| 1.71 แสนล้านเยน | คาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานของหน่วยพลังงานในปีสิ้นสุด มี.ค. 2027 เพิ่มจาก 6.98 หมื่นล้านเยนในปีก่อนหน้า. |
| ราว 8 แสนล้านเยน | เป้ายอดขาย FY2029 ของ Panasonic Energy ในระบบกักเก็บพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์. |
ประเด็นสำคัญคือ เงิน 5 แสนล้านเยนนี้ยังไม่ถูกอธิบายว่าเป็นงบสำหรับ “แบตเตอรี่ดาต้าเซ็นเตอร์” เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงทุนในธุรกิจที่สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ในภาพกว้าง.
จากข้อมูลที่ Panasonic ใช้ในงาน CES กลุ่มโซลูชัน AI infrastructure ของบริษัทครอบคลุมหลายชิ้นส่วนสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้พลังงานสูง ไม่ว่าจะเป็นระบบกักเก็บพลังงาน คาปาซิเตอร์ วัสดุแผงวงจรหลายชั้น ปั๊มและคอมเพรสเซอร์สำหรับระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว รวมถึงอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์.
อย่างไรก็ตาม หัวใจของเรื่องยังอยู่ที่แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน รายงานเกี่ยวกับกลยุทธ์การเติบโตของ Panasonic ระบุว่า กำไรเพิ่มจาก AI infrastructure จะขับเคลื่อนหลักโดยธุรกิจ Energy และ Industry. ด้าน Panasonic Energy ระบุว่ากำลังพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานเพื่อช่วยให้ดาต้าเซ็นเตอร์ทำงานได้อย่างเสถียร และกำลังเสริมกำลังการผลิตและซัพพลายทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ โดยตั้งเป้ายอดขายราว 8 แสนล้านเยนในเซกเมนต์นี้ใน FY2029.
เอกสารของบริษัทยังเคยวางระบบกักเก็บพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์เป็นธุรกิจเติบโต โดยตั้งเป้าอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีของยอดขายมากกว่า 20% ไปจนถึง FY3/31.
เหตุผลเชิงกลยุทธ์ค่อนข้างตรงไปตรงมา: ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ต้องการไฟฟ้าที่เสถียรและระบบสำรองพลังงานที่ไว้ใจได้ ขณะที่ Panasonic มีฐานความสามารถเดิมในแบตเตอรี่ การผลิตเซลล์ และระบบจัดการพลังงานอยู่แล้ว.
จังหวะเวลานี้สำคัญ เพราะธุรกิจแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV battery กำลังเจอแรงกดดัน รายงานที่เผยแพร่โดย Reuters ระบุว่า หน่วยแบตเตอรี่ EV ของ Panasonic ทำผลงานต่ำกว่าเป้ารายปีในปีล่าสุด. อีกข่าวหนึ่งระบุว่า หน่วยพลังงานซึ่งเป็นซัพพลายเออร์แบตเตอรี่ให้ Tesla ขาดทุน 3.8 พันล้านเยนในไตรมาส ม.ค.-มี.ค. แต่คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานในปีสิ้นสุด มี.ค. 2027 จะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเป็น 1.71 แสนล้านเยน จาก 6.98 หมื่นล้านเยนในปีก่อนหน้า.
รายงานจาก Sina ระบุว่า กำไรของหน่วยพลังงานในปีงบประมาณก่อนหน้าหดตัว 42% เมื่อเทียบรายปี โดยมีแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต้นทุนเริ่มต้นที่สูงของโรงงานในสหรัฐฯ และยอดขายในญี่ปุ่นที่อ่อนตัวลง. รายงานเดียวกันยังระบุว่า Panasonic Energy เริ่มส่งมอบเซลล์แบตเตอรี่ให้ดาต้าเซ็นเตอร์ในญี่ปุ่นแล้ว และมีแผนนำไลน์การผลิตที่เกี่ยวข้องเข้าไปยังโรงงานในรัฐแคนซัสของสหรัฐฯ.
Panasonic ไม่ได้เสนอ AI infrastructure เป็นแค่การลดต้นทุน แต่กำลังใช้มันเป็น “สะพานกำไร” ใหม่
หนึ่ง บริษัทระบุผลบวกต่อกำไรจาก AI infrastructure ไว้ที่ 1.3 แสนล้านเยน เพื่อพาไปสู่เป้ากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วอย่างน้อย 7.5 แสนล้านเยนในปีงบประมาณสิ้นสุด มี.ค. 2029. สอง เป้ายอดขายราว 8 แสนล้านเยนของ Panasonic Energy ในระบบกักเก็บพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ใน FY2029 ทำให้แผนนี้มีเป้ารายได้ที่จับต้องได้.
สาม หากหน่วยพลังงานฟื้นกำไรจากการดำเนินงานเป็น 1.71 แสนล้านเยนในปีสิ้นสุด มี.ค. 2027 ตามคาด ก็จะช่วยซ่อมแซมภาพกำไรหลังช่วงที่ธุรกิจแบตเตอรี่สะดุด.
มีสัญญาณบางส่วนว่า ดีมานด์ที่โยงกับ AI ช่วยพยุงผลประกอบการได้จริง Channel NewsAsia รายงานว่า กำไรจากการดำเนินงานไตรมาสแรกของหน่วยพลังงานที่ผลิตแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 47% เป็น 3.19 หมื่นล้านเยน โดยแรงลงทุน AI ช่วยชดเชยผลลบจากภาษีศุลกากรสหรัฐฯ และการสิ้นสุดเครดิตภาษีรถ EV. รายงานเดียวกันยังระบุว่า Panasonic ยังมีความกังวลต่อการชะลอตัวเพิ่มเติมของดีมานด์ EV จากนโยบายภาษีศุลกากรสหรัฐฯ และการสิ้นสุดเครดิตภาษี IRA 30D.
แต่คำว่า “ชดเชย” ไม่ได้แปลว่าไร้รอยต่อ Panasonic เคยลดคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานทั้งปีลง 13.5% เหลือ 3.2 แสนล้านเยน จากเดิม 3.7 แสนล้านเยน โดยมีสาเหตุหลักจากภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ปริมาณขายต่ำกว่าคาด และผลประโยชน์เครดิตภาษีสหรัฐฯ ของธุรกิจแบตเตอรี่ยานยนต์ที่ลดลง. ต่อมา Panasonic ยังลดประมาณการกำไรจากการดำเนินงานลงเหลือ 2.9 แสนล้านเยน จาก 3.2 แสนล้านเยน และลดประมาณการกำไรสุทธิเหลือ 2.4 แสนล้านเยน จาก 2.6 แสนล้านเยน เนื่องจากต้นทุนปรับโครงสร้างเพิ่มขึ้น โดยจำนวนผู้สมัครโครงการเกษียณก่อนกำหนดเพิ่มเป็น 12,000 คน เทียบกับแผนเดิมที่ต้องการลดพนักงาน 10,000 ตำแหน่ง.
จากหลักฐานที่มีในชุดข้อมูลนี้ ยังไม่เห็นตัวเลขที่ชี้ว่า “นักลงทุนคลาวด์รายใหญ่” เป็นภัยแข่งขันโดยตรงต่อธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานของ Panasonic ในเชิงกำไร
ในทางกลับกัน ข้อมูลที่ชัดที่สุดกลับชี้ว่ากลุ่ม hyperscaler หรือผู้ให้บริการคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่มาก เป็นแรงดึงดีมานด์มากกว่า Network World รายงานว่า ลูกค้า hyperscaler ได้จองกำลังผลิตที่วางแผนไว้ของ Panasonic Energy ไปแล้วมากกว่า 80% จนถึง FY2029.
ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่าความต้องการล่วงหน้าอาจค่อนข้างแข็งแรง หากคำมั่นสั่งซื้อเหล่านั้นยังคงอยู่ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าบริษัทคลาวด์กำลังแข่งขันโดยตรงกับ Panasonic ในธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ และแหล่งข้อมูลที่ให้มายังไม่ได้ระบุผลกระทบต่อกำไรจากการแข่งขันประเภทนั้น
ตัวเลขกำไรลดลง 48% ยังไม่ถูกยืนยันในแหล่งข้อมูลที่ให้มา ตัวเลขที่ตรวจสอบได้ชัดที่สุดในชุดข้อมูลนี้คือ รายงานจาก Sina ที่ระบุว่ากำไรของหน่วยพลังงานลดลง 42% เมื่อเทียบรายปี.
ความต่างนี้สำคัญ เพราะแผนของ Panasonic ควรถูกมองว่าเป็นการตอบสนองต่อหลายแรงกดดันพร้อมกัน ได้แก่ กำไรธุรกิจแบตเตอรี่ที่ลดลงอย่างหนัก ภาษีศุลกากร ความต้องการ EV ที่อ่อนแรง และต้นทุนปรับโครงสร้าง ไม่ใช่แผนที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถชดเชย “กำไรลดลง 48%” ได้แบบบรรทัดต่อบรรทัด
เดิมพัน 5 แสนล้านเยนของ Panasonic คือการทำให้โครงสร้างพื้นฐาน AI กลายเป็นเสาหลักกำไรใหม่ภายใน FY2028. ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์เป็นแกนสำคัญ เพราะเปิดตลาดแบตเตอรี่ที่มีแรงส่งระยะใกล้ดีกว่า EV cells ในช่วงที่ธุรกิจแบตเตอรี่รถยนต์กำลังเจอแรงต้าน และ Panasonic Energy มีเป้ายอดขายราว 8 แสนล้านเยนในเซกเมนต์นี้ใน FY2029.
หากกำไรเพิ่ม 1.3 แสนล้านเยนจาก AI infrastructure และการฟื้นตัวของหน่วยพลังงานเกิดขึ้นจริง แผนนี้จะช่วยหนุนเป้ากำไรจากการดำเนินงานปีงบประมาณสิ้นสุด มี.ค. 2029 ได้อย่างมีนัยสำคัญ. แต่หลักฐานที่มีตอนนี้ยังไม่บอกว่าเงินลงทุน 5 แสนล้านเยนจะถูกจัดสรรลงแต่ละธุรกิจอย่างไร และยังไม่พิสูจน์ว่าดาต้าเซ็นเตอร์ AI จะลบล้างต้นทุนปรับโครงสร้าง ภาษีศุลกากร ดีมานด์ EV ที่อ่อนแรง หรือความเสี่ยงแข่งขันทั้งหมดได้ครบถ้วน
Comments
0 comments