ตัวอย่างหลายอย่างที่ Hollander กล่าวถึงอยู่ในหมวดที่เรียกว่า “phygital” ซึ่งเป็นการผสมระหว่างสินทรัพย์จริง (physical) กับดิจิทัล (digital)
ในโมเดลนี้ NFT อาจใช้เพื่อ
บล็อกเชนทำหน้าที่เป็นบัญชีสาธารณะในการบันทึกความเป็นเจ้าของ ทำให้สินทรัพย์เหล่านี้สามารถซื้อขายผ่านตลาดออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
อีกปัจจัยหนึ่งที่ Hollander มองว่าจะช่วยขยายการใช้งาน NFT คือ AI และประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีขึ้น
เครื่องมือ AI อาจช่วยให้ผู้สร้างหรือบริษัทต่าง ๆ สร้างและจัดการสินทรัพย์บนบล็อกเชนได้ง่ายขึ้น ลดขั้นตอนทางเทคนิคที่เคยเป็นอุปสรรคในระบบ Web3
ในขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มอย่าง OpenSea ก็กำลังพัฒนาเครื่องมือเพื่อให้ผู้ใช้ทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น
แนวคิดนี้สำคัญเพราะผู้ใช้ทั่วไปไม่น่าจะอยากจัดการกับ wallet หลายตัว ค่าก๊าซ หรือการ bridge ระหว่างเครือข่าย เพียงเพื่อซื้อของสะสมหรือเข้าร่วมอีเวนต์
Hollander ยังกล่าวว่า OpenSea กำลังเปลี่ยนบทบาทจากตลาด NFT แบบเดิมไปสู่ แพลตฟอร์ม on‑chain ที่ครอบคลุมมากขึ้น
บริษัทกำลังพัฒนาแอปที่ให้ผู้ใช้จัดการสินทรัพย์หลายประเภทในที่เดียว เช่น
แนวทางนี้สะท้อนเทรนด์ของแพลตฟอร์มคริปโตหลายแห่งที่กำลังกระจายบริการ หลังจากกิจกรรมในตลาด NFT ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงพีคก่อนหน้า
แนวคิดเรื่อง NFT ที่เชื่อมกับการใช้งานจริงเกิดขึ้นหลังจากตลาดตกลงอย่างหนักหลังยุคบูมปี 2021–2022 โดยบางภาคส่วน เช่น NFT ด้านศิลปะ มีปริมาณการซื้อขายลดลงมากกว่า 90% จากจุดสูงสุด
Hollander มองว่าเทคโนโลยี NFT ไม่ได้มีปัญหาโดยพื้นฐาน เพียงแต่รอบก่อนเน้นการใช้งานผิดจุด หาก NFT ถูกผูกกับของสะสมจริง ประสบการณ์จริง หรือเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีประโยชน์จริง ก็อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของการค้าออนไลน์ในระยะยาวได้
อย่างไรก็ตาม โมเดล phygital ยังต้องเผชิญความท้าทาย เช่น
วิสัยทัศน์ของ Hollander คือการเปลี่ยนมุมมองต่อ NFT จาก “ของสะสมเพื่อเก็งกำไร” ไปสู่ โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการยืนยันความเป็นเจ้าของในโลกดิจิทัล
หากตลาด NFT จะกลับมาอีกครั้ง ตัวจุดประกายอาจไม่ใช่ภาพโปรไฟล์บนโซเชียลมีเดีย แต่เป็น ของสะสมจริง ตั๋วอีเวนต์ สินค้าหรู และไอเท็มเกมที่มีประโยชน์จริงบนบล็อกเชน.
Comments
0 comments