เงินรอบ Series B มีเป้าหมายเพื่อพา Panthalassa ขยับจากงานต้นแบบไปสู่การผลิตและการติดตั้งระบบประมวลผลอัตโนมัติที่ใช้พลังงานมหาสมุทรในระยะแรก Hoodline รายงานว่าเงินทุนนี้จะช่วยทำโรงงานนำร่องใกล้พอร์ตแลนด์ให้เสร็จ และเร่งการทดลองกลางทะเลที่ใช้พลังคลื่นป้อนชิป AI inference โดยส่งผลลัพธ์กลับเข้าฝั่งผ่านดาวเทียม
จุดหมายระยะใกล้จึงเป็นเรื่องความพร้อมด้านการผลิต ไม่ใช่การมีฝูงระบบเชิงพาณิชย์ที่ใช้งานเต็มรูปแบบแล้ว รายงานโปรไฟล์เมื่อเดือนเมษายน 2026 ระบุว่า Panthalassa ได้ทดสอบต้นแบบขนาดจริงนอกชายฝั่งรัฐวอชิงตันในช่วงฤดูร้อนก่อนหน้า กำลังสร้างโรงงานผลิตนำร่องใกล้สำนักงานใหญ่ในพอร์ตแลนด์ ยังไม่ได้เริ่มติดตั้งเชิงพาณิชย์ และยังไม่เปิดรับพรีออร์เดอร์จากลูกค้า
หน้าบริษัทบนเว็บไซต์ Lowercarbon Capital อธิบายระบบของ Panthalassa ว่าเป็นฝูงโหนดอัตโนมัติที่ผลิตพลังงานสะอาดเพื่อใช้บนแพลตฟอร์มเอง กลไกพื้นฐานคือการแปลงพลังงานคลื่น: ฮับลอยขึ้นลงตามการเคลื่อนตัวของทะเล ของไหลภายในไหลผ่านกังหัน และกังหันนั้นขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
จุดที่สำคัญสำหรับงาน AI คือไฟฟ้าไม่ได้ถูกมองเป็นสินค้าที่ต้องส่งเข้าฝั่งก่อน แต่ถูกใช้ตรงจุดที่ผลิตขึ้น Lowercarbon ระบุว่าคลัสเตอร์คอมพิวต์เป็นหนึ่งในงานที่กินไฟและสามารถรันบนโหนดของ Panthalassa ได้ ขณะที่ TechObserver รายงานว่าโหนด Ocean-3 จะรันชิป AI โดยใช้ไฟฟ้าจากคลื่นทะเล
Panthalassa ไม่ได้พยายามส่งไฟจากคลื่นกลับเข้าฝั่งเพียงอย่างเดียว จากข้อมูลสาธารณะที่ Lowercarbon อธิบาย จุดเน้นคือการใช้พลังงานบนโหนดลอยน้ำเอง ซึ่งทำให้งานคอมพิวต์กลายเป็นภาระงานท้องถิ่นที่เข้ากับไฟฟ้าที่ผลิตได้ไกลจากฝั่ง
สถาปัตยกรรมแบบนี้ทำให้คำถามทางเศรษฐศาสตร์เปลี่ยนไป จากเดิมที่ต้องถามว่าไฟฟ้าจากคลื่นแข่งขันกับไฟฟ้าบนกริดได้หรือไม่ Panthalassa ยังต้องพิสูจน์ด้วยว่าโหนดกลางทะเลเป็นสถานที่ที่เชื่อถือได้และมีประโยชน์จริงสำหรับรันงาน AI รายงานบางแห่งเรียกแนวทางนี้ว่า data center ลอยน้ำหรือ AI computing ที่ใช้พลังคลื่น แต่หลักฐานจากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ยังชี้ไปที่ระยะทดลองและการติดตั้งเริ่มต้น มากกว่ารูปแบบธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่พิสูจน์แล้ว
ข้อมูลที่มีบ่งชี้ว่า Panthalassa กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการผลิตและการติดตั้งระยะต้น TechObserver รายงานว่าการติดตั้งเชิงพาณิชย์ของระบบประมวลผล AI พลังคลื่นมีแผนในปี 2027 ส่วนรายงานเดือนเมษายน 2026 ระบุว่า ณ เวลานั้น การติดตั้งเชิงพาณิชย์ยังไม่เริ่ม และยังไม่เปิดรับพรีออร์เดอร์จากลูกค้า
ความแตกต่างนี้สำคัญสำหรับการประเมินข่าวระดมทุน เงิน 140 ล้านดอลลาร์ทำให้ Panthalassa มีทุนสำหรับการผลิตและการติดตั้งชุดแรก แต่แหล่งข้อมูลที่ให้มายังไม่ได้แสดงว่าบริษัทมีฝูงระบบประมวลผล AI เชิงพาณิชย์ที่ทำงานอยู่กลางทะเลแล้ว
มีสามคำถามใหญ่ที่ยังเลี่ยงไม่ได้
ข้อแรกคือความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติงานจริง อุปกรณ์ในทะเลต้องทนสภาพนอกชายฝั่งที่หนักหน่วง และ Panthalassa ยังต้องแสดงให้เห็นว่าโหนดของบริษัททำงานซ้ำได้อย่างมั่นคงในฐานะโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวต์ ไม่ใช่เพียงต้นแบบหรือโครงการนำร่อง
ข้อที่สองคือการขยายกำลังผลิต รอบทุนนี้มุ่งไปที่การผลิตและการติดตั้งเริ่มต้น ขณะที่รายงานระบุว่าโรงงานนำร่องใกล้พอร์ตแลนด์ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผน การขยับจากจุดนั้นไปเป็นฝูงโหนดขนาดใหญ่พอจะมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังเป็นด่านอีกขั้นหนึ่ง
ข้อที่สามคือเศรษฐศาสตร์ของระบบ Lowercarbon ระบุว่าโหนดของ Panthalassa สามารถรันงานที่ใช้พลังงานสูงได้ที่ต้นทุนราว 0.02 ดอลลาร์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง แต่ข้อมูลนี้ยังไม่เท่ากับหลักฐานต้นทุนการดำเนินงาน AI เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระในแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ ฝั่งความต้องการของลูกค้าก็ยังต้องพิสูจน์เช่นกัน เพราะรายงานเดือนเมษายน 2026 ระบุว่ายังไม่เปิดรับพรีออร์เดอร์
การระดมทุน Series B มูลค่า 140 ล้านดอลลาร์ของ Panthalassa เป็นความพยายามที่ทะเยอทะยานในการรวมการผลิตไฟฟ้าจากคลื่นกับการประมวลผล AI ไว้ในระบบลอยน้ำอัตโนมัติกลางทะเล แนวคิดนี้น่าสนใจเพราะย้ายภาระงานคอมพิวต์ไปอยู่ข้างแหล่งพลังงานหมุนเวียน แต่หลักฐานที่มีในตอนนี้ยังสะท้อนภาพบริษัทที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากต้นแบบสู่การผลิตและการทดลองภาคสนาม ไม่ใช่บริษัทที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถให้บริการ AI compute นอกชายฝั่งในระดับเชิงพาณิชย์