต่อเพื่อใช้งานกับ Computer 1
4
โมเดลเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อแทนที่โมเดลคลาวด์ที่มีความสามารถสูงสุดในทุกงาน แต่เน้นการประมวลผลบริบทส่วนตัวและดำเนินการภายในเครื่อง ขณะที่โมเดลคลาวด์ยังรับหน้าที่ค้นคว้า วางแผน และให้เหตุผลในงานที่ต้องใช้ความสามารถสูงกว่า
Perplexity ออกแบบการตั้งค่าให้ผู้ใช้ไม่ต้องสร้างชุดระบบโมเดลท้องถิ่นแยกต่างหาก โดยขั้นตอนหลักในแอป Mac คือ
ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Ollama ตั้งค่ารันไทม์ด้วยตนเอง หรือใช้ API key เพิ่มเติม 1
ส่วนของงานที่โมเดลท้องถิ่นประมวลผลจะไม่ใช้เครดิตคลาวด์ของผู้ใช้ ขณะที่ขั้นตอนที่ยังคงทำงานบนคลาวด์จะใช้ทรัพยากรและโควตาตามเงื่อนไขของบริการ 1
2
จึงมีประโยชน์ทั้งในแง่ความเป็นส่วนตัวและการควบคุมต้นทุน เพราะการสร้างโทเคนบน Mac ไม่ทำให้โควตาสำหรับโมเดลคลาวด์ลดลง แต่ความเร็วและคุณภาพของผลลัพธ์ในส่วนโลคัลจะขึ้นอยู่กับ Unified Memory ของ Mac โมเดลที่เลือก และความซับซ้อนของงาน
Hybrid Compute ทำงานข้ามอุปกรณ์ของ Apple ได้ ผู้ใช้สามารถเริ่มงาน Computer จาก iPhone โดยงานจะเริ่มต้นบนคลาวด์ จากนั้น Mac ที่เชื่อมต่ออยู่จะเข้าถึงไฟล์ภายในเครื่องและทำขั้นตอนที่มีความอ่อนไหวแบบโลคัล เมื่อทำงานเสร็จแล้ว ผลลัพธ์สามารถเปิดดูได้จากอุปกรณ์ต่าง ๆ 1
5
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงการประมวลผลบนเครื่องจากระยะไกล Perplexity แนะนำให้ใช้ Mac mini ที่เปิดทำงานอยู่ตลอดเวลา 1 แนวทางนี้สะดวกกว่าการย้ายไฟล์ด้วยตนเอง แต่หมายความว่า Mac จะต้องพร้อมใช้งานเมื่อถึงขั้นตอนที่ต้องประมวลผลภายในเครื่อง
Perplexity ระบุว่าได้เปิดซอร์ส PII classifier ที่ทำงานบนอุปกรณ์ ซึ่งใช้ใน Privacy Gate โดยพัฒนาร่วมกับ Secure Intelligence Institute ของ Perplexity 1
6
การเปิดให้ตรวจสอบตัวจำแนกดังกล่าวอาจช่วยให้ทีมความปลอดภัยและฝ่ายไอทีขององค์กรเห็นกลไกที่ใช้ตัดสินใจส่งงานไปประมวลผลในเครื่องมากขึ้น แต่การเปิดซอร์สเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าระบบจะตรวจพบข้อมูลลับทุกประเภทได้ในทุกบริบท
ในตัวอย่างของ Perplexity โมเดลคลาวด์จะค้นคว้ากฎหมายและแนวคำพิพากษา ขณะที่โมเดลบน Mac สรุปเอกสารคดีที่อยู่ภายใต้การรักษาความลับ ดึงข้อเท็จจริง สร้างคำถามวิจัยแบบไม่เปิดเผยตัวตน และอัปเดตร่างเอกสารทางกฎหมายในเครื่อง
แนวคิดคือให้ข้อมูลลูกความและแฟ้มคดีอยู่ภายใน Mac ส่วนการค้นคว้าข้อมูลสาธารณะใช้ความสามารถของโมเดลคลาวด์ 1
สำหรับทีมลงทุน โมเดลคลาวด์สามารถรวบรวมเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแล ธุรกรรมเปรียบเทียบ และข้อมูลตลาดที่เปิดเผยต่อสาธารณะได้ ส่วนโมเดลท้องถิ่นจะอ่านเอกสารดีลที่เป็นความลับ ดึงเงื่อนไขและสมมติฐาน เปรียบเทียบกับข้อมูลสาธารณะ และอัปเดตสไลด์สำหรับคณะกรรมการลงทุนหรือการวิเคราะห์ LBO 1
ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนการแบ่งหน้าที่ของระบบอย่างชัดเจน ข้อมูลสาธารณะและงานค้นคว้าในวงกว้างไปที่คลาวด์ ขณะที่เอกสารต้นทางที่เป็นความลับยังอยู่ภายในขอบเขตการประมวลผลของเครื่อง
ความเป็นส่วนตัว: ไฟล์อ่อนไหวสามารถอยู่บนอุปกรณ์ได้ แต่การปกป้องยังขึ้นอยู่กับการตรวจจับที่ถูกต้องและการตั้งค่าอนุมัติของผู้ใช้ 1
3
ต้นทุน: การประมวลผลในเครื่องไม่ใช้เครดิตคลาวด์ แต่ส่วนที่ต้องใช้การค้นคว้าและเหตุผลบนคลาวด์ยังคงใช้ทรัพยากรคลาวด์ตามปกติ 1
2
ความเร็ว: โมเดลคลาวด์ให้เข้าถึงการประมวลผลขนาดใหญ่และการค้นคว้าได้รวดเร็ว ส่วนการทำงานในเครื่องช่วยหลีกเลี่ยงการอัปโหลดไฟล์ที่ได้รับการคุ้มครอง แต่ประสิทธิภาพโลคัลจะแตกต่างกันไปตามหน่วยความจำของ Mac และโมเดลที่เลือก 1
ความสามารถ: โมเดลคลาวด์ระดับแนวหน้ายังเหมาะกับงานให้เหตุผลที่ซับซ้อน การค้นเว็บ และการวางแผนมากกว่า โมเดลท้องถิ่นยอมแลกความสามารถบางส่วนเพื่อให้ข้อมูลถูกประมวลผลบนอุปกรณ์และควบคุมข้อมูลได้มากขึ้น 1
Hybrid Compute เปิดให้สมาชิก Perplexity Pro, Max และ Enterprise ใช้งานได้ โดยต้องมีเงื่อนไขดังนี้ 1
สำหรับลูกค้าองค์กร ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดนโยบายระดับองค์กรได้ว่า ข้อมูลประเภทใดต้องอยู่ในเครื่อง ข้อมูลใดอนุญาตให้ปกปิดก่อนส่งขึ้นคลาวด์ และการดำเนินการใดต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ใช้ นอกจากนี้ยังตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าข้อมูลถูกส่งออกจากอุปกรณ์เมื่อใด 1
เอกสารผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในขณะนี้อธิบาย Hybrid Compute ว่าเป็นฟีเจอร์สำหรับ Mac ที่ใช้ Apple silicon และยังไม่ได้ระบุวันเปิดตัวสำหรับ Windows หรือ Linux ดังนั้นจึงยังไม่มีกรอบเวลาที่ยืนยันได้
โดยสรุป Hybrid Compute คือทางสายกลางของ Perplexity: ใช้คลาวด์สำหรับงานที่ต้องการความสามารถสูงและข้อมูลจากเว็บ ขณะเดียวกันก็ใช้ Mac เป็นพื้นที่ประมวลผลสำหรับไฟล์และข้อมูลที่ไม่ควรออกนอกเครื่อง โดยมี Privacy Gate เป็นด่านช่วยตัดสินใจว่าขั้นตอนไหนควรอยู่ในเครื่องและขั้นตอนไหนจึงส่งต่อไปยังคลาวด์
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Perplexity เปิดตัว Hybrid Compute ในแอป Mac เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 โดยให้โมเดลคลาวด์รับหน้าที่ค้นเว็บ วางแผน และให้เหตุผล ขณะที่โมเดลบนเครื่องจัดการไฟล์และข้อมูลอ่อนไหว
Perplexity เปิดตัว Hybrid Compute ในแอป Mac เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 โดยให้โมเดลคลาวด์รับหน้าที่ค้นเว็บ วางแผน และให้เหตุผล ขณะที่โมเดลบนเครื่องจัดการไฟล์และข้อมูลอ่อนไหว ต้องใช้ Mac ที่เป็น Apple silicon, macOS 15 ขึ้นไป และหน่วยความจำ Unified Memory อย่างน้อย 24 GB โดยแนะนำ 32 GB เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด; การประมวลผลบนเครื่องไม่หักโควตาเครดิตคลาวด์