นับตั้งแต่ปลายปี 2020 Reality Labs สะสมผลขาดทุนจากการดำเนินงานรวมกันแล้วกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 2.8 ล้านล้านบาท) โดยบางแหล่งประเมินว่าตัวเลขใกล้เคียง 83,000 ล้านดอลลาร์ แผนกนี้ต้องผ่านการปลดพนักงานหลายระลอกในปี 2026 ซึ่งส่งสัญญาณว่าผู้บริหารกำลังเผชิญแรงกดดันมหาศาลในการหาหนทางสู่ความยั่งยืนทางการเงิน
แผนงานใหม่ที่ระบุไว้ในบันทึกภายในของ Alex Himel รองประธานฝ่ายอุปกรณ์สวมใส่ของ Meta และถูกรายงานโดย The Information นับเป็นการเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ไปสู่อุปกรณ์สวมใส่ที่ให้ความสำคัญกับ AI เป็นอันดับแรก
Meta มีแผนจะเริ่มทดสอบจี้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ภายในปีหน้า อุปกรณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันครั้งใหญ่เพื่อทำให้ผู้ช่วย AI ของ Meta เป็นที่นิยมและสร้างหมวดหมู่ฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ นอกเหนือจากแว่นตาอัจฉริยะ
ในรายงานที่มีอยู่ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลจำเพาะ ราคา หรือกลยุทธ์การจัดจำหน่ายที่แน่ชัดสำหรับจี้ดังกล่าว แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ จี้นี้ถือเป็นการเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกับที่มีรายงานว่า Apple กำลังพัฒนาอยู่เช่นกัน
นอกเหนือจากอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไปแล้ว Meta ยังวางแผนที่จะเปิดตัวบริการด้านอุปกรณ์สวมใส่ที่มุ่งเน้นธุรกิจ ภายใต้ชื่อ "Wearables for Work" โครงการนี้เป็นสัญญาณของความพยายามที่จะนำเทคโนโลยีอุปกรณ์สวมใส่เข้าสู่สภาพแวดล้อมขององค์กร ซึ่งอาจสร้างรายได้ประจำรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากการขายฮาร์ดแวร์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
ฟีเจอร์เฉพาะสำหรับองค์กรยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ดูเหมือนว่าบริการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมทัพกลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่กำลังขยายตัวของ Meta ด้วยกรณีการใช้งานในสถานที่ทำงาน
Meta ตั้งใจที่จะ "ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ" ในกลุ่มผลิตภัณฑ์แว่น AI ของตัวเอง นอกเหนือไปจากความร่วมมือกับ Ray-Ban Meta ในปัจจุบัน ความทะเยอทะยานนี้วัดผลได้ด้วยเป้าหมายยอดขายที่เป็นรูปธรรม: บริษัทตั้งเป้าขายอุปกรณ์สวมใส่ให้ได้ 10 ล้านเครื่อง ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพียงอย่างเดียว
ตัวเลขเป้าหมายนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนักวิเคราะห์อิสระจาก Omdia คาดการณ์ว่าตลาดแว่น AI ทั่วโลกทั้งปี 2026 จะมียอดขายรวมประมาณ 10 ล้านเครื่องเท่านั้น หาก Meta บรรลุเป้าหมายภายในหกเดือน นั่นหมายความว่าบริษัทจะมียอดขายเทียบเท่าหรือมากกว่าที่ทั้งอุตสาหกรรมคาดการณ์ไว้สำหรับทั้งปี
ตลาดอุปกรณ์สวมใส่ AI กำลังดึงดูดการลงทุนอย่างจริงจังจากยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหลายราย Omdia คาดการณ์ว่าตลาดแว่น AI จะเติบโตจาก 5.1 ล้านเครื่องในปี 2025 เป็นมากกว่า 10 ล้านเครื่องในปี 2026 คิดเป็นการเติบโตถึง 158% เมื่อเทียบปีต่อปี สถาบันวิจัยแห่งนี้ยังคาดการณ์ว่าตลาดจะสามารถไปถึง 35 ล้านเครื่องภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นที่ 47% จากปี 2025 ถึง 2030
Apple กำลังดำเนินกลยุทธ์อุปกรณ์สามชนิดที่คล้ายคลึงกันอย่างมากกับ Meta อ้างอิงจากรายงานของ Bloomberg เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2026 บริษัทกำลังเร่งพัฒนาอุปกรณ์สามอย่าง คือ แว่นอัจฉริยะ, จี้ AI ที่สามารถติดกับเสื้อผ้าหรือสวมเป็นสร้อยคอ และ AirPods ที่ติดตั้งกล้อง อุปกรณ์ทั้งสามถูกสร้างขึ้นโดยมีผู้ช่วยดิจิทัล Siri ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่เป็นศูนย์กลาง โดย Siri นี้จะใช้บริบทจากภาพเพื่อทำความเข้าใจสิ่งรอบตัวผู้สวมใส่
แว่นอัจฉริยะของ Apple ที่มีชื่อรหัสว่า N50 ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นคู่แข่งโดยตรงกับแว่น Ray-Ban Meta บริษัทได้ตั้งเป้าหมายการผลิตไว้ในช่วงปลายปี 2026 แม้ว่าบางรายงานจะชี้ว่าโอกาสในการเปิดตัวภายในปี 2027 นั้นมีความเป็นไปได้มากกว่า
จุดต่างสำคัญคือ ในขณะที่ Meta มีแว่น AI ในตลาดอยู่แล้วผ่านความร่วมมือกับ Ray-Ban Apple กำลังเข้าสู่ตลาดในฐานะคู่แข่งที่วางแผนไว้ มากกว่าจะเป็นผู้เล่นเดิมในตลาด
ทั้งสองบริษัทมองว่ารูปแบบของ 'จี้ AI' มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ มีรายงานว่า จี้ของ Apple ถูกมองว่าเป็นอุปกรณ์ที่เรียบง่ายและมีต้นทุนต่ำกว่าแว่นอัจฉริยะ โดยจะมาพร้อมกับกล้องและความสามารถด้าน AI ในขณะที่ความทะเยอทะยานเรื่องจี้ของ Meta นั้น มีรายละเอียดในบันทึกสาธารณะน้อยกว่า โดยบริษัทเพิ่งอยู่ในขั้นตอนที่จะเริ่มการทดสอบเท่านั้น
สำหรับ Google นั้น โรดแมปด้านอุปกรณ์สวมใส่มีหลักฐานอ้างอิงน้อยกว่าในแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ แม้ว่าการคาดการณ์ตลาดของ Omdia จะระบุว่า Google เป็นหนึ่งในผู้ขายที่คาดว่าจะผลักดันการเติบโตของแว่น AI ในปี 2026 แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับจี้ของ Google เองหรือกลยุทธ์อุปกรณ์สวมใส่สำหรับองค์กรนั้นไม่ได้รับการบันทึกไว้ในชุดแหล่งข้อมูลที่ให้มา Google ได้เปิดตัวเฟรมเวิร์ก UI เชิงพื้นที่ (Spatial UI) ที่อาจเป็นรากฐานสำหรับอุปกรณ์สวมใส่ในอนาคต แต่การเปรียบเทียบโดยตรงกับกลยุทธ์สามประสานของ Meta นั้นต้องการแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
การเปลี่ยนทิศทางของ Meta ในด้านฮาร์ดแวร์สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของอุตสาหกรรม ที่กำลังมุ่งหน้าสู่อุปกรณ์สวมใส่ AI ในฐานะแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์หลักถัดไป บริษัทกำลังพยายามย้ายจากกลยุทธ์ฮาร์ดแวร์ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ VR (Virtual Reality) ไปสู่กลยุทธ์ที่สร้างขึ้นจากผู้ช่วย AI ที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา จี้ห้อยคอ หรืออาจรวมถึงอุปกรณ์รูปแบบอื่นๆ ในอนาคต
เป้าหมายยอดขายที่ 10 ล้านเครื่องสำหรับครึ่งหลังของปี 2026 ส่งสัญญาณว่า Meta ไม่ได้มองว่าการขยายตลาดครั้งนี้เป็นเพียงการทดลองเล็กๆ น้อยๆ แต่คือการวางแผนเพื่อปริมาณขนาดใหญ่ ที่จะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดอุปกรณ์สวมใส่ AI ได้ในทันที หากการดำเนินงานเป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้
อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นคำถามปลายเปิดว่า กลยุทธ์ดังกล่าวจะสามารถแก้ไขผลขาดทุนสะสมกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์ของ Reality Labs ได้อย่างมีความหมายหรือไม่ เมื่อดูจากรายได้ของแผนกนี้ในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งอยู่ที่ 402 ล้านดอลลาร์ เทียบกับผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ 4.03 พันล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่า Meta ต้องการยอดขายต่อหน่วยและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดอย่างมาก เพื่อปิดช่องว่างอันมหาศาลนี้
Comments
0 comments