ตัวอย่างเช่น หากมีคนกำลังพูดถึงภาพยนตร์หรือการแข่งขันกีฬา ผู้ใช้สามารถแท็ก AI เพื่อถามว่า
จากนั้น AI จะตอบกลับในเธรดนั้นโดยตรงในฐานะบัญชี @meta.ai
Meta กำลังทดสอบฟีเจอร์นี้ในช่วง เบต้าแบบจำกัดประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา มาเลเซีย เม็กซิโก ซาอุดีอาระเบีย และสิงคโปร์
ความแตกต่างจากแชตบอตทั่วไปคือ AI นี้ไม่ได้อยู่ในช่องแชตส่วนตัวหรือแถบค้นหา แต่ปรากฏเป็น บัญชีผู้ใช้จริงในระบบ ที่เข้าร่วมการสนทนาในพื้นที่สาธารณะของแพลตฟอร์ม
ประเด็นหลักที่สร้างความไม่พอใจคือ Threads ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้บล็อกบัญชี @meta.ai เหมือนบัญชีผู้ใช้ทั่วไป
มีรายงานว่าหากผู้ใช้พยายามกดบล็อก ระบบจะขึ้นข้อความว่าการดำเนินการนี้ไม่สามารถทำได้
ในโลกโซเชียลมีเดีย ความสามารถในการบล็อกบัญชีที่ไม่ต้องการถือเป็นฟีเจอร์พื้นฐานมานาน ดังนั้นการที่บัญชีหนึ่งถูกยกเว้นจากกฎนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่า
ประเด็นนี้กลายเป็นหัวข้อถกเถียงใหญ่บน Threads อย่างรวดเร็ว โดยมีโพสต์จำนวนมากพูดถึงเรื่องการบล็อก AI ไม่ได้
แทนที่จะเปิดให้บล็อกบัญชีได้ Meta ระบุว่าผู้ใช้ยังมีวิธีจำกัดการเห็น AI อยู่บ้าง เช่น
อย่างไรก็ตาม ตัวเลือกเหล่านี้ไม่ได้ลบ AI ออกจากประสบการณ์ใช้งานทั้งหมด ต่างจากการบล็อกบัญชีโดยตรง
การเพิ่ม AI ลงในบทสนทนาไม่ได้เป็นเพียงฟีเจอร์ใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญของ Threads ด้วย
Meta กำลังพยายามเปลี่ยน Threads จากแอปไมโครบล็อกที่เชื่อมกับ Instagram ให้กลายเป็น แพลตฟอร์มสนทนาแบบเรียลไทม์ ที่แข่งขันกับ X (ชื่อเดิม Twitter)
แนวคิดนี้คล้ายกับฟีเจอร์ Grok ของ xAI บน X ซึ่งผู้ใช้สามารถเรียก AI เข้ามาให้คำอธิบายในเธรดได้เช่นกัน
การฝัง AI เข้าไปในบทสนทนาโดยตรงทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูล ติดตามเทรนด์ หรือขอคำอธิบายได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากแอป
เสียงวิจารณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง ก่อนหน้านี้ Meta เคยเผชิญกระแสต่อต้านคล้ายกันเกี่ยวกับ AI บนแพลตฟอร์มของตัวเอง
ในช่วงปี 2023–2024 บริษัททดลองสร้าง โปรไฟล์ตัวละคร AI บน Facebook และ Instagram ที่สามารถโพสต์และโต้ตอบกับผู้ใช้เหมือนบัญชีคนจริง
โปรเจกต์ดังกล่าวถูกวิจารณ์เรื่องความโปร่งใสและความเหมาะสมของการผสมบัญชี AI กับผู้ใช้จริง จนท้ายที่สุด Meta ต้องลบโปรไฟล์ AI หลายตัวออกจากแพลตฟอร์ม
ประวัตินี้ทำให้ผู้ใช้บางส่วนมองว่าการเปิดตัว @meta.ai บน Threads เป็นอีกตัวอย่างของความพยายามผลักดัน AI เข้าสู่โซเชียลมีเดีย ซึ่งมักจะตามมาด้วยคำถามเดิม ๆ เช่น
สุดท้ายแล้ว ความสำเร็จของฟีเจอร์นี้อาจขึ้นอยู่กับว่า Meta จะปรับนโยบายให้ผู้ใช้มีทางเลือกมากขึ้นหรือไม่—โดยเฉพาะเรื่องพื้นฐานอย่าง สิทธิ์ในการบล็อกบัญชี บนแพลตฟอร์ม