ผู้สนับสนุนระบบนี้เชื่อว่ามันช่วยรักษามาตรฐานผลงานและทำให้บริษัทระบุพนักงานที่ทำผลงานต่ำได้รวดเร็วขึ้น แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่ามันทำให้การทำงานร่วมกันกลายเป็นการแข่งขันภายในทีม
ประเด็นนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางหลัง Jeremy Bernier อดีตวิศวกรของ Meta เขียนโพสต์ในโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับประสบการณ์หลังถูกเลิกจ้าง ซึ่งแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว
Bernier ระบุว่า การออกจากบริษัททำให้เขารู้สึกเหมือนได้ “กลับสู่โลกอารยธรรมสมัยใหม่” และเรียกวัฒนธรรม stack ranking ของ Meta ว่า “absolute cancer” โดยให้เหตุผลว่าระบบนี้ทำให้พนักงานต้องแข่งขันกันเองตลอดเวลา แทนที่จะโฟกัสกับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดี
เขายังเปรียบสภาพแวดล้อมการทำงานเหมือนเกมที่เดิมพันสูง ซึ่งพนักงานต้องกังวลตลอดว่าตนจะถูกจัดอันดับอย่างไร บางการสนทนาออนไลน์ถึงกับเปรียบวัฒนธรรมองค์กรกับซีรีส์ "Squid Game"
แม้มุมมองของเขาจะเป็นประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ใช่คำอธิบายอย่างเป็นทางการของบริษัท แต่เสียงสะท้อนดังกล่าวสอดคล้องกับข้อวิจารณ์ที่มีต่อระบบจัดอันดับพนักงานในวงการเทคโนโลยีมาหลายปี
การถกเถียงเรื่องวัฒนธรรมการประเมินผลงานเกิดขึ้นในช่วงที่ Meta กำลังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ รายงานหลายแห่งระบุว่าบริษัทเตรียมลดพนักงาน ประมาณ 8,000 ตำแหน่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและเร่งลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ก่อนหน้านี้ Meta ก็เคยมีการปลดพนักงานที่ถูกระบุว่าเป็น “performance‑based layoffs” หรือการปลดตามผลงาน โดยมีรอบหนึ่งที่กระทบประมาณ 5% ของพนักงานทั้งหมด
ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา บริษัทได้ลดตำแหน่งงานรวมหลายหมื่นตำแหน่งในหลายระลอก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของ CEO Mark Zuckerberg ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและย้ายทรัพยากรไปสู่โครงการใหม่ เช่น AI
รายงานจากพนักงานระบุว่าบรรยากาศภายใน Meta เต็มไปด้วยความตึงเครียดก่อนการปลดพนักงาน
หลายคนอธิบายว่าสถานการณ์ในบริษัทตอนนี้ เครียด วิตกกังวล และเหนื่อยล้า เพราะแม้จะมีผลงานดี ก็ยังไม่แน่ใจว่างานของตนจะปลอดภัยหรือไม่
ในการสนทนาภายในองค์กร มีคนหนึ่งเรียกช่วงเวลาก่อนประกาศปลดพนักงานว่า “28 days of hell” หรือ “28 วันแห่งนรก” เนื่องจากพนักงานต้องรออย่างไม่แน่นอนว่าจะเป็นผู้ถูกเลิกจ้างหรือไม่
บางรายยังกล่าวถึงแรงกดดันจากกลยุทธ์ AI ของบริษัท เช่น ความคาดหวังให้วิศวกรใช้เครื่องมือใหม่ ๆ และสร้างผลงานได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
จริง ๆ แล้ว stack ranking ไม่ใช่แนวคิดใหม่ บริษัทใหญ่ในอดีต เช่น Microsoft หรือ General Electric ก็เคยใช้ระบบลักษณะนี้
แต่ในบริบทของบริษัทเทคโนโลยีสมัยใหม่ นักวิจารณ์มองว่ามันอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง เช่น
พนักงานบางคนที่ถูกเลิกจ้างในรอบก่อนหน้ากล่าวว่าพวกเขาประหลาดใจที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มผลงานต่ำ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเคยได้รับการประเมินเชิงบวก
ด้าน Meta ระบุว่า คะแนนประเมินไม่ได้ถูกปรับลดเพื่อให้สอดคล้องกับการปลดพนักงาน และยืนยันว่ากระบวนการประเมินยังคงเป็นไปตามระบบปกติ
กระแสวิจารณ์ต่อระบบจัดอันดับของ Meta ยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่กว้างขึ้นในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
หลังจากหลายปีที่บริษัทเทคจ้างงานจำนวนมากและมีสวัสดิการสูง ปัจจุบันหลายองค์กรเริ่ม เข้มงวดกับมาตรฐานผลงานและลดจำนวนพนักงาน มากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังย้ายงบประมาณไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและงานวิจัยด้าน AI มากขึ้น ทำให้พนักงานจำนวนไม่น้อยรู้สึกว่า ความมั่นคงของงานด้านวิศวกรรมแบบเดิมกำลังลดลง การสนทนาในฟอรัมอย่าง Blind และโซเชียลมีเดียจึงเต็มไปด้วยเสียงบ่นเกี่ยวกับแรงกดดันในที่ทำงานและการปลดพนักงานทั่วทั้งอุตสาหกรรม
ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญสำหรับบริษัทเทคขนาดใหญ่: จะรักษามาตรฐานผลงานระดับสูงได้อย่างไร โดยไม่ทำให้วัฒนธรรมการทำงานกลายเป็นการแข่งขันที่บั่นทอนคนทำงาน — ประเด็นที่กรณีของ Meta กำลังทำให้เห็นชัดขึ้นอย่างมาก
Comments
0 comments