Meta เตรียมทดสอบ 'จี้ AI' ภายในปีนี้ พร้อมเปิดบริการ 'Wearables for Work' สำหรับองค์กร และขยายไลน์แว่น AI อย่างมีนัยสำคัญ ในความพยายามที่จะพลิกฟื้นผลขาดทุนของแผนกฮาร์ดแวร์ที่ทะยานแตะ 4.03 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสแรกของ... Apple กำลังเร่งพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ AI สามชนิดแข่งกับ Meta ได้แก่ แว่นอัจฉริยะ, จี้ติดเสื้อ และ Ai...

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Meta's comprehensive wearable device strategy for the coming years, including its plans to test an AI-powered pendant acquired from. Article summary: Here is an evidence-backed breakdown of Meta's wearable device strategy, its financial pressure, and where it stands relative to Apple and Google.. Topic tags: general, general web, user generated, news. Reference image context from search candidates: Reference image 1: visual subject "# Meta Scoops Up Limitless in Bid to Dominate AI Wearables. The acquisition of Limitless gives Meta a working wearable for ambient memory, advancing its ambition to build AI that u" source context "Meta Scoops Up Limitless in Bid to Dominate AI Wearables" Reference image 2: visual subject "# Meta Scoops Up Limitless in Bid to Dominate AI Wearables. The acquisition of Limitless giv
Meta กำลังกำหนดเส้นทางเดินใหม่ให้กับแผนกฮาร์ดแวร์ของตัวเอง ด้วยการขยายขอบเขตจากชุดเฮดเซตเสมือนจริง ไปสู่ระบบนิเวศของอุปกรณ์สวมใส่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตามแผนภายในที่ถูกรายงานเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2026 (ตรงกับปี พ.ศ. 2569) บริษัทเตรียมทดสอบ 'จี้ AI' เปิดตัวบริการสำหรับองค์กรที่เรียกว่า "Wearables for Work" และขยายไลน์แว่นตาอัจฉริยะอย่างมีนัยสำคัญ กลยุทธ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ Reality Labs ซึ่งเป็นแผนกที่ดูแลทั้งฮาร์ดแวร์และโปรเจกต์ Metaverse ของบริษัท กำลังเผาเงินหลายพันล้านดอลลาร์ โดยมีรายได้เพียงน้อยนิด
แผนก Reality Labs ของ Meta ได้กลายเป็นหนึ่งในการเดิมพันที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี ในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปี 2026 เพียงไตรมาสเดียว แผนกนี้มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานสูงถึง 4.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 141,000 ล้านบาท) ในขณะที่สร้างรายได้เพียง 402 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 14,000 ล้านบาท) กล่าวคือ บริษัทใช้จ่ายไปประมาณสิบดอลลาร์เพื่อแลกกับรายได้ทุกๆ หนึ่งดอลลาร์ที่หามาได้
นับตั้งแต่ปลายปี 2020 Reality Labs สะสมผลขาดทุนจากการดำเนินงานรวมกันแล้วกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 2.8 ล้านล้านบาท) โดยบางแหล่งประเมินว่าตัวเลขใกล้เคียง 83,000 ล้านดอลลาร์ แผนกนี้ต้องผ่านการปลดพนักงานหลายระลอกในปี 2026 ซึ่งส่งสัญญาณว่าผู้บริหารกำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลในการหาหนทางสู่ความยั่งยืนทางการเงิน
แผนงานใหม่ที่ระบุไว้ในบันทึกภายในของ Alex Himel รองประธานฝ่ายอุปกรณ์สวมใส่ของ Meta และถูกรายงานโดย The Information นับเป็นการเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ไปสู่อุปกรณ์สวมใส่ที่ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก
Meta มีแผนจะเริ่มทดสอบจี้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายในปีหน้า อุปกรณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันครั้งใหญ่เพื่อทำให้ผู้ช่วย AI ของ Meta เป็นที่นิยมและสร้างหมวดหมู่ฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ นอกเหนือจากแว่นตาอัจฉริยะ
ในรายงานที่มีอยู่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลจำเพาะ ราคา หรือกลยุทธ์การจัดจำหน่ายที่แน่ชัดสำหรับจี้ดังกล่าว แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ จี้นี้ถือเป็นการเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกับที่มีรายงานว่า Apple กำลังพัฒนาอยู่เช่นกัน
นอกเหนือจากอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไปแล้ว Meta ยังวางแผนที่จะเปิดตัวบริการด้านอุปกรณ์สวมใส่ที่มุ่งเน้นธุรกิจ ภายใต้ชื่อ "Wearables for Work" โครงการนี้เป็นสัญญาณของความพยายามที่จะนำเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่เข้าสู่สภาพแวดล้อมขององค์กร ซึ่งอาจสร้างรายได้ประจำรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากการขายฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
ฟีเจอร์เฉพาะสำหรับองค์กรยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ดูเหมือนว่าบริการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมทัพกลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่กำลังขยายตัวของ Meta ด้วยกรณีการใช้งานในสถานที่ทำงาน
Meta ตั้งใจที่จะ "ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ" ในกลุ่มผลิตภัณฑ์แว่น AI ของตัวเอง นอกเหนือไปจากความร่วมมือกับ Ray-Ban Meta ในปัจจุบัน ความทะเยอทะยานนี้วัดผลได้ด้วยเป้าหมายยอดขายที่เป็นรูปธรรม: บริษัทตั้งเป้าขายอุปกรณ์สวมใส่ให้ได้ 10 ล้านเครื่อง ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพียงอย่างเดียว
ตัวเลขเป้าหมายนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนักวิเคราะห์อิสระจาก Omdia คาดการณ์ว่าตลาดแว่น AI ทั่วโลกทั้งปี 2026 จะมียอดขายรวมประมาณ 10 ล้านเครื่องเท่านั้น หาก Meta บรรลุเป้าหมายภายในหกเดือน นั่นหมายความว่าบริษัทจะมียอดขายเทียบเท่าหรือมากกว่าที่ทั้งอุตสาหกรรมคาดการณ์ไว้สำหรับทั้งปี
ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ AI กำลังดึงดูดการลงทุนอย่างจริงจังจากยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหลายราย Omdia คาดการณ์ว่าตลาดแว่น AI จะเติบโตจาก 5.1 ล้านเครื่องในปี 2025 เป็นมากกว่า 10 ล้านเครื่องในปี 2026 คิดเป็นการเติบโตถึง 158% เมื่อเทียบปีต่อปี สถาบันวิจัยแห่งนี้ยังคาดการณ์ว่าตลาดจะสามารถไปถึง 35 ล้านเครื่องภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นที่ 47% จากปี 2025 ถึง 2030
Apple กำลังดำเนินกลยุทธ์อุปกรณ์สามชนิดที่คล้ายคลึงกันอย่างมากกับ Meta อ้างอิงจากรายงานของ Bloomberg เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 บริษัทกำลังเร่งพัฒนาอุปกรณ์สามอย่าง คือ แว่นอัจฉริยะ, จี้ AI ที่สามารถติดกับเสื้อผ้าหรือสวมเป็นสร้อยคอ และ AirPods ที่ติดตั้งกล้อง อุปกรณ์ทั้งสามถูกสร้างขึ้นโดยมีผู้ช่วยดิจิทัล Siri ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เป็นศูนย์กลาง โดย Siri นี้จะใช้บริบทจากภาพเพื่อทำความเข้าใจสิ่งรอบตัวผู้สวมใส่
แว่นอัจฉริยะของ Apple ที่มีชื่อรหัสว่า N50 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคู่แข่งโดยตรงกับแว่น Ray-Ban Meta บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการผลิตไว้ในช่วงปลายปี 2026 แม้ว่าบางรายงานจะชี้ว่าโอกาสในการเปิดตัวภายในปี 2027 นั้นมีความเป็นไปได้มากกว่า
จุดต่างสำคัญคือ ในขณะที่ Meta มีแว่น AI ในตลาดอยู่แล้วผ่านความร่วมมือกับ Ray-Ban Apple กำลังเข้าสู่ตลาดในฐานะคู่แข่งที่วางแผนไว้ มากกว่าจะเป็นผู้เล่นเดิมในตลาด
ทั้งสองบริษัทมองว่ารูปแบบของ 'จี้ AI' มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ มีรายงานว่า จี้ของ Apple ถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่เรียบง่ายและมีต้นทุนต่ำกว่าแว่นอัจฉริยะ โดยจะมาพร้อมกับกล้องและความสามารถด้าน AI ในขณะที่ความทะเยอทะยานเรื่องจี้ของ Meta นั้น มีรายละเอียดในบันทึกสาธารณะน้อยกว่า โดยบริษัทเพิ่งอยู่ในขั้นตอนที่จะเริ่มการทดสอบเท่านั้น
สำหรับ Google นั้น โรดแมปด้านอุปกรณ์สวมใส่มีหลักฐานอ้างอิงน้อยกว่าในแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ แม้ว่าการคาดการณ์ตลาดของ Omdia จะระบุว่า Google เป็นหนึ่งในผู้ขายที่คาดว่าจะผลักดันการเติบโตของแว่น AI ในปี 2026 แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับจี้ของ Google เองหรือกลยุทธ์อุปกรณ์สวมใส่สำหรับองค์กรนั้นไม่ได้รับการบันทึกไว้ในชุดแหล่งข้อมูลที่ให้มา Google ได้เปิดตัวเฟรมเวิร์ก UI เชิงพื้นที่ (Spatial UI) ที่อาจเป็นรากฐานสำหรับอุปกรณ์สวมใส่ในอนาคต แต่การเปรียบเทียบโดยตรงกับกลยุทธ์สามประสานของ Meta นั้นต้องการแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
การเปลี่ยนทิศทางของ Meta ในด้านฮาร์ดแวร์สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของอุตสาหกรรม ที่กำลังมุ่งหน้าสู่อุปกรณ์สวมใส่ AI ในฐานะแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์หลักถัดไป บริษัทกำลังพยายามย้ายจากกลยุทธ์ฮาร์ดแวร์ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ VR (Virtual Reality) ไปสู่กลยุทธ์ที่สร้างขึ้นจากผู้ช่วย AI ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา จี้ห้อยคอ หรืออาจรวมถึงอุปกรณ์รูปแบบอื่นๆ ในอนาคต
เป้าหมายยอดขายที่ 10 ล้านเครื่องสำหรับครึ่งหลังของปี 2026 ส่งสัญญาณว่า Meta ไม่ได้มองว่าการขยายตลาดครั้งนี้เป็นเพียงการทดลองเล็กๆ น้อยๆ แต่คือการวางแผนเพื่อปริมาณขนาดใหญ่ ที่จะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ AI ได้ในทันที หากการดำเนินงานเป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้
อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นคำถามปลายเปิดว่า กลยุทธ์ดังกล่าวจะสามารถแก้ไขผลขาดทุนสะสมกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์ของ Reality Labs ได้อย่างมีความหมายหรือไม่ เมื่อดูจากรายได้ของแผนกนี้ในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งอยู่ที่ 402 ล้านดอลลาร์ เทียบกับผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 4.03 พันล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่า Meta ต้องการยอดขายต่อหน่วยและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดอย่างมาก เพื่อปิดช่องว่างอันมหาศาลนี้
Studio Global AI
Use this topic as a starting point for a fresh source-backed answer, then compare citations before you share it.
Meta เตรียมทดสอบ 'จี้ AI' ภายในปีนี้ พร้อมเปิดบริการ 'Wearables for Work' สำหรับองค์กร และขยายไลน์แว่น AI อย่างมีนัยสำคัญ ในความพยายามที่จะพลิกฟื้นผลขาดทุนของแผนกฮาร์ดแวร์ที่ทะยานแตะ 4.03 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสแรกของ...
Meta เตรียมทดสอบ 'จี้ AI' ภายในปีนี้ พร้อมเปิดบริการ 'Wearables for Work' สำหรับองค์กร และขยายไลน์แว่น AI อย่างมีนัยสำคัญ ในความพยายามที่จะพลิกฟื้นผลขาดทุนของแผนกฮาร์ดแวร์ที่ทะยานแตะ 4.03 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสแรกของ... Apple กำลังเร่งพัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ AI สามชนิดแข่งกับ Meta ได้แก่ แว่นอัจฉริยะ, จี้ติดเสื้อ และ AirPods ติดกล้อง ขณะที่ Omdia คาดการณ์ว่าตลาดแว่น AI ทั่วโลกจะทะลุ 10 ล้านเครื่องในปี 2026 [32][47]