คนที่คุ้นเคยกับตลาดคริปโตคงรู้จัก Perpetual Futures กันดีอยู่แล้ว แต่นี่คือครั้งแรกที่โครงสร้างนี้ถูกนำมาใช้กับหุ้นและสินทรัพย์แบบดั้งเดิมโดยออกแบบมาเพื่อสินทรัพย์ Tokenized โดยเฉพาะ
เมื่อเปิดตัว คุณจะสามารถเทรดสินทรัพย์เหล่านี้ได้:
การเทรดทั้งหมดนี้สามารถใช้ Leverage ได้สูงสุดถึง 20 เท่า และเพราะแพลตฟอร์มนี้ทำงานบน Blockchain มันจึงเปิดให้เทรดได้ตลอด 24/7 โดยไม่ต้องพึ่งเวลาเปิด-ปิดของตลาดหุ้นแบบเดิมๆ
มีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์เพียงอย่างเดียวที่สำคัญมากคือ Ondo Perps ห้ามผู้ใช้ที่มีถิ่นฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกาเข้าใช้งานโดยเด็ดขาด เนื่องจากกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ที่ห้ามไม่ให้มีการเสนอขาย Perpetual Futures บนหุ้นให้กับนักลงทุนรายย่อยในประเทศ
ความแตกต่างที่แท้จริงระหว่าง Ondo Perps กับแพลตฟอร์มอนุพันธ์ On-Chain เจ้าอื่นๆ อยู่ที่ "สินทรัพย์ที่คุณใช้วางเป็นหลักประกัน (Collateral)" ได้นี่แหละครับ
แพลตฟอร์มอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบรวมศูนย์หรือแบบ Decentralized ต่างก็บังคับให้คุณใช้แค่ Stablecoin อย่าง USDC หรือ USDT เท่านั้น แต่ Ondo Perps ทำลายกฎนั้นด้วยการยอมรับ "หุ้น Tokenized" ให้เป็นหลักประกันได้โดยตรง
สมมุติว่าคุณถือหุ้น Apple แบบ Tokenized อยู่แล้วผ่านโปรดักต์ "Ondo Global Markets" คุณสามารถใช้หุ้น Apple ตัวนั้น มาค้ำประกันเพื่อเปิดสถานะ Long หรือ Short ด้วย Leverage บนหุ้น Nvidia ได้ทันที โดยไม่ต้องขายหุ้น Apple ที่มีอยู่ทิ้งก่อนเลย
สินทรัพย์เดิมของคุณยังคงอยู่ในพอร์ต มูลค่าของมันยังวิ่งตามราคาตลาดเหมือนเดิม ในขณะเดียวกันมันก็ทำหน้าที่เป็นหลักประกันให้คุณเปิดสถานะใหม่ๆ ได้ด้วย นี้คือเสน่ห์ของ "ประสิทธิภาพในการใช้เงินทุน (Capital Efficiency)" ที่ Ondo ต้องการนำเสนอ
และระบบยังรองรับ "การใช้หลักประกันข้ามสินทรัพย์ (Cross-Collateralization)" หมายความว่าคุณสามารถใช้หุ้น Tokenized หลายๆ ตัวรวมกันเป็นตะกร้าเดียว เพื่อเป็นหลักประกันให้กับสถานะ Perpetual Futures สถานะเดียวได้อีกด้วย ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุนมากขึ้น
การที่คุณไม่ต้องรีบเปลี่ยนสินทรัพย์ที่มีอยู่เป็น Stablecoin แปลว่าเงินลงทุนของคุณยังคงทำงานอยู่ในระบบตลอดเวลา ไม่ต้องมานั่งรอสภาพคล่องเพื่อเข้าเทรดแบบสมัยก่อน
Ian De Bode ซีอีโอของ Ondo Finance เคยอธิบายว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ใหญ่กว่าในการสร้าง "Prime Brokerage บนโลก On-Chain" หรือระบบที่การถือสินทรัพย์ Tokenized, การให้กู้ยืม, และการซื้อขายอนุพันธ์สามารถทำงานร่วมกันได้ในโครงสร้างเงินทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
Ondo ประกาศเปิดตัว Ondo Perps ในงาน Ondo Summit ที่นิวยอร์กเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 พร้อมๆ กับผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหลายตัวที่มุ่งขยายการเข้าถึงตลาดการเงินแบบดั้งเดิมสู่โลก On-Chain
โปรแกรม Early Access เริ่มเปิดให้ทดลองใช้เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2026 โดยตอนนั้นมีสัญญา Perpetual Futures ให้เทรดบนหุ้น 16 ตัว (AAPL, AMD, AMZN, COIN, CRCL, GOOGL, HOOD, INTC, META, MSFT, MSTR, NFLX, NVDA, ORCL, PLTR, TSLA) และสินค้าโภคภัณฑ์ 3 ชนิด (ทองคำ, เงิน, น้ำมัน)
การเปิดตัวแบบเต็มรูปแบบในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ คือการนำแพลตฟอร์มออกจากช่วง Early Access สู่การใช้งานทั่วไป โดยยังยึดกฎเดิมคือสำหรับผู้ใช้ที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ตัวแพลตฟอร์มไม่ได้จดทะเบียนกับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) หรือคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐฯ (CFTC) และมันจะบล็อกการเข้าถึงจากบุคคลในสหรัฐฯ และประเทศที่ถูกคว่ำบาตรโดยอัตโนมัติ
ที่ผ่านมา ตลาด Real-World Assets (RWA) หรือสินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมา Tokenized อาจจะเจอปัญหาเรื่อง "สภาพคล่อง" กันมานาน เพราะเมื่อสินทรัพย์ถูก Tokenized แล้ว ก็ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำกับมันมากนักนอกจากถือไว้เฉยๆ หรือเทรด Spot ไปมา
แต่ Ondo Perps สร้างมิติใหม่ในการใช้งานให้กับสินทรัพย์ Tokenized ทำให้มันกลายเป็น "หลักประกันที่มีประสิทธิภาพ" สามารถนำไปสร้างรายได้จากการเปิดสถานะ Leverage ในตลาดอื่นๆ ได้
ทิศทางของหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ ก็ดูเหมือนจะเป็นใจ โดยทาง CFTC (หน่วยงานกำกับดูแลอนุพันธ์ของสหรัฐฯ) ในระยะหลังได้แสดงท่าทีที่เปิดกว้างมากขึ้นต่อโครงสร้างอนุพันธ์ในรูปแบบของคริปโต ซึ่ง Ondo เองก็ระบุว่าความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่มากขึ้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจเดินหน้าผลักดัน RWA Perpetuals ในเวลานี้
แต่ถึงอย่างนั้น การที่ยังแบนผู้ใช้ในสหรัฐฯ อยู่ ก็สะท้อนให้เห็นว่าภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบสำหรับอนุพันธ์ของหุ้น Tokenized ยังคงกระจัดกระจายและไม่เป็นหนึ่งเดียว
สำหรับนักลงทุนทั่วโลกที่อยู่นอกสหรัฐฯ การเปิดตัวครั้งนี้คือการมาของ "ของใหม่" ที่ทำให้การสร้างพอร์ต Leverage 24/7 บนหุ้นสหรัฐฯ โดยใช้สินทรัพย์ Tokenized ที่ตัวเองมีอยู่เป็นหลักประกันนั้นเป็นไปได้จริงๆ โดยไม่ต้องแตะต้องโบรกเกอร์แบบเดิมๆ เลยสักนิด
ตลาดจะพร้อมสำหรับประสิทธิภาพการใช้เงินทุนแบบสุดขั้วนี้หรือไม่? และ Ondo Perps จะสามารถดึงดูดสภาพคล่องมากพอที่จะทำให้ส่วนต่างราคา (Spread) แคบลงสมเหตุสมผลได้จริงหรือเปล่า? เราคงได้รู้คำตอบกันในวันที่ 9 มิถุนายนนี้ครับ
Comments
0 comments